Aviator vs Clubmaster

Rayban Aviator กับ Clubmaster ต่างกันยังไง เปรียบเทียบทุกมิติเลือกอันไหนดีกว่า 2026

ทำไม Rayban Aviator กับ Clubmaster ถึงเป็นคู่แข่งที่คนไทยเลือกยากที่สุด

ทั้ง Aviator และ Clubmaster คือ 2 ตระกูลที่ขายดีที่สุดของ Rayban มาตลอดกว่า 80 ปี แต่ด้วยรูปทรง วัสดุ และบุคลิกที่ต่างกันสุดขั้ว การเลือกระหว่างสองรุ่นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความชอบ แต่ต้องดูหน้า ดูไลฟ์สไตล์ และดูการใช้งานจริงในเมืองไทยด้วย บทความนี้เปรียบเทียบทุกมิติตั้งแต่วัสดุ ขนาด เลนส์ หน้าที่เหมาะ ไปจนถึงราคา เพื่อให้ตัดสินใจได้แม่นยำที่สุด

Rayban Aviator กับ Clubmaster ต่างกันตรงไหน เปรียบเทียบทุกจุดที่ต้องรู้

วัสดุกรอบแว่น เบา vs มั่นค์

Aviator ใช้กรอบโลหะทองคำขัด (Arista Gold) หรือโลหะเงินทั้งอัน น้ำหนักเฉลี่ย 30-34 กรัม ถือว่าเบามาก ใส่ทั้งวันแทบไม่รู้สึก ข้อดีคือบางเฉียบและดูโปรแกรสซีฟ แต่ข้อสังเกตคือโลหะอาจร้อนถ้าวางไว้ในรถที่จอดกลางแดดในเมืองไทยที่อุณหภูมิในรถทะลุ 60 องศาเซลเซียสได้

Clubmaster ใช้โครงสร้างแบบ Browline คือครึ่งบนเป็น Acetate (พลาสติกระดับพรีเมียม) และครึ่งล่างเป็นโลหะบางๆ รวมถึงสะพานจมูก น้ำหนักอยู่ที่ 34-38 กรัม หนักกว่า Aviator เล็กน้อย แต่ Acetate ด้านบนช่วยกระจายน้ำหนักบนจมูกได้ดีกว่า ทำให้บางคนใส่ Clubmaster แล้วรู้สึกนิ่มกว่า แม้จะหนักกว่าก็ตาม

รูปทรงเลนส์ Teardrop vs Browline ต่างกันอย่างไร

Aviator มีเลนส์รูปหยดน้ำ (Teardrop) ที่มุมล่างมนกลม ขอบเลนส์โค้งรับหน้าเต็มที่ ให้ความครอบคลุมมุมมองดีเยี่ยม ทั้งด้านบน ด้านข้าง และด้านล่าง ออกแบบมาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เพื่อป้องกันแสงแดดสะท้อนในห้องขับเครื่องบิน เลนส์ขนาด 58mm ของ Rayban Aviator RB3025 เป็นไซส์มาตรฐานที่หน้าคนไทยส่วนใหญ่ใส่พอดี

Clubmaster มีเลนส์รูปสี่เหลี่ยมมน (Browline) ครึ่งบนมีขอบ Acetate หนา ครึ่งล่างเป็นโลหะบางๆ ทำให้มุมมองด้านล่างไม่ถูกบังเลย แต่ด้านข้างจะมีช่องว่างมากกว่า Aviator แสงแดดจึงสาดเข้าด้านข้างได้ง่ายกว่า สำหรับการขับรถหรือเดินกลางแดดจัดในกรุงเทพฯ จึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่ง

ขนาดและไซส์ที่เหมาะกับหน้าคนไทย

Aviator RB3025 มี 3 ไซส์หลัก: 55mm, 58mm, 62mm (วัดจากความกว้างเลนส์) คนไทยส่วนใหญ่ที่หน้าไม่ใหญ่มากจะใส่ 58mm ได้พอดี สะพานจมูกอยู่ที่ 14mm ซึ่งเหมาะกับจมูกคนไทยที่ไม่โด่งมาก แต่ถ้าหน้าเล็กหรือผู้หญิงที่โหนกแก้มสูง อาจต้องลงไปที่ 55mm

Clubmaster RB3016 มีไซส์ 49mm, 51mm และ 55mm สะพานจมูกกว้าง 21mm ซึ่งแบนกว่า Aviator ทำใ้หคนที่จมูกเตี้ยหรือแบนใส่ได้สบายกว่า เพราะ Acetate ด้านบนมีน้ำหนักที่กดลงบนสันจมูกอย่างสม่ำเสมอ ไม่เลื่อนลื่นเหมือนโลหะล้วน

หน้าทรงไหนใส่ Rayban Aviator ดีกว่า หน้าทรงไหนเหมาะกับ Clubmaster

ถ้าเป็นหน้าเหลี่ยมหรือหน้าสี่เหลี่ยม ทรง Teardrop ของ Aviator จะช่วยทุบมุมแข็งๆ ให้ดูนุ่มลง เลนส์โค้งมนรับหน้าได้ทั้งหมด ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น ส่วน Clubmaster ที่มีเส้นตรงด้านบนจะยิ่งเน้นมุมที่แข็งแข็ง จึงไม่ใช่ match ที่ดีนัก

หน้ากลมควรเลือก Clubmaster เพราะเส้นตรงด้านบนของ Browline จะช่วยตัดความกลมของหน้าให้ดูเรียวขึ้น ในขณะที่ Aviator ที่โค้งมนทั้งอันจะยิ่งเน้นความกลมของใบหน้า

หน้ารูปไข่ถือว่าโชคดีเพราะใส่ได้ทั้งสองรุ่น แต่ต้องดูสัดส่วนว่าอยากเน้นความสปอร์ต (Aviator) หรือเน้นความเกลี้ยงเกลา (Clubmaster)

หน้ายาวเหมาะกับ Clubmaster มากกว่า เพราะกรอบด้านบนที่หนาจะดึงสายตาไปทางด้านข้าง ทำให้หน้าดูสั้นลง Aviator ก็ใส่ได้แต่ต้องเลือกไซส์ใหญ่ 62mm เพื่อให้เลนส์ครอบคลุมใบหน้ามากพอ

เลนส์และการป้องกัน UV เหมือนกันไหม

ทั้งสองรุ่นใช้เลนส์แก้ว (Crystal Glass) ระดับเดียวกัน ป้องกัน UVA และ UVB ได้ 100% ความคมชัดของเลนส์แก้วถือว่าเหนือกว่าเลนส์พลาสติกทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งสองรุ่นก็มีตัวเลือกเลนส์ Polarized ที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากถนนเปียก กระจก และผิวน้ำ ซึ่งเหมาะมากสำหรับสภาพอากาศเมืองไทยที่ฝนตกแล้วแดดออนสลับกันตลอดปี

Aviator RB3025 รุ่น 001/3E 58mm ที่ขายใน ดูรุ่น Rayban ทั้งหมด มาพร้อมเลนส์ Pink Silver Mirror ที่ลดแสงจ้าได้ดีในที่โล่ง ส่วน Clubmaster RB2176 901 มาพร้อมเลนส์ G-15 สีเขียวดั้งเดิมของ Rayban ที่ถ่ายทอดสีธรรมชาติได้ดีที่สุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเลนส์ G-15 ได้จากบทความ เลนส์สี G-15 Rayban คืออะไร

ข้อแตกต่างที่สำคัญด้านเลนส์คือพื้นที่ครอบคลุม Aviator มีเลนส์ใหญ่กว่าและโค้งรับหน้ามากกว่า ทำให้แสงแดดด้านข้างสาดเข้าตาได้น้อยกว่า สำหรับคนขับรถหรือคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งบ่อยในเมืองไทยที่ UV Index ทะลุ 11+ ตลอดปี จุดนี้สำคัญมาก

ไลฟ์สไตล์ไหนเลือก Aviator ไลฟ์สไตล์ไหนเลือก Clubmaster

Aviator เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการขับขี่

ทรง Teardrop ที่ครอบคลุมมุมมองกว้างทำให้ Aviator เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนที่ขับรถหรือขับมอเตอร์ไซค์บ่อย เลนส์โค้งช่วยบังแสงจากกระจกหน้ารถและแสงสะท้อนจากถนน โครงโลหะเบาทำให้ใส่นานๆ ไม่ปวดจมูก คนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งเช่นวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือตกปลา ก็จะชอบความครอบคลุมของ Aviator มากกว่า

อีกจุดที่มักมองข้ามคือ Aviator สวมทับแว่นสายตาได้ง่ายกว่า เพราะกรอบโลหะบางๆ ไม่กินพื้นที่ ใครที่ตัดแว่นสายตาอยู่แล้วและอยากหาแว่นกันแดดสวมทับ อ่านเพิ่มเติมได้จาก คู่มือตัดแว่นที่ไหนดี

Clubmaster เหมาะกับสไตล์เกลี้ยงเกลาและ Smart Casual

Clubmaster มี DNA เป็นแว่นที่ใส่กับชุดสูท ชุดทำงาน หรือชุด Smart Casual ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เส้นตรงด้านบนของ Browline ให้ความรู้สึกสุภาพ เฉียบขาด เหมาะกับการเข้าประชุม ไปงานสังสรรค์ หรือถ่ายรูป ใครที่ทำงานออฟฟิศและอยากได้แว่นที่เหมาะกับทั้งวันทำงานและไปเที่ยวตอนเย็น Clubmaster จะตอบโจทย์กว่า

ราคา Rayban Aviator และ Clubmaster ต่างกันไหม

ทั้งสองรุ่นอยู่ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน แต่มีรุ่นย่อยที่ต่างกันพอสมควร

  • Rayban Aviator RB3025 58mm Arista Gold/Pink Silver Mirror ราคา ฿4,750
  • Rayban Shooter RB3138 Arista Gold/G15 ราคา ฿4,750 (ทรง Aviator แต่มีสะพานจมูกแบบกระสุน)
  • Rayban Clubmaster Folding RB2176 901 Black/G15 ราคา ฿7,100 (รุ่นพับเก็บได้)

รุ่น Clubmaster Folding ที่ราคาสูงกว่ามาจากกลไกพับเก็บที่ซับซ้อนกว่า สามารถพับใส่กระเป๋าเสื้อผ้าได้ สะดวกสำหรับคนเดินทางบ่อย ถ้าไม่ต้องการฟังก์ชันพับ รุ่น Clubmaster ดั้งเดิมจะมีราคาใกล้เคียง Aviator มากกว่า

สรุปเลือก Rayban Aviator หรือ Clubmaster ดูจาก 4 ปัจจัยนี้

1. ดูจากหน้า

หน้าเหลี่ยม หน้าสี่เหลี่ยม เลือก Aviator หน้ากลม หน้ายาว เลือก Clubmaster หน้ารูปไข่ใส่ได้ทั้งคู่

2. ดูจากการใช้งานหลัก

ขับรถ ขับมอเตอร์ไซค์ กิจกรรมกลางแจ้ง เลือก Aviator เข้าออฟฟิศ ประชุม งานสังสรรค์ เลือก Clubmaster

3. ดูจากความสบาย

อยากเบาที่สุดเลือก Aviator (30-34g) อยากกระจายน้ำหนักบนจมูกดีกว่าเลือก Clubmaster

4. ดูจากสไตล์ที่อยากสื่อ

สปอร์ต แคชชวล ดูดิบเลือก Aviator เกลี้ยงเกลา ดูเท่แบบฉลาดเลือก Clubmaster

ยังเลือกไม่ถูก แนะนำให้มาลองใส่จริงที่ร้าน Siam Eyewear เพราะบางคนใส่บนกระดาษดูเข้าแต่พอขึ้นหน้าจริงอาจต่างออกไป โดยเฉพาะเรื่องสัดส่วนระหว่างความกว้างเลนส์กับความกว้างใบหน้า ต้องวัดจริงถึงจะรู้

แหล่งอ้างอิง

  1. Impact of polarized lenses on driving safety (2019) — Journal of Safety Research
  2. ZEISS Vision Care — Progressive Lens Technology — Carl Zeiss AG
  3. Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009) — Optometry and Vision Science
  4. Digital Eye Strain Report (2016) — The Vision Council
  5. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017) — Clinical and Experimental Optometry
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา