moscot featured

Moscot vs Mykita ต่างกันยังไง เลือกให้เหมาะกับหน้าและการใส่

Moscot กับ Mykita ต่างกันชัดตรงฟีลการใส่และวัสดุกรอบ Moscot ให้ภาพวินเทจ หนักแน่น และมีบุคลิก ส่วน Mykita เด่นเรื่องความเบา เส้นสายคม และความรู้สึกที่แทบหายไปบนหน้า ถ้าผู้ใช้งานกำลังชั่งระหว่างสองแบรนด์นี้ คำตอบสั้นๆ คือเลือกจากทรงหน้า น้ำหนักที่รับได้ และวันที่ต้องใส่จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เลือกจากชื่อแบรนด์ล้วนๆ เวลาเอามาลองหน้าในร้าน ความต่างจะชัดขึ้นทันทีว่ากรอบไหนรับกับสันจมูกและขมับได้ดีกว่า

ถ้าเน้นลุควินเทจและอยากให้แว่นเป็นชิ้นที่มีคาแรกเตอร์ Moscot มักไปได้ไกลกว่า ถ้าอยากได้กรอบที่บาง เบา และใส่นานแล้วไม่รู้สึกว่ามีอะไรเกาะอยู่บนหน้า Mykita จะเด่นกว่า ทั้งสองแบรนด์มีจุดขายคนละแบบ และการลองหน้าในร้านพร้อมเช็กสะพานจมูกจริงสำคัญกว่าดูรูปบนจอหลายเท่า โดยเฉพาะเวลาต้องใส่เดินออกจากร้านแล้วเจอแดดกรุงเทพฯ ทันที

Moscot เหมาะกับหน้าแบบไหน

Moscot เหมาะกับคนที่อยากได้กรอบมีน้ำหนักทางสายตา กรอบอะซิเตตของแบรนด์นี้ช่วยดันบุคลิกให้ชัด โดยเฉพาะคนหน้ากลางถึงหน้าเล็กที่อยากให้แว่นกลายเป็นจุดเด่น ถ้าหน้ากลมมาก กรอบทรงเหลี่ยมหรือทรงมีมุมจะช่วยตัดความมนได้ดีกว่า ส่วนคนที่มีสันจมูกไม่สูงมากควรลองจริงหน้ากระจก เพราะกรอบวินเทจบางรุ่นจะดูดีมากบนหน้า แต่พอใส่จริงต้องดูว่าจมูกรับน้ำหนักไหวหรือไม่ ร้านแว่นที่มีการวัดและปรับตั้งกรอบช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะถ้าต้องให้เลนส์อยู่ระดับที่ใส่สบายทั้งวัน

รุ่นยอดนิยมอย่าง LEMTOSH มีหน้าเลนส์ราว 44 mm และสะพานจมูก 24 mm จากหน้าสินค้าของ Moscot ส่วน MILTZEN มีหน้าเลนส์ราว 44 mm และสะพานจมูก 22 mm ตัวเลขสองจุดนี้บอกได้ทันทีว่าหน้าจะถูกกรอบกินพื้นที่มากน้อยแค่ไหน คนหน้าสั้นหรือหน้าเล็กมักรู้สึกสบายกับสะพานจมูกที่พอดี เพราะกรอบจะไม่ไหลลงแก้มเวลาเดินหรือก้มดูมือถือ และถ้าลองกับแสงจริงในร้านจะเห็นชัดกว่าดูตัวเลขอย่างเดียว

ถ้าอยากได้ฟีลวินเทจจริงๆ ให้ดูอะไร

ดูขอบกรอบ ความหนาอะซิเตต และความกลมของเลนส์ก่อนอย่างอื่น Moscot ชอบเล่าเรื่องด้วยทรงมากกว่าความเบา เวลาใส่แล้วควรเห็นกรอบชัดพอให้หน้ามีจุดหยุดสายตา ถ้าใส่แล้วกรอบลอย หรือบังคิ้วจนดูแน่นเกินไป แปลว่ารุ่นนั้นอาจใหญ่หรือหนาเกินสำหรับหน้า การลองหน้าต้องเช็ก 2 อย่างพร้อมกัน คือระยะจากคิ้วถึงขอบกรอบ และระดับจุดกึ่งกลางเลนส์ที่ไม่ควรสูงหรือต่ำเกินไป หลายคนที่เข้าร้านจะเลือกจากรูปก่อน แต่พอได้ลองจริงจะรู้ว่าเส้นขอบบนของกรอบสำคัญกว่าที่คิด

แว่น Moscot จึงเหมาะกับผู้ที่อยากให้แว่นเป็นส่วนหนึ่งของลุค ไม่ใช่แค่อุปกรณ์แก้สายตา ถ้ามองในมุมการแต่งตัว มันเหมือนรองเท้าหนังคู่ดีที่ใส่แล้วชุดทั้งชุดดูมีน้ำหนักขึ้นทันที แต่ถ้าชุดประจำวันค่อนข้างมินิมอลและไม่อยากให้หน้าโดนกรอบดึงสายตาแรงเกินไป ควรเทียบกับอีกฝั่งด้วย เวลาเทียบรุ่นในร้านมักใช้กระจกบานเดียวกันและหมุนหน้าให้เห็นด้านข้างเพื่อดูว่าสัดส่วนกรอบดึงหน้าไปทางไหน

Mykita ต่างจาก Moscot เรื่องวัสดุและความเบายังไง

Mykita เด่นที่โครงสร้างเบาและเส้นสายเนี้ยบ แบรนด์นี้มักให้ความรู้สึกเทคนิคัลกว่า Moscot ชัดเจน คนที่ใส่แว่นทั้งวันในออฟฟิศ ขึ้นรถ ลงรถ และต้องถอดใส่บ่อยจะรู้สึกต่างทันที เพราะกรอบเบาช่วยลดแรงกดสันจมูกและขมับ Mykita ไม่ได้ขายฟีลวินเทจแบบพกน้ำหนักมาเต็มมือ แต่ขายความเบาที่ดูตั้งใจออกแบบมากกว่า และพอเจอการขยับขึ้นลงระหว่างวันก็จะรู้ว่าความต่างอยู่ตรงไหน

ถ้าต้องเทียบรุ่นที่ใกล้กันในโลกใช้งานจริง Moscot LEMTOSH มีตัวกรอบอะซิเตตที่ให้สัมผัสหนักแน่นกว่า ส่วน Mykita หลายรุ่นใช้โครงโลหะหรือวัสดุผสมที่บางกว่า จับแล้วจะรู้สึกต่างทันที แม้ยังไม่เห็นตัวเลขน้ำหนักละเอียดจากหน้าสินค้าตรงรุ่นก็ตาม จุดสำคัญคือความรู้สึกบนหน้า ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ เพราะกรอบที่เบาแต่ปลายขาแข็งเกินก็ยังใส่ไม่สบายได้อยู่ดี ร้านที่ได้ลองจริงจะช่วยบอกได้ว่าขาแว่นกดตรงขมับหรือไม่หลังใส่ไปสักพัก

ช่วงราคาจริงในร้านไทยของสองแบรนด์นี้มักต่างกันตามวัสดุและรุ่นย่อย Moscot รุ่นคลาสสิกอย่าง LEMTOSH บนเว็บแบรนด์อยู่ราว 340 ดอลลาร์ และถ้าคิดเป็นตลาดไทยต้องเผื่อค่าขนส่ง ภาษี และการคัดเลือกสต็อก ส่วน Mykita มักอยู่ในช่วงพรีเมียมเช่นกันแต่โครงสร้างราคาจะไล่ตามวัสดุและไลน์สินค้า ผู้ใช้งานควรดูราคาขายจริงของร้านไทยในวันที่สนใจ ไม่ใช่ยึดราคาอ้างอิงจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะหน้าร้านบางวันต่างกันตามกรอบและเลนส์ที่เลือก

เรื่องเบาไม่ใช่คำตอบเดียวของความสบาย

กรอบเบาเหมือนถือแก้วน้ำเปล่าขวดเล็ก ไม่ได้แปลว่าถือสบายทุกท่า ถ้าจุดวางน้ำหนักไม่ตรง สุดท้ายก็ล้าได้ Mykita มักทำให้ผู้ใส่รู้สึกว่าหน้าปลอดโปร่งกว่า แต่คนที่มีสันจมูกค่อนข้างแบนหรือหน้าเล็กมากต้องตรวจเรื่องแป้นจมูกและองศาโค้งของขาแว่นให้ละเอียด ร้านแว่นที่มีผู้เชี่ยวชาญเลนส์ ZEISS จะช่วยเช็กให้ว่ากรอบวางบนหน้าแล้วเลนส์อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานจริงได้ไหม รวมถึงลองยืน เดิน และก้มดูโทรศัพท์เพื่อดูว่ากรอบขยับไหม

ในมุมใช้งานประจำวัน ถนนกรุงเทพฯ ที่แดดแรงแล้วต้องขึ้นลงอาคารบ่อยทำให้คนส่วนหนึ่งชอบกรอบเบา เพราะถอดแว่นเข้าออกระหว่างวันได้ง่ายกว่า แต่ถ้าอยากได้ลุคที่ดูมีน้ำหนักเมื่อใส่ในที่ประชุมหรือมื้อเย็น Moscot จะให้ภาพที่เด่นกว่า นี่คือเหตุผลที่การเทียบสองแบรนด์นี้ไม่ควรถามแค่ว่าอันไหนดีกว่า ต้องถามว่าอันไหนเข้ากับชีวิต 8 ชั่วโมงของผู้ใช้งานมากกว่า และต้องอยู่บนหน้าจริงทั้งวันแบบไม่รำคาญ

เลือกรุ่นไหนเมื่อเน้นหน้าเล็ก หน้าใหญ่ และการใช้งานประจำวัน

หน้าเล็กมักได้เปรียบกับ Moscot ทรงคลาสสิกถ้าขนาดหน้าเลนส์ไม่ใหญ่เกินไป เพราะทรงวินเทจช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้า แต่ต้องเช็กสะพานจมูกและความกว้างรวมด้วย หน้าใหญ่หรือหน้าที่มีโหนกแก้มกว้างมักไปทาง Mykita ได้ดี ถ้าต้องการให้กรอบไม่ตัดหน้าแรง และถ้าผู้ใช้งานทำงานหน้าจอนานหรือขับรถหลายช่วง Mykita จะช่วยลดความรู้สึกว่ามีของหนักเกาะอยู่ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะเวลาถอดใส่บ่อยระหว่างประชุมกับเดินทาง

ถ้าต้องตัดสินใจด้วยเช็กลิสต์สั้นๆ ให้ดู 4 ข้อนี้ก่อนลองจริง – 1) หน้าเลนส์กินพื้นที่หน้าไปแค่ไหน 2) สะพานจมูกกดหรือไหลหรือไม่ 3) น้ำหนักรู้สึกบริเวณขมับหรือสันจมูกมากกว่า 4) เวลาเอียงหน้าลง กรอบยังนิ่งอยู่หรือเปล่า ข้อสุดท้ายสำคัญมาก เพราะหลายคนใส่ตอนยืนหน้ากระจกแล้วสวย แต่พอนั่งทำงานหรือก้มดูจอ แว่นกลับลื่นจนรำคาญ ถ้าในร้านมีเวลาลองหลายท่าจะช่วยตัดสินได้ชัดกว่าเดิม

ถ้าต้องการคำตอบแบบตรงๆ Moscot เหมาะกับคนที่อยากได้บุคลิกและฟีลวินเทจ ส่วน Mykita เหมาะกับคนที่ให้คะแนนกับความเบาและความคมของงานดีไซน์มากกว่า ไม่มีฝั่งไหนชนะทุกสถานการณ์ และไม่มีกรอบไหนเหมาะกับทุกหน้า การลองหน้าจริงในร้านพร้อมดูเงาสะท้อนจากด้านข้างจะบอกคำตอบได้แม่นกว่ารูปโปรโมตบนเว็บมาก โดยเฉพาะเมื่ออยากรู้ว่าหน้าดูบาลานซ์หรือถูกกรอบดึงสายตาไปทางไหน

ถ้าผู้ใช้งานกำลังมองหาแว่นที่ต้องใส่กับเลนส์สายตา การคุยกับร้านก่อนเลือกกรอบสำคัญพอๆ กับเลือกแบรนด์ เพราะกรอบบางรุ่นรับเลนส์หนาไม่สวย หรือทำให้จุดศูนย์กลางเลนส์ไม่เข้าตาเท่าที่ควร Siam Eyewear มักเช็กทั้งทรงหน้า การวางกรอบ และจุดใช้งานก่อนส่งต่อไปยังขั้นตัดเลนส์จริง เพื่อให้ตอนใส่แล้วไม่ต้องแก้ซ้ำทีหลัง และถ้าเป็นเลนส์พิเศษก็จะดูจุดติดตั้งให้ตั้งแต่ต้น

แว่น Moscot และ Mykita จึงไม่ได้แข่งกันที่ภาพลักษณ์อย่างเดียว แต่แข่งกันที่วิธีทำให้คนใส่รู้สึกต่างกันในแต่ละวัน ถ้าอยากได้กรอบที่มีคาแรกเตอร์หนักแน่น เลือก Moscot ถ้าอยากได้กรอบที่บางและเบากว่า เลือก Mykita แล้วถ้ายังลังเล ให้เอารุ่นที่ชอบ 2-3 รุ่นมาลองหน้าในแสงจริงของร้าน จะเห็นชัดกว่าดูจากสเปกเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะตอนหันหน้าให้เห็นทั้งตรงและด้านข้าง

แหล่งอ้างอิง

  1. ZEISS Vision Care - Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
  2. Impact of polarized lenses on driving safety (2019), Journal of Safety Research
  3. Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009), Optometry and Vision Science
  4. Digital Eye Strain Report (2016), The Vision Council
  5. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017), Clinical and Experimental Optometry
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา