แว่น Oakley ทำจากอะไร วัสดุกรอบแต่ละรุ่น คู่มือครบจบจากช่างแว่น 10 ปี

แว่น Oakley ทำจากอะไร วัสดุกรอบแต่ละรุ่น คู่มือครบจบจากช่างแว่น 10 ปี 2026

แว่น Oakley ทำจากอะไร ทำไมถึงทนทานและเบากว่าแว่นทั่วไป

คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวทุกครั้งที่หยิบแว่น Oakley ขึ้นมาดู แล้วรู้สึกว่ามันเบา แต่ดูแข็งแกร่ง ต่างจากแว่นทั่วไปที่ราคาใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน ความจริงคือ Oakley ลงทุนกับวัสดุกรอบมานานกว่า 40 ปี และมีสิทธิบัตรเฉพาะสำหรับวัสดุแต่ละชนิดที่ไม่มีแบรนด์อื่นเลียนแบบได้ บทความนี้จะแกะรหัสวัสดุทุกชนิดที่ Oakley ใช้ พร้อมบอกว่ารุ่นไหนใช้วัสดุอะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

O-Matter วัสดุหลักของ Oakley คืออะไรกันแน่

O-Matter คือวัสดุที่ Oakley พัฒนาขึ้นเอง เป็น nylon thermoplastic แบบ injection-molded ที่ผ่านกรรมวิธีพิเศษ ไม่ใช่พลาสติกทั่วไปที่เรารู้จัก ตัวเลขที่วัดได้จากห้องแล็บของ Oakley คือ:

  • ทนแรงกระแทกเกินมาตรฐาน ANSI Z87.1 (มาตรฐานความปลอดภัยอุตสาหกรรมอเมริกา)
  • ทนความร้อนสูง 100°C โดยไม่บิดเบี้ยว
  • ทนความเย็น -40°C โดยไม่แตกร้าว
  • ทนสารเคมีทั่วไป เช่น น้ำเกลือ ครีมกันแดด เหงื่อ
  • ทน UV degradation ได้นานกว่า acetate 3-5 เท่า

สำหรับสภาพอากาศไทยที่อุณหภูมิสูงถึง 40°C และความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% ตลอดทั้งปี O-Matter คือวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแว่นกีฬากลางแจ้ง แว่นเซลล์ไลลอยด์ (acetate) เดิมจะอ่อนตัวและบิดได้ในความร้อนสูง แต่ O-Matter ไม่เปลี่ยนรูป

รุ่นที่ใช้ O-Matter เป็นหลัก ได้แก่ Holbrook, Frogskins, Gascan, Flak 2.0, Jawbreaker, Sutro – เกือบทุกรุ่น Sport และ Lifestyle ราคา 4,000-8,000 บาท ล้วนใช้วัสดุชนิดนี้

Unobtanium เหงื่อยิ่งออก กรอบยิ่งเกาะ เทคโนโลยีที่ไม่มีใครทำได้

Unobtanium เป็นสิทธิบัตรเก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของ Oakley คือวัสดุยางสังเคราะห์ที่ใช้ทำ nose pad และ ear sock ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่หาไม่ได้ในยางทั่วไป: ยิ่งเปียกเหงื่อยิ่งเกาะดีขึ้น

หลักการทำงานคือพื้นผิวของ Unobtanium มีโครงสร้างระดับนาโนที่เพิ่มแรงเสียดทานเมื่อสัมผัสความชื้น ต่างจากยางทั่วไปที่เปียกแล้วลื่น นักวิ่งและนักปั่นจักรยานที่ใส่ Oakley รู้ดีว่าหลังวิ่ง 10 กิโลเมตร แว่นยังอยู่ที่เดิม ไม่ขยับ ไม่ไหล ไม่ต้องดันจมูกทุกไม่กี่นาที

จะเห็น Unobtanium ได้ชัดในรุ่น Flak 2.0, Jawbreaker, Radarlock และรุ่น Sport ทั่วไป ส่วน nose pad ที่ทำจาก Unobtanium มักเป็นสีที่ตัดกับกรอบ ทำให้สังเกตเห็นได้ง่าย

Titanium และ Nanowire กรอบโลหะสำหรับคนที่ต้องการ Premium สุด

ไม่ใช่ทุก Oakley ที่ทำจากพลาสติก รุ่น premium บางรุ่นใช้โลหะ โดยเฉพาะ titanium แต่ไม่ใช่ titanium ธรรมดา Oakley พัฒนา Nanowire™ ซึ่งเป็น titanium alloy พิเศษที่มีคุณสมบัติ shape memory กล้าว่าได้ว่า:

  • บิดงอได้ 360° โดยไม่หัก
  • คืนรูปเดิมได้หลังถูกกด
  • น้ำหนักเบากว่า titanium ปกติ 30%
  • ความหนาขา/กรอบลดได้ถึง 2 มม. โดยไม่เสียความแข็งแกร่ง

รุ่น titanium ของ Oakley มักอยู่ในกลุ่ม Crosslink, Wheel House, Trillbe X ซึ่งราคาสูงกว่ากลุ่ม O-Matter ชัดเจน โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 6,000-12,000 บาท

Nano-Matter และ BiO-Matter วัสดุยุคใหม่ที่เบาและเป็นมิตรกับโลก

หลายปีที่ผ่านมา Oakley ขยายสายวัสดุจาก O-Matter ดั้งเดิมออกไปอีก 2 ทิศทาง:

Nano-Matter เบาสุดในตระกูล O-Matter

Nano-Matter คือ O-Matter รุ่นอัปเกรดที่ผ่านกระบวนการลดความหนาแน่นโดยไม่เสียความแข็งแกร่ง น้ำหนักเบากว่า O-Matter ดั้งเดิมประมาณ 15-20% เหมาะสำหรับรุ่นที่ต้องใส่ทั้งวัน เช่น กรอบสายตาในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่กีฬาหนัก

BiO-Matter ความยั่งยืนจากน้ำมันละหุ่ง

BiO-Matter คือ O-Matter เวอร์ชันรักษ์โลก ทำจากวัตถุดิบชีวภาพ (bio-based) จากน้ำมันละหุ่งมากกว่า 56% ของน้ำหนักทั้งหมด ลด carbon footprint ในกระบวนการผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญ คุณสมบัติทางกายภาพเทียบเท่า O-Matter ดั้งเดิมทุกประการ Oakley เริ่มใช้ BiO-Matter ในหลายรุ่นตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา

เปรียบเทียบวัสดุกรอบ Oakley ทุกชนิด ตารางสรุปสำหรับตัดสินใจ

วัสดุน้ำหนักความทนทานจุดเด่นรุ่นที่ใช้ราคาโดยประมาณ
O-Matterเบาสูงมากกันความร้อน ยืดหยุ่น กันเคมีHolbrook, Frogskins, Flak 2.0, Sutro3,500-7,000 บาท
Nano-Matterเบามากสูงใส่สบายทั้งวัน เบาพิเศษกรอบสายตาบางรุ่น5,000-9,000 บาท
BiO-Matterเบาสูงมากยั่งยืน ทดแทน O-Matter ได้เต็มที่รุ่นใหม่ปี 2026-20274,500-8,000 บาท
Titanium/NanowireเบามากสูงสุดShape memory, งอได้ไม่หักCrosslink, Trillbe X6,000-12,000 บาท
Unobtaniumสูงเหงื่อยิ่งออกยิ่งเกาะNose pad/ear sock ในรุ่น Sport(ส่วนประกอบ ไม่แยกขาย)

วัสดุไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทย

จากประสบการณ์ที่ผ่านมากว่า 10 ปีในร้านแว่น คำแนะนำจากช่างแว่นสำหรับคนไทยมีดังนี้:

นักวิ่ง นักปั่น กีฬาในร่มและกลางแจ้ง

O-Matter พร้อม Unobtanium grip คือ combo ที่ดีที่สุด แว่นอย่าง Flak 2.0 หรือ Jawbreaker เป็นตัวเลือกที่ผ่านการทดสอบในสนามจริงมาแล้วทั่วโลก ราคา 4,500-6,500 บาท คุ้มค่ากว่าแว่นสปอร์ตทั่วไปที่เลื่อนทุกครั้งที่เหงื่อออก

คนที่ต้องการแว่นใส่ได้ทั้งวัน ทั้งออฟฟิศและนอกสถานที่

Nano-Matter หรือ BiO-Matter ในรุ่น Lifestyle เช่น Holbrook หรือ Frogskins เหมาะมาก น้ำหนักเบา ทนแดด ทนเหงื่อ ทน hand lotion และครีมกันแดดที่คนไทยใส่กันทุกวัน

ผู้บริหารที่ต้องการดูดีแบบ premium

Titanium หรือ Nanowire เหมาะที่สุด ดูโปร่งบาง แต่ทนทานกว่ากรอบโลหะทั่วไปมาก และไม่แพ้เหงื่อหรือสนิมแน่นอน

ซื้อแว่น Oakley ควรดูวัสดุอะไรก่อน

เมื่อไปดูแว่น Oakley สิ่งที่ควรถามร้านก่อนซื้อ:

  • กรอบทำจากอะไร – O-Matter, Nano-Matter, BiO-Matter หรือ Titanium ราคาต่างกัน คุณสมบัติต่างกัน
  • Nose pad เป็น Unobtanium ไหม – ถ้าต้องการใส่กีฬาจริงจัง nose pad Unobtanium คือสิ่งที่ต้องมี
  • รองรับ Asian Fit ไหม – Oakley ที่มี (A) หลังชื่อรุ่นคือ Asian Fit ออกแบบสำหรับสันจมูกเตี้ยแบบคนไทยโดยเฉพาะ

ร้านแว่นที่มีของแท้และช่างผู้เชี่ยวชาญจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ทันที ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบคลุมเครือ ควรหาร้านอื่น ดูรุ่นและราคา Oakley ทั้งหมดได้ที่ แว่น Oakley พร้อมข้อมูลวัสดุครบ

Oakley Asian Fit (A) ต่างจากรุ่นปกติตรงไหน เรื่องวัสดุที่หลายคนไม่รู้

Oakley Asian Fit ที่มีตัว (A) หรือ Asia Fit ไม่ได้แค่ขยับ nose pad ให้สูงขึ้น วัสดุ Unobtanium ใน nose pad ของ Asian Fit ถูกปรับ geometry ให้ contact point กว้างขึ้น เพิ่มพื้นที่สัมผัสกับสันจมูกเตี้ยแบบเอเชีย ทำให้เกาะได้ดีกว่า International Fit สำหรับคนไทยอย่างชัดเจน

รุ่นที่มี Asian Fit ในไทย เช่น Sutro (A), Latch (A), Corridor A, Actuator A, Reedmace (A) ราคาเท่าเดิมกับ International Fit แต่ใส่สบายกว่าสำหรับสรีระคนไทย

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกวัสดุและรุ่นไหน แนะนำให้มาลองที่ร้านแว่นที่มีของครบ ช่างจะช่วยประเมินทรงหน้าและสันจมูกได้ตรงกว่าการเดาจากรูป ดูตัวเลือก แว่น Oakley หรือถ้าต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเรื่องการเลือกร้านแว่นที่ไว้ใจได้ ดูได้ที่ ตัดแว่นที่ไหนดี

แหล่งอ้างอิง

  1. Prizm Lens Technology — Oakley — Oakley, Inc.
  2. ZEISS Vision Care — Progressive Lens Technology — Carl Zeiss AG
  3. Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009) — Optometry and Vision Science
  4. Digital Eye Strain Report (2016) — The Vision Council
  5. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017) — Clinical and Experimental Optometry
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา