Oakley ไม่ได้ทำแค่แว่นกันแดด แต่มีกรอบแว่นสายตาในชื่อ OX Series ให้ตัดเลนส์สายตาได้มากกว่า 6 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือแม้แต่ progressive เลนส์หลายค่า คนที่รู้จัก Oakley แค่แว่นกันแดดอาจพลาดตัวเลือกที่เหมาะกว่า
สำหรับผู้ที่กำลังหา แว่นสายตา Oakley ดูสินค้าและราคาที่หน้าหลักของหมวดนี้
Oakley OX Series คืออะไร
OX Series คือไลน์กรอบแว่นสายตาของ แว่น Oakley ที่ออกแบบมาให้ตัดเลนส์ prescription ได้ ต่างจาก OO Series ที่เป็นแว่นกันแดด โดย OX จะใช้วัสดุและเทคโนโลยีเดียวกับแว่นกีฬาของ Oakley ทั้ง O-Matter frame, Unobtainium nose pad และ Three-Point Fit ที่สัมผัสใบหน้าเพียง 3 จุดเพื่อให้เลนส์ตรงแนวสายตาอยู่เสมอ
ข้อแตกต่างสำคัญจากกรอบแว่นสายตาทั่วไปคือ base curve ของ OX บางรุ่นโค้งตาม wraparound design ซึ่งช่วยกันลมและฝุ่นได้ดีกว่ากรอบแบน แต่ต้องการช่างตัดเลนส์ที่ชำนาญการตัดเลนส์โค้ง เพราะค่าสายตาจะเพี้ยนถ้าตัดไม่ถูกต้อง
รุ่นยอดนิยมใน OX Series
Crosslink Zero – สำหรับคนที่ออกกำลังกายประจำ
Crosslink Zero (OX8076) เป็นกรอบแว่นสายตากีฬาที่ขายดีที่สุดในไลน์ OX รองรับค่าสายตาทุกประเภท และมีจุดเด่นที่ขา wire-core ปรับโค้งได้ทีละนิด ให้กระชับกับหูทุกทรง
Unobtainium ที่ปลายขาและแผ่นรองจมูกจะยิ่งเพิ่มแรงยึดเกาะเมื่อมีเหงื่อ ต่างจากซิลิโคนทั่วไปที่ยิ่งเหงื่อออกยิ่งลื่น สำหรับคนที่วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือทำ gym แบบที่เหงื่อออกเยอะ นี่คือจุดต่างที่รู้สึกได้จริงในชีวิตประจำวัน ราคากรอบเปล่าในไทยอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 บาท ก่อนรวมค่าเลนส์
Holbrook RX – ดีไซน์ไลฟ์สไตล์ น้ำหนัก 17 กรัม
Holbrook RX (OX8156) นำดีไซน์ keyhole bridge ของ Oakley Holbrook มาทำเป็นกรอบแว่นสายตา กรอบสี่เหลี่ยมขอบเต็ม O-Matter plastic น้ำหนักเพียง 17 กรัม ขนาดมาตรฐาน 54-18-137 มม. เหมาะกับใบหน้ากลาง-ใหญ่ มีรุ่น 56 มม. สำหรับหน้ากว้าง
รองรับเลนส์ได้หลากหลาย ทั้ง single vision, progressive, high-index เลนส์บาง, Transitions เลนส์ปรับแสง และ polarized เลนส์กันแดด ราคากรอบอยู่ที่ประมาณ 5,500-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับ colorway และช่องทางซื้อ
DOUBLE DOWN – รุ่นล่าสุด ล่าสุด เปลี่ยนขาแว่นได้
DOUBLE DOWN คือ Crosslink รุ่นล่าสุดที่เปิดตัว มาพร้อมชุดขาแว่น 2 ชุดในกล่องเดียวกัน – ชุดแรกสำหรับออกกำลังกาย (มียาง Unobtainium เพิ่มเต็มขา) และชุดที่สองสำหรับชีวิตประจำวัน ระบบเปลี่ยนขาใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที ไม่ต้องใช้ไขควง
มาพร้อม 3 ขนาด nose pad เพื่อรองรับสันจมูกแบบเอเชีย รุ่นนี้ยังไม่มีขายอย่างแพร่หลายในไทย แต่สั่งผ่าน Oakley official ได้
รุ่นอื่นใน OX Series ที่น่าสนใจ
| รุ่น | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Airdrop RX | 5 ขนาดให้เลือก, รองรับค่าสายตาสูง | คนค่าสายตาสูง |
| Pitchman R | ทรง round แบบ heritage, เลนส์ 50 มม. | คนชอบสไตล์วินเทจ |
| Tie Bar 0.5 | กรอบไทเทเนียม half-rim, น้ำหนักเบามาก | คนชอบกรอบโลหะ premium |
| Crosslink (A) | สายตาสูงสุด, กรอบเต็ม O-Matter แข็งแรง | คนที่ใส่แว่นออกกำลังกายจริงจัง |
เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับการใช้งาน
สิ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนคือ ใส่แว่น Oakley เพื่ออะไรเป็นหลัก ถ้าคำตอบคือ “ใส่ออกกำลังกายและชีวิตประจำวัน” คำแนะนำจะต่างจากคนที่ “อยากได้กรอบแฟชั่นสไตล์ Oakley”
ออกกำลังกายหนัก เหงื่อออกมาก
เลือก Crosslink Zero หรือ Crosslink (A) ทั้งสองรุ่นมี Unobtainium ที่จับแน่นขึ้นตามเหงื่อ ขา wire-core ของ Crosslink Zero ปรับโค้งได้ทำให้หูทุกรูปแบบกระชับ แม้แต่คนที่เคยหาแว่นกีฬาไม่เคยพอดีก็มักพอดีกับรุ่นนี้
ใส่ทำงาน ใส่เที่ยว ทุกวัน
Holbrook RX คือคำตอบ ดีไซน์ไม่ดูเป็นแว่นกีฬาจ๋า ใส่ได้ทั้งในออฟฟิศและนอกสถานที่ น้ำหนัก 17 กรัมทำให้ใส่ทั้งวันไม่รู้สึกหนักหน้า ส่วน Pitchman R เหมาะกับคนที่ชอบทรงกลมวินเทจ สไตล์ใกล้เคียงแว่นยุค 70s แต่ผ่านวัสดุ Oakley
ค่าสายตาสูง ต้องการเลนส์บาง
Airdrop RX มี 5 ขนาดให้เลือก ทำให้หาขนาดที่เหมาะกับค่าสายตาสูงได้ง่ายกว่า เพราะกรอบเล็กลง เลนส์จะบางลงตามไปด้วย Tie Bar 0.5 กรอบไทเทเนียม half-rim เป็นอีกตัวเลือกสำหรับค่าสายตาสูงที่อยากได้กรอบบาง – เลนส์ถูกล็อคด้วย nylon wire แทนกรอบ ทำให้รู้สึกโล่งขึ้น
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดเลนส์กับกรอบ Oakley
กรอบ Oakley OX บางรุ่นมี base curve ที่โค้งมากกว่ากรอบปกติ โดยเฉพาะ Crosslink ที่ใช้ 4-base curve ช่างตัดเลนส์ต้องปรับมุมของเลนส์ให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจุดโฟกัสจะเคลื่อนออกจากแนวตา ทำให้ปวดหัวหรือมองเห็นไม่ชัด โดยเฉพาะกับเลนส์ progressive ที่ซับซ้อนกว่า
การตัดแว่นกับร้านที่มีเครื่องวัดสายตาแม่นยำและชำนาญในการตัดเลนส์โค้งจึงสำคัญกว่าปกติ Siam Eyewear ใช้เครื่อง ZEISS 4 เครื่องและผ่านกระบวนการ 20 ขั้นตอน รองรับการตัดเลนส์กับกรอบแว่นสายตา Oakley ทุกรุ่น เลนส์เริ่มต้นที่ 2,880 บาท
ความต่างระหว่าง OX กับกรอบแว่นทั่วไปในระดับราคาเดียวกัน
กรอบแว่น O-Matter ของ Oakley ผ่านการทดสอบแรงกระแทกตามมาตรฐาน ANSI Z80.3 ซึ่งสูงกว่า FDA และ EN standards ที่ใช้กันทั่วไปในยุโรป วัสดุ nylon-based ที่ Oakley พัฒนาเองทนการขึ้นรูปซ้ำได้ดีกว่าพลาสติกทั่วไป แว่นที่ตกหล่นจากความสูง 1 เมตรมีโอกาสแตกน้อยกว่ามาก
จากข้อมูลยอดขายของ Siam Eyewear ลูกค้าที่เลือกกรอบ Oakley OX มักกลับมาซื้อซ้ำหลังกรอบเดิมใช้ 3-5 ปี โดยส่วนใหญ่ยังเลือก Oakley รุ่นเดิมหรืออัปเกรดรุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนความพึงพอใจในระยะยาว
ตัวอย่างการใช้งานจริง
นักไตรกีฬาที่ใส่แว่นสายตา: Crosslink Zero ออกกำลังกายได้ทุกกิจกรรมโดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่น Unobtainium จับแน่นตั้งแต่ปั่นจักรยานในตอนเช้าจนถึงวิ่งในตอนเย็น
พนักงานออฟฟิศที่ชอบเล่นกีฬาวันหยุด: Holbrook RX หรือ DOUBLE DOWN ใส่ทำงานได้โดยไม่ดูกีฬาเกิน วันหยุดเปลี่ยนขาแว่นเป็นรุ่นกีฬาได้ทันที (เฉพาะ DOUBLE DOWN)
คนค่าสายตาสูง -6D ขึ้นไปที่ชอบ Oakley: Airdrop RX เลือกขนาดเล็กสุดเพื่อให้เลนส์บางที่สุด ผลลัพธ์คือแว่นที่ดูไม่หนา แม้ค่าสายตาจะสูง
ราคาโดยรวมที่ควรเตรียม
กรอบ OX Series ราคาเปล่าอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาทขึ้นอยู่กับรุ่น รวมเลนส์คุณภาพดีสำหรับค่าสายตาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 6,000-12,000 บาท สำหรับ progressive หรือเลนส์พิเศษราคาจะสูงขึ้นตามคุณสมบัติที่เพิ่ม
| รุ่น | ราคากรอบเปล่า (โดยประมาณ) | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Crosslink Zero | 3,000-4,000 บาท | กีฬา ออกกำลังกาย |
| Holbrook RX | 5,500-8,000 บาท | ทุกวัน ไลฟ์สไตล์ |
| Airdrop RX | 4,500-6,500 บาท | ค่าสายตาสูง |
| Pitchman R | 5,000-7,000 บาท | สไตล์วินเทจ |
| Tie Bar 0.5 | 7,000-10,000 บาท | Premium metal frame |
Oakley OX Series คือตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบแว่น Oakley แต่ต้องใส่เลนส์สายตา ทั้งในแง่ความทนทาน การยึดเกาะระหว่างออกกำลังกาย และดีไซน์ที่ยังคงความเป็น Oakley สิ่งสำคัญคือต้องตัดเลนส์กับร้านที่รู้จักกรอบโค้งและมีเครื่องวัดที่แม่นยำ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการมองเห็นที่ดีที่สุดจากกรอบราคาระดับนี้
