sunglasses featured

แว่นกันแดดผู้ชาย เลือกทรงยังไงให้เข้าหน้า

ถ้าถามหน้าร้านตรงๆ ว่าเลือกทรงยังไงให้เข้าหน้า คำตอบสั้นๆ คือเริ่มจากสัดส่วนหน้าและการใช้งานจริงก่อน คนหน้ากลมมักเหมาะกับกรอบเหลี่ยมหรือกรอบที่มีเส้นมุมชัด คนหน้าเหลี่ยมมักดูนุ่มขึ้นเมื่อใช้ทรงโค้งหรือทรงมน ส่วนหน้าเรียวยาวควรเลี่ยงกรอบที่สูงเกินจนหน้าดูยาวกว่าเดิม ถ้าต้องใช้ทุกวันในกรุงเทพฯ ให้ดูแสงสะท้อน ความสบายบนดั้งจมูก และขาแว่นพร้อมกัน แล้วค่อยเลือกทรงที่ใส่แล้วไม่ต้องคอยดันทั้งวัน

มองแบบร้านแว่นง่ายๆ คือเลือกทรงให้ทำงานกับหน้า ไม่ใช่แข่งกับหน้า กรอบที่ดีจะช่วยบาลานซ์คาง หน้าผาก และช่วงแก้มได้ทันที โดยเฉพาะเวลาใส่เดินกลางแจ้งหรือขับรถ แว่นกันแดดผู้ชายที่พอดีหน้ามักทำให้สัดส่วนหน้าดูคมขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งกรอบใหญ่เกินเหตุ

สัดส่วนหน้า 3 แบบที่ใช้เทียบทรงแว่น

เวลาคุยกับลูกค้าที่ร้าน เราไม่เริ่มจากชื่อทรงแว่น แต่เริ่มจากโครงหน้า เพราะโครงหน้าบอกได้เร็วว่าควรเสริมมุมหรือควรลดความแข็งของเส้นสาย หน้า 3 แบบที่ใช้เทียบกันบ่อยที่สุดคือหน้ากลม หน้าเหลี่ยม และหน้าเรียวยาว ถ้าเทียบถูกตั้งแต่ต้น การลองแว่นจะสั้นลงและตัดสินใจได้ชัดขึ้นมาก

หน้ากลมควรหาเส้นมุมให้หน้า

หน้ากลมมักมีช่วงแก้มอิ่มและเส้นโค้งเด่น ถ้าเลือกกรอบกลมมากเกิน หน้าอาจดูเป็นวงมากขึ้น กรอบเหลี่ยม กรอบสี่เหลี่ยม หรือทรงที่มีมุมชัดจะช่วยดึงเส้นหน้าขึ้นทันที ทำให้ภาพรวมคมกว่าเดิม ควรลองกรอบที่กว้างพอให้เกินหน้าออกมานิดเดียว ไม่ต้องใหญ่จนกลบคิ้วและโหนกแก้ม เพราะความพอดีตรงนี้สำคัญกว่าไซซ์ใหญ่ล้วนๆ

ถ้าต้องนึกภาพง่ายๆ ให้คิดเหมือนจัดกรอบรูป วงกลมที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมจะดูมีทิศทางชัดกว่า หน้าแบบนี้จึงเหมาะกับแว่นที่สร้างโครง ไม่ใช่แว่นที่ซ้ำเส้นโค้งเดิมทั้งหมด การลองจริงหน้ากระจกของร้านจะช่วยเห็นว่าเลนส์สูงไปไหม กรอบบังคิ้วไหม และแก้มชนกรอบหรือเปล่า ถ้าแว่นลอยบนหน้าเมื่อยิ้ม แปลว่ารูปทรงยังไม่ใช่

หน้าเหลี่ยมควรลดความแข็งของกรอบ

หน้าเหลี่ยมมีกรามชัดและมุมหน้าคมอยู่แล้ว ถ้าใส่กรอบเหลี่ยมทับอีก ความแข็งจะเด่นเกินไป ทรงที่ช่วยได้มักเป็นทรงกลม ทรงรี หรือทรงที่มุมมนกว่าเดิม เพราะเส้นโค้งของกรอบจะตัดความแข็งบนหน้าและทำให้ภาพรวมดูสบายตา ผู้ใช้งานหลายคนใส่แล้วรู้สึกหน้าไม่ดุเกินไปโดยไม่ต้องเปลี่ยนบุคลิก

สำหรับหน้าทรงนี้ ไม่ต้องรีบตัดสินจากหน้าตรงอย่างเดียว ให้มองจากด้านข้างด้วย เพราะขมับและกรอบด้านบนมีผลต่ออารมณ์ของหน้าเหมือนกัน ถ้ากรอบกดช่วงขมับหรือวางบนหูไม่สมดุล ต่อให้ทรงสวยก็ใส่ไม่สบาย ร้านแว่นมักให้ลองหันซ้ายขวา แล้วดูว่ากรอบยังเกาะหน้าดีไหมตอนขยับเร็วๆ จุดนี้สำคัญพอๆ กับสีเลนส์เลย

หน้าเรียวยาวต้องระวังกรอบที่สูงเกิน

หน้าเรียวยาวมักมีระยะจากคิ้วถึงคางมากกว่าปกติ ถ้าใช้กรอบสูงหรือทรงที่ยืดในแนวตั้งมากเกิน หน้าอาจดูยาวกว่าเดิม ทรงที่มักช่วยคือกรอบที่กว้างพอในแนวนอน มีเส้นบนชัด หรือสะพานกลางที่ไม่ยกสูงเกิน มันช่วยแบ่งสัดส่วนหน้าให้ดูนิ่งขึ้นและไม่ลากสายตาลงยาว

คนที่มีหน้าทรงนี้มักได้ประโยชน์จากการลองแว่นหน้ากระจกในหลายมุม ไม่ใช่ยืนดูตรงๆ อย่างเดียว เพราะแสงแดดกรุงเทพฯ ทำให้เลนส์และกรอบเด่นขึ้นกว่าตอนอยู่ในห้อง ถ้าเลือกทรงผิดนิดเดียว วันจริงจะรู้ทันทีตอนเดินกลางแจ้งหรือขึ้นรถช่วงบ่าย การทดลองสั้นๆ ในร้านจึงคุ้มกว่าดูจากรูปอย่างเดียวมาก

หน้าแบบไหนควรเลี่ยงทรงโอเวอร์ไซซ์

ทรงโอเวอร์ไซซ์ไม่ผิดเสมอไป แต่ไม่ใช่ทุกหน้าจะรับได้สวย ถ้าหน้าเล็กมาก โอเวอร์ไซซ์อาจกินพื้นที่แก้มและคิ้วจนหน้าหาย ถ้าหน้ากลมและมีช่วงกลางหน้าสั้น กรอบใหญ่เกินจะยิ่งขยายความกลม ถ้าหน้าเรียวยาว กรอบสูงใหญ่เกินจะลากสัดส่วนให้ยาวกว่าเดิมอีก ดังนั้นคำตอบไม่ได้อยู่ที่คำว่าใหญ่หรือเล็ก แต่อยู่ที่กรอบใหญ่ในมิติไหน

เกณฑ์ที่ร้านมักใช้ดูเร็วๆ คือ 3 เรื่อง หน้า, ดั้ง, และขาแว่น ถ้ากรอบใหญ่แต่ไม่เลยขอบคิ้วมาก ไม่ชนแก้ม และไม่ดันหูจนเจ็บก็ยังพอใช้ได้ แต่ถ้าโอเวอร์ไซซ์แล้วปลายกรอบชนแก้มเวลาอมยิ้ม หรือเลนส์ใหญ่จนบังสันจมูกเกือบหมด ควรลดไซซ์ลง การดูจากกระจก 1 นาทีอาจพอเห็นภาพรวม แต่การใส่เดินจริงสักพักจะบอกความสบายได้ดีกว่า

ถ้าอยากเทียบรุ่นที่มีขายจริงในร้าน ให้ดูหมวด แว่นกันแดดผู้ชาย ก่อน เพราะช่วยกรองทรงที่ใกล้กับหน้าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องไล่ดูทุกแบบในร้านจนตาลาย

เวลาลองแว่นให้ดู 2 จุดก่อนเสมอ

จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่สีหรือทรง แต่เป็นความพอดีบนหน้า แว่นที่ดูหล่อจากชั้นโชว์อาจกลายเป็นแว่นที่ใส่ไม่ไหวถ้าดั้งไม่รับหรือขาแว่นบีบขมับ เวลาเลือกจริงให้ดู 2 จุดก่อน คือดั้งจมูกและขาแว่น ถ้า 2 จุดนี้ดี โอกาสใส่สบายทั้งวันจะสูงขึ้นมาก

ดั้งจมูกคือจุดรับน้ำหนักหลัก

ถ้าแว่นกดดั้ง แปลว่าน้ำหนักลงผิดจุดทันที บางคนจะเห็นรอยแดง บางคนจะรู้สึกแสบร้อนหลังถอดแว่นไม่นาน ปัญหานี้ไม่ควรแก้ด้วยการทน แต่ควรเช็กสะพานกลาง ความโค้งของแป้นรองจมูก และความกว้างระหว่างแป้นกับสันจมูกก่อน ถ้าแว่นนั่งต่ำไป ใบหน้าจะดูหนัก ถ้านั่งสูงไป เลนส์อาจไหลลงตอนเดินเร็ว

เวลาลองที่ร้านช่างแว่นมักดูจุดนี้จากหน้าตรงและก้มเงยเล็กน้อย เพราะบางกรอบตอนยืนนิ่งดูดี แต่พอเดินจริงจะขยับลงหรือหมุนเอียง ถ้าเป็นกรอบที่ไม่มีแป้นรองจมูก ยิ่งต้องดูความโค้งของบริดจ์ให้ชัด การปรับตรงนี้ง่ายกว่าการฝืนใส่ไปทั้งวันมาก และมักแก้ปัญหาความสบายได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนทรง

ขาแว่นต้องไม่บีบขมับหรือดันหู

ขาแว่นที่ดีไม่ควรบีบข้างหัวจนปวด หรือยาวจนหลุดง่าย เวลาใส่จริงให้ลองส่ายหน้าเบาๆ แล้วฟังความรู้สึกที่ขมับและหลังหู ถ้ารู้สึกกดเร็วเกินไป แปลว่าขาแว่นหรือมุมโค้งยังไม่ลงตัว แว่นบางทรงดูสวยมากในภาพ แต่พอใช้จริงจะสร้างจุดเจ็บที่ขมับใน 10-15 นาทีแรก ซึ่งเป็นสัญญาณชัดว่าควรเปลี่ยนทรงหรือให้ร้านปรับเพิ่ม

เรื่องนี้คล้ายรองเท้าวิ่งคู่ดีเลย ภายนอกอาจดูเนี้ยบ แต่ถ้าโครงไม่รับแรง น้ำหนักจะไปกระจุกที่จุดเดิมจนเจ็บ แว่นก็เหมือนกัน แค่ดูหล่อยังไม่พอ ต้องรับน้ำหนักได้จริง ถ้าลองแล้วขาแว่นไม่กดและดั้งไม่แดง โอกาสที่ผู้ใช้งานจะหยิบมาสวมซ้ำทุกวันสูงกว่าทรงที่เลือกเพราะกระแสล้วนๆ

เกณฑ์ใช้งาน 3 แบบที่ร้านมักคุยกับลูกค้า

ในร้านแว่น เรามักแยกโจทย์ใช้งานออกเป็น 3 แบบก่อนคุยเรื่องทรง คือ ขับรถ เดินกลางแจ้ง และใส่ทุกวัน เพราะแต่ละแบบต้องการความนิ่งของกรอบและการตัดแสงไม่เหมือนกัน กรอบที่เหมาะกับขับรถอาจไม่ใช่กรอบที่เบาสบายที่สุดสำหรับเดินทั้งวัน และกรอบที่ใส่เป็นแฟชั่นอาจไม่พอสำหรับใช้งานกลางแจ้งจริง

ถ้าขับรถเป็นหลัก ควรเน้นกรอบที่ไม่บังขอบตาและเลนส์ที่ช่วยลดแสงสะท้อนตรงหน้า ถ้าเดินกลางแจ้งบ่อย ควรให้ความสำคัญกับการครอบคลุมตาและความสบายช่วงขมับ ถ้าใส่ทุกวัน ทั้งรูปทรง น้ำหนัก สีเลนส์ และการเกาะหน้า ต้องสมดุลกันหมด ลูกค้าหลายคนเริ่มจากทรงที่ชอบ แต่จบด้วยทรงที่เข้ากับชีวิตจริงมากกว่า เพราะใช้แล้วไม่ต้องถอดบ่อย

ถ้าอยากเห็นหมวดและรุ่นที่เข้ากับการใช้งานแบบนี้ ลองเปิดดู แว่นกันแดด แล้วเทียบตามสถานการณ์ใช้งานแทนการไล่ดูตามชื่อทรงอย่างเดียว จะช่วยให้คัดตัวเลือกเร็วขึ้น

เช็กลิสต์เลือกแว่นกันแดดผู้ชายก่อนตัดสินใจ

ก่อนจ่ายเงิน ให้ไล่เช็ก 4 ข้อนี้เสมอ หน้าตรงแล้วกรอบไม่ล้นหน้า หน้าข้างแล้วขาแว่นไม่ดันหู ก้มเงยแล้วแว่นไม่ไหล และยิ้มแล้วกรอบไม่ชนแก้ม ถ้าผ่านครบ โอกาสใช้งานจริงจะดีมากกว่าซื้อเพราะทรงฮิตบนป้ายโปรโมชัน

อีกข้อที่หลายคนมองข้ามคือสีเลนส์ สีเข้มมากไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ ถ้าใช้ในเมือง แสงสะท้อนกับช่วงบ่ายจัดของกรุงเทพฯ สำคัญกว่าความมืดของเลนส์อย่างเดียว บางวันเลนส์ที่มืดพอดีแต่คุมแสงสะท้อนได้ดีจะใช้งานสบายกว่าเลนส์ดำจัดที่ทำให้มองทางอุโมงค์ไปหน่อย

ถ้าโจทย์คือหาแว่นที่ใส่แล้วเข้าหน้าและใช้ได้จริง ให้เริ่มจากโครงหน้า ต่อด้วยจุดรับน้ำหนัก แล้วค่อยดูสีและแบรนด์ ความคิดนี้ช่วยลดการซื้อผิดไซซ์ได้มาก โดยเฉพาะเวลาลองหลายทรงติดกันที่ร้านจนตาล้า แค่มีลำดับคิดที่ชัด การตัดสินใจก็ง่ายขึ้นทันที

ถ้าใส่แล้วกดจมูกควรปรับตรงไหนก่อน

ถ้ากดจมูก อย่ารีบสรุปว่าแว่นไม่เหมาะเสมอไป ให้ดู 3 อย่างก่อน คือความกว้างของบริดจ์ ความโค้งของแป้น และตำแหน่งที่กรอบวางบนสันจมูก ถ้ากรอบมีแป้นปรับได้ ร้านมักยกแป้นหรือขยับมุมให้รับน้ำหนักมากขึ้น ถ้าเป็นกรอบที่ไม่มีแป้น ต้องดูว่าทรงบริดจ์กินดั้งเกินไปหรือไม่

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ดั้งอย่างเดียว แต่เกิดจากขาแว่นยาวเกินจนกรอบดันไปข้างหน้า น้ำหนักจึงกดลงบนจมูกมากขึ้น การปรับขาแว่นให้สมดุลมักช่วยได้มากพอๆ กับการยกแป้น ตอนลองให้เดินสั้นๆ รอบร้านและก้มมองพื้นหนึ่งครั้ง จะเห็นเลยว่าแว่นเลื่อนไหม ถ้าเลื่อนนิดเดียวก็ยังพอแก้ แต่ถ้าไหลตลอดควรเปลี่ยนทรง

สรุปง่ายๆ สำหรับผู้ที่กำลังเลือกแว่นกันแดดผู้ชายคือ หน้ากลมมักไปกับทรงเหลี่ยม หน้าเหลี่ยมมักดูดีขึ้นกับทรงโค้ง หน้าเรียวยาวควรหลบกรอบสูงเกิน และทุกหน้าเหมือนกันตรงที่ต้องเช็กดั้งกับขาแว่นก่อนซื้อ ถ้าอยากให้เลือกง่ายขึ้น ให้คัดจากการใช้งานจริงมากกว่าดูทรงล้วนๆ

แหล่งอ้างอิง

  1. Impact of polarized lenses on driving safety (2019), Journal of Safety Research
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา