แว่นRaybanผู้ชายบางทีไม่ได้แพ้ที่ทรง แพ้ที่ขนาดหน้าและขาแว่นยาวเกินจริงมากกว่า ร้านแว่นในกรุงเทพเจอเคสนี้บ่อย คนเลือก Wayfarer เพราะเห็นว่าสวย แต่พอใส่ทั้งวันกรอบกดขมับหรือเลื่อนลงจมูก ช่างแว่นเลยต้องเริ่มจากสัดส่วนหน้า ไม่ใช่เริ่มจากสีกรอบ
เริ่มจากหน้า ไม่ใช่เริ่มจากรุ่น
ถ้าจะซื้อ แว่นRayban ผู้ใช้งานควรดู 3 อย่างก่อนคือความกว้างหน้า แนวคิ้ว และความลึกดั้ง คนหน้ากลมมักได้ประโยชน์จากกรอบที่มีสันชัดอย่าง Clubmaster คนหน้ารูปไข่ใส่ได้กว้างกว่า ส่วนคนหน้ากว้างควรเลี่ยงกรอบที่แคบกว่าหน้าเกินไปเพราะจะทำให้แก้มกับขมับดูกว้างขึ้นไปอีก
ในร้านตัดแว่นสายตา ช่างแว่นมักวัดจากระยะกว้างใบหน้าและตำแหน่งหูร่วมกับระยะห่างตา ข้อมูลพวกนี้สำคัญพอๆกับรุ่นที่เลือก เพราะกรอบเดียวกันอาจใส่พอดีในหน้า 1 แบบ และหลวมในอีกแบบได้ทันที กฎง่ายๆคือหน้าแคบใช้กรอบกลาง หน้าเฉลี่ยใช้กรอบกลางถึงใหญ่ หน้ากว้างใช้กรอบที่มีระยะหน้าและขาแว่นยาวพอ
ถ้าต้องการเทียบพื้นที่ติดหน้าแบบเร็ว ให้คิดเหมือนเลือกโต๊ะอาหาร โต๊ะกลมเข้ากับห้องเล็ก โต๊ะยาวเข้ากับห้องกว้าง กรอบRaybanก็เหมือนกัน ถ้าหน้าคนใส่กับกรอบไม่สมดุล ความสวยจะหายก่อนเรื่องแบรนด์จะเริ่มทำงาน
3 ขนาดหน้าที่มักเข้ากับทรงRaybanยอดนิยม
หน้าขนาดเล็กเข้ากับกรอบที่กว้างไม่เกินระดับกลาง
หน้าขนาดเล็กมักเหมาะกับกรอบที่ไม่ดันปลายขาออกมากเกินไปและไม่ขยายกรอบตาให้กว้างเกินแนวคิ้ว รุ่นที่ตอบโจทย์มากคือ Wayfarerไซซ์เล็กหรือ Aviatorที่ไม่ใหญ่เกินไป ถ้ากรอบหน้ากว้างเกินหน้า ลุคจะดูเหมือนแว่นกำลังใส่คนแทนที่คนใส่แว่น
สำหรับคนหน้าเล็กที่ต้องใส่แว่นทั้งวัน ค่าเลนส์และการตั้งศูนย์สำคัญไม่แพ้กรอบ เพราะกรอบที่ใหญ่ไปจะทำให้จุดศูนย์กลางเลนส์ห่างจากตาจริงมากขึ้น ช่างแว่นต้องเผื่อการเลื่อนจุดมองและความสบายของสันจมูกด้วย
ถ้าจะพาไปจบที่หน้าซื้อจริง ควรดูหน้า ตัดแว่นสายตา ประกอบด้วย เพราะกรอบดีแต่ฟิตติ้งไม่ดีจะใส่ไม่สบายตั้งแต่วันแรก ผู้ใช้งานที่อยู่กรุงเทพจะเห็นชัดมากในวันที่ต้องเดินกลางแดดและขึ้นรถไฟฟ้าสลับกันทั้งวัน
หน้าขนาดกลางคือจุดที่เลือกง่ายที่สุด
หน้าขนาดกลางมักเข้ากับ Rayban หลักสามตระกูลได้ดีคือ Aviator, Wayfarer และ Clubmaster เพราะกรอบทั้งสามมีบุคลิกต่างกันแต่คุมสัดส่วนได้ง่าย ถ้าต้องการลุคสุภาพ Wayfarerจะนิ่งกว่า ถ้าต้องการความคม Aviatorจะเปิดหน้าได้มากกว่า ถ้าต้องการเส้นคิ้วเด่น Clubmasterจะตอบโจทย์ที่สุด
กรอบที่ดีไม่ควรวิ่งหนีหน้าผู้ใส่ ขาแว่นประมาณ 145 มม. ถือว่าเป็นช่วงที่พบได้บ่อยในรุ่นผู้ชายหลายตัว ส่วนความกว้างกรอบมักอยู่ราว 140-145 มม. สำหรับทรงมาตรฐาน แต่รายละเอียดจริงต้องดูรุ่นย่อยและไซซ์แต่ละตัวอีกที
ความต่างเล็กๆพวกนี้ทำให้การลองแว่นครั้งแรกสำคัญมาก ถ้าต้องการเลือกแบบแม่น ควรเริ่มจากร้านแว่นที่มีการวัดหน้าและปรับขาแว่นได้ครบ ไม่ใช่หยิบจากภาพแล้วเดาเอา
หน้าขนาดใหญ่ต้องดูความยาวขาแว่นและความกว้างหน้าเป็นพิเศษ
หน้าขนาดใหญ่ไม่ได้แปลว่าต้องใส่กรอบใหญ่ที่สุดเสมอ แต่ต้องมีสัดส่วนที่รับกับโหนกแก้มและขมับ ถ้ากรอบแคบไป ขาแว่นจะกดข้างศีรษะเร็วและทำให้ปวดจากแรงบีบมากกว่าปัญหาน้ำหนักจริง
รุ่น Aviatorมักช่วยลดความแข็งของหน้าเพราะทรงหยดน้ำลากเส้นตามแนวแก้ม ส่วน Clubmaster ให้ความคมและสมดุลกับหน้ากว้างที่มีคิ้วเด่น ถ้าชอบทรงเต็มหน้า Wayfarerไซซ์ใหญ่จะพอได้ แต่ต้องเช็กขาแว่นให้รองรับช่วงหูพอดี
ข้อควรจำคือกรอบที่นั่งพอดีจะไม่ทิ้งรอยแดงลึกหลังถอด 10-15 นาที รอยนั้นบอกชัดว่ากรอบบีบเกิน ไม่เกี่ยวกับความหรูของรุ่นเลย
เทียบ 3 รุ่นขายดีของผู้ชายแบบใช้งานจริง
จากข้อมูลขายและ GSC ของร้าน รุ่นที่ถูกถามบ่อยสุดยังวนอยู่ที่ Aviator, Wayfarer และ Clubmaster ทั้งสามตัวมีคนหาและคนคลิกจริง ตัวเลขบนหน้า แว่นRayban ก็สะท้อนชัดว่าความสนใจไม่ได้อยู่ที่แบรนด์อย่างเดียว แต่อยู่ที่รุ่นและไซซ์ที่ใส่แล้วใช้ได้จริง
Aviator ให้ภาพลักษณ์โปร่งและขยายใบหน้า เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้แว่นปิดโครงหน้า Wayfarer แข็งแรงกว่าและเข้ากับเสื้อผ้าได้ง่ายในชีวิตประจำวัน Clubmaster อยู่ตรงกลางระหว่างทางการกับแฟชั่น จึงเหมาะกับคนทำงานที่อยากได้ลุคมีรายละเอียดแต่ไม่จัดเกินไป
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่ารุ่นเดียวใช้ได้กับทุกหน้า ความจริงคือรุ่นเดียวกันยังมีหลายไซซ์ และไซซ์ต่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตรก็เปลี่ยนฟิตติ้งได้มากพอที่จะทำให้ใส่สบายหรือปวดขมับได้เลย
Aviator เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าดูยาวขึ้นเล็กน้อย
Aviator ของ Rayban เป็นทรงที่เปิดหน้าและไล่เส้นจากคิ้วลงแก้มได้ดี รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนหน้ากลมหรือหน้าสั้นที่อยากให้สัดส่วนดูยาวขึ้นเล็กน้อย ในทางกลับกันคนหน้าผอมมากอาจรู้สึกว่ากรอบเปิดหน้าเกินไป ถ้าเลือกไซซ์ใหญ่ไปอีกก็จะยิ่งดูหลวม
รุ่นนี้มีน้ำหนักเบากว่าที่หลายคนคิดเพราะโครงโลหะกระจายน้ำหนักดี แต่ความสบายจะมาจากการตั้งจมูกมากกว่าตัวเลขน้ำหนักล้วนๆ ถ้าดั้งต่ำหรือสันจมูกแบน ช่างแว่นต้องปรับแป้นจมูกให้รับหน้าอย่างแม่น
การใส่ Aviator ในกรุงเทพตอนกลางวันให้ผลชัด เพราะแดดแรงและการเดินสลับในร่มกลางแจ้งทำให้คนรู้ทันทีว่ากรอบบังแสงพอไหม ล็อกตำแหน่งดีหรือไม่
Wayfarer เป็นทรงที่สมดุลที่สุดสำหรับการใช้งานทุกวัน
Wayfarer คือทรงที่คนเห็นแล้วรับรู้ทันทีว่าเป็นRayban แต่ไม่ได้แข็งจนเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องการกรอบใช้งานทุกวัน เข้าออฟฟิศได้ ออกคาเฟ่ได้ และยังเข้ากับเสื้อยืดธรรมดาได้ดี จุดเด่นของมันคือไม่ดึงความสนใจจากหน้าเกินไป
ถ้าผู้ใช้งานมีหน้ากว้างปานกลาง Wayfarerมักปรับง่ายที่สุดเพราะแนวกรอบตรงและนั่งบนหน้าได้ค่อนข้างนิ่ง ขาแว่นประมาณ 145 มม. ในหลายรุ่นช่วยให้รองรับศีรษะผู้ชายได้ดี แต่ต้องดูตำแหน่งจุดพับและมุมกางร่วมด้วย
รุ่นนี้ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเริ่มเปลี่ยนจากแว่นราคาต่ำขึ้นมาหาแว่นแบรนด์ เพราะไม่ต้องใช้สไตลิ่งมากก็อยู่ได้ทันที
Clubmaster เหมาะกับคนที่อยากได้คิ้วชัดและลุคคม
Clubmaster ให้เส้นบนเด่นกว่าทรงอื่น จึงเหมาะกับคนหน้ากลมหรือหน้ากว้างที่อยากมีกรอบคุมสัดส่วนช่วงบนของหน้า ทรงนี้ช่วยดึงสายตาขึ้นไปที่คิ้วและทำให้ภาพรวมดูมีชั้นมากขึ้น
ถ้าเลือกรุ่นนี้ควรเช็กช่วงหน้าแว่นอย่างละเอียด เพราะความกว้างกรอบที่แคบไปจะทำให้กรอบบนดูบีบหน้า ส่วนกรอบที่กว้างไปจะเสียความคมและดูเหมือนกรอบลอยออกจากแนวตา การฟิตที่ดีสำคัญกว่าชื่อรุ่น
นี่คือจุดที่ร้านตัดแว่นที่มีประสบการณ์ช่วยได้จริง เพราะการปรับองศาและแป้นจมูกมีผลกับลุคพอๆกับสีกรอบ
ขนาดกรอบและความยาวขาแว่นที่ควรจับตา
ตัวเลขที่ควรดูมี 3 ค่า คือความกว้างหน้าแว่น ความกว้างเลนส์ และความยาวขาแว่น ถ้ากว้างหน้าแว่นประมาณ 140-145 มม. มักอยู่ในช่วงที่ผู้ชายส่วนใหญ่ใส่ได้สะดวก ส่วนเลนส์ราว 52-58 มม. จะพบในทรงยอดนิยมตามไซซ์ต่างๆ
ความยาวขาแว่นที่เจอบ่อยคือ 145 มม. และบางรุ่นอาจยาวกว่านั้นเล็กน้อย ช่วงนี้ไม่ได้มีไว้โชว์ในสเปกเฉยๆ แต่มันกำหนดว่าขาแว่นจะพาดหลังหูพอดีหรือดันหูจนเจ็บ ถ้าสั้นไปแว่นจะไหล ถ้ายาวไปปลายขาจะโผล่และเสียทรง
ผู้ใช้งานที่ตั้งใจซื้อจริงควรเอาค่าเหล่านี้เทียบกับแว่นที่ใส่อยู่ประจำก่อน แล้วค่อยไปลองรุ่นใหม่ที่ร้านแว่น จะลดการลองผิดลองถูกได้มาก
ข้อมูลจากหน้ารวม แว่นRayban และหน้ารุ่นยอดนิยมของร้านช่วยให้เห็นว่าไซซ์ที่ขายได้จริงมักไม่ใช่ไซซ์ที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นไซซ์ที่สวมแล้วบาลานซ์กับหน้าได้ดี
อีกตัวแปรคือวัสดุกรอบ โลหะมักให้ความเบาและปรับง่าย ส่วนอะซิเตตให้มวลและภาพลักษณ์แน่นกว่า การเลือกจึงไม่ควรดูแค่ทรง ควรดูน้ำหนักและการยืดหยุ่นของขาแว่นด้วย
น้ำหนักกรอบของ Aviator Wayfarer และ Clubmaster ที่ควรรู้
น้ำหนักเป็นจุดที่คนมักมองข้าม ทั้งที่ใส่นาน 6-8 ชั่วโมงจะรู้ทันทีว่ากรอบใครกดจมูกมากกว่า รุ่น Aviator มักเบากว่าที่คิดเพราะโครงโลหะบาง รุ่น Wayfarer หนักขึ้นเล็กน้อยจากโครงอะซิเตต ส่วน Clubmaster อยู่กึ่งกลางและให้ความรู้สึกนิ่งกว่าเมื่ออยู่บนหน้า
ถ้าจะเทียบอย่างตรงไปตรงมา ให้ดูความรู้สึกแทนการยึดติดกับเลขกรัมอย่างเดียว กรอบ 1 ตัวที่หนักน้อยแต่สมดุลดีจะใส่สบายกว่ากรอบเบาที่ดั้งรับไม่ไหว เพราะจุดกดจริงอยู่ที่แป้นจมูกและมุมขาแว่น
มีคนเข้าใจผิดว่ากรอบหนักแปลว่าแพงกว่าเสมอ ความจริงไม่ใช่ น้ำหนักที่มากขึ้นอาจมาจากวัสดุหนาหรือโครงสร้างแน่นขึ้นก็ได้ แต่ถ้าฟิตไม่ดี มันจะกลายเป็นภาระมากกว่าความรู้สึกพรีเมียม
ลองคิดเหมือนรองเท้าหนังดีๆ คู่หนึ่ง รองเท้าที่สวยไม่ได้แปลว่าพอดีเท้าเสมอ กรอบแว่นก็เช่นเดียวกัน สวยแค่ไหนก็ยังต้องรับกับโหนกแก้มและหูให้ครบ
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
ถ้าต้องเลือกในร้านจริง ให้เริ่มจากใส่แล้วก้มศีรษะเบาๆ 2-3 ครั้ง ถ้าแว่นขยับมากแปลว่าฟิตหลวม ต่อมาคือหมุนหน้าไปซ้ายขวา ถ้าแว่นไหลลงจมูกต้องปรับแป้นหรือเลือกไซซ์ใหม่ และสุดท้ายคือเช็กขมับว่าถูกบีบหรือไม่
ผู้ใช้งานที่มีค่าสายตาควรให้ความสำคัญกับศูนย์เลนส์และความสูงของกรอบด้วย โดยเฉพาะถ้าเลือกเลนส์ตัดแสงหรือเลนส์บาง เพราะตำแหน่งศูนย์เลนส์สัมพันธ์กับความสบายในการมองมากกว่าที่คิด
ถ้ายังไม่มั่นใจว่าควรเริ่มจากร้านแบบไหน ลิงก์นี้ช่วยปูพื้นให้ครบก่อนคือ ตัดแว่นสายตา เพราะหน้ารวมจะพาไปถึงขั้นตอนวัดสายตา ฟิตกรอบ และเลือกเลนส์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์จริง
สรุปสั้นๆแบบไม่อ้อมคือ Rayban ผู้ชายที่ดีต้องพอดีกับหน้า พอดีกับขาแว่น และพอดีกับการใช้งานจริง ถ้าสามเงื่อนนี้ตรงกัน รุ่นที่เลือกจะดูแพงขึ้นเองโดยไม่ต้องพยายาม
