moscot featured

Moscot Lemtosh 49 กับ 46 เลือกไซซ์ไหน

Moscot Lemtosh 49 กับ 46 เลือกไซซ์ไหน

ถ้าหน้ากว้างไม่มากหรือสันจมูกค่อนข้างแคบ ให้เริ่มที่ 46 ก่อน แต่ถ้าต้องการกรอบที่บาลานซ์กับใบหน้ามากกว่าและเลนส์ไม่ดูเล็กเกินไป ให้ลอง 49 ก่อนซื้อจริง Moscot Lemtosh ทั้งสองไซซ์ต่างกันที่ความกว้างเลนส์ สะพานจมูก และภาพรวมบนหน้า ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนขาแว่น Siam Eyewear แนะนำให้ลองสวมจริงและปรับฟิตติ้งก่อนตัดสินใจ เพราะกรอบทรงนี้มีบุคลิกชัดและแพ้พอดีจมูกทันทีถ้าเลือกไซซ์ผิด

กฎสั้นๆ คือ 46 เหมาะกับหน้ากลางถึงเล็ก หรือคนที่ชอบกรอบแนบหน้า ส่วน 49 เหมาะกับหน้ากลางถึงกว้าง หรือคนที่อยากได้ลุคเต็มกว่า ถ้าลังเลระหว่างสองไซซ์ ให้ดูความกว้างหน้าเป็นหลัก แล้วค่อยเช็กสันจมูกและระยะระหว่างตากับขอบกรอบต่อ ผู้ใช้งานที่ต้องใส่ทั้งวันในกรุงเทพฯ มักตัดสินจากความสบายจมูกมากกว่าตัวเลขบนแป้น เพราะสภาพอากาศร้อนทำให้กรอบที่กดจมูกเล็กน้อยกลายเป็นปัญหาเร็วมาก

หน้ากรอบเหมือนรองเท้าเดินทั้งวัน ถ้าพอดีตั้งแต่ต้นจะลืมไปเลยว่าใส่อยู่ แต่ถ้าคับหรือหลวมเกินไปจะรู้สึกตลอดเวลา กรอบ Moscot Lemtosh ยิ่งชัดเรื่องนี้เพราะรูปทรงหนาและสะพานจมูกค่อนข้างเป็นตัวกำหนดฟีลลิ่งของทั้งหน้า

46 กับ 49 ต่างกันตรงไหน

ตัวเลข 46 และ 49 สื่อถึงความกว้างเลนส์เป็นหลัก ต่างกัน 3 มม. ซึ่งดูน้อยมากบนกระดาษ แต่เปลี่ยนภาพรวมบนหน้าชัดพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อรวมกับสะพานจมูกและมุมกรอบ Lemtosh ที่ค่อนข้างมีน้ำหนักสายตา ถ้าใส่ 46 ใบหน้าจะดูคมและกระชับขึ้น ถ้าใส่ 49 ภาพรวมจะเปิดมากขึ้นและกรอบดูเด่นกว่าเดิม

ความกว้างเลนส์ไม่ได้เป็นตัวตัดสินทั้งหมด เพราะความจริงผู้ใช้งานต้องดูอีก 2 จุดพร้อมกัน คือสะพานจมูกและความยาวขาแว่น ถ้าสะพานจมูกพอดีแต่เลนส์กว้างเกินไป กรอบจะล้ำแก้มเร็ว ถ้าเลนส์พอดีแต่สะพานจมูกแคบเกินไป กรอบจะลอยและไหลลงเมื่อเหงื่อออก ช่างแว่นของร้านจะเช็กจุดสัมผัสเหล่านี้ก่อนปล่อยให้กลับบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่ากรอบวางตัวนิ่งบนหน้า

มองง่ายๆ แบบนี้ 46 คือไซซ์ที่เก็บทรงให้แน่นกว่า 49 ส่วน 49 คือไซซ์ที่ให้หน้าดูเปิดและมีพื้นที่รอบตาเพิ่มขึ้น ถ้าใส่แว่นเดิมแล้วขอบเลนส์ชนขมับหรือกรอบกดแก้มบ่อย 49 มักช่วยได้ แต่ถ้าแว่นเดิมชอบไหลลงหรือขยับตามการเดิน 46 มักคุมฟีลลิ่งได้ดีกว่า

มุมนี้ช่วยลดการเดาได้มากกว่าการดูรูปอย่างเดียว ผู้ใช้งานบางคนเห็นคนดังใส่ 49 แล้วอยากตาม แต่หน้าและสันจมูกจริงต่างกันมาก การยึดจากภาพบนอินเทอร์เน็ตจึงหลอกได้ง่ายกว่าการลองสวมจริงในร้าน

กฎง่ายๆ ว่าใครควรเริ่มจาก 46 และใครควรเริ่มจาก 49

เริ่มจาก 46 ถ้าต้องการกรอบที่นิ่งและกระชับ

46 เหมาะกับคนที่หน้ากลางถึงเล็ก สันจมูกไม่สูงมาก หรือชอบกรอบที่ไม่กินพื้นที่บนหน้าเกินไป กรอบขนาดนี้มักช่วยให้ทรง Lemtosh ดูบาลานซ์ขึ้นบนหน้าเรียว และช่วยลดโอกาสที่กรอบจะเลยขอบแก้มเมื่อยิ้ม ถ้าผู้ใช้งานชอบลุคคลาสสิกแบบไม่โอเวอร์ 46 มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยกว่า

อีกกรณีที่ควรเริ่ม 46 คือคนที่มีสะพานจมูกไม่รับน้ำหนักกรอบหนาได้ดีนัก หรือเคยใส่แว่นแล้วขยับลงระหว่างวัน เมื่อกรอบเล็กลงเล็กน้อย แรงกดบนสันจมูกจะกระจายดีขึ้น และช่างแว่นปรับองศาได้ง่ายขึ้นระหว่างฟิตติ้ง

เริ่มจาก 49 ถ้าใบหน้าต้องการความสมดุลมากกว่า

49 เหมาะกับหน้ากลางถึงกว้าง คนที่มีระยะขมับถึงขมับมาก หรือคนที่รู้สึกว่ากรอบ 46 ดูเล็กไปเมื่อเทียบกับสัดส่วนหน้า กรอบที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยช่วยให้เลนส์ไม่ดูหด และให้พื้นที่สายตาดูสบายกว่า โดยเฉพาะเวลามองในกระจกตรงๆ กรอบจะไม่กลายเป็นจุดเล็กกลางหน้า

คนที่ใส่หมวกบ่อย ใส่ในลุคสตรีท หรืออยากให้ Moscot Lemtosh กลายเป็นจุดเด่นของลุค มักชอบ 49 มากกว่า แต่ต้องเช็กสันจมูกให้ดี เพราะกรอบที่ใหญ่ขึ้นจะเพิ่มน้ำหนักรับบนดั้ง ถ้าปรับฟิตไม่พอดีจะรู้สึกหนักเร็ว ทั้งที่ขนาดบนกระดาษดูแค่ต่างกัน 3 มม. เท่านั้น

ถ้าอยากลดการตัดสินใจจากความรู้สึกอย่างเดียว ให้ใช้กฎ 2 ข้อพร้อมกัน หนึ่ง หน้ากว้างหรือทรงหน้าเป็นตัวเริ่มต้น สอง สันจมูกเป็นตัวคัดออก ถ้าเข้าเงื่อนไขทั้งสองด้าน 46 หรือ 49 ฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะชัดเองหลังลองสวม 10-15 นาที

ต้องเช็กอะไรบนกรอบก่อนจ่ายเงินจริง

ก่อนเลือกไซซ์ ให้ดู 3 จุดนี้เสมอ ความกว้างเลนส์ ความกว้างสะพานจมูก และความยาวขาแว่น จุดแรกบอกว่ากรอบกินพื้นที่บนหน้ามากแค่ไหน จุดที่สองบอกว่ากรอบจะวางนิ่งบนดั้งหรือไม่ จุดที่สามบอกว่ากรอบจะเกาะหลังหูดีพอหรือเปล่า ถ้าดูครบ 3 จุด จะตัดสินใจได้แม่นกว่าดูเลข 46 กับ 49 เพียงอย่างเดียว

สำหรับ Moscot Lemtosh ให้สังเกตด้วยว่ากรอบมีทรงหนาและคานบนค่อนข้างชัด ดังนั้นเลนส์ที่กว้างขึ้นเพียง 3 มม. อาจทำให้หน้าดูเปลี่ยนเยอะกว่ากรอบเรียบๆ ทั่วไป กรอบทรงนี้เหมือนเฟรมรูปถ่าย ถ้ารูปเล็กหรือใหญ่ขึ้นนิดเดียว อารมณ์ทั้งภาพก็เปลี่ยนทันที

เวลาเข้าร้าน Siam Eyewear ช่างแว่นจะให้ลองทั้งสองไซซ์ แล้วเช็กจุดบีบ จุดลอย และระยะห่างจากแก้มจากหลายมุม การปรับฟิตติ้งก่อนตัดสินใจสำคัญมาก เพราะกรอบที่เหมือนกันในสเปก อาจต่างกันมากเมื่อเจอจมูกจริงและโครงหน้าแต่ละคน

ถ้าผู้ใช้งานกำลังหาข้อมูลว่าควรไป ตัดแว่นสายตา ที่ไหน คำตอบที่ดีไม่ใช่ร้านที่มีกรอบเยอะที่สุด แต่เป็นร้านที่วัดหน้าได้ละเอียดและปรับกรอบได้จริง เพราะไซซ์ที่เหมาะในกระดาษยังต้องผ่านการนั่งบนหน้า 1 ชั่วโมงแรกให้ได้ก่อน

ถ้าใส่แล้วหลวมควรแก้ที่ไหนก่อน

ถ้า Moscot หลวม อย่าเริ่มจากการโทษไซซ์ทันที ให้เช็กสะพานจมูกก่อน เพราะจุดนี้มักเป็นตัวกำหนดว่ากรอบจะไหลลงหรือไม่ ต่อจากนั้นค่อยดูปลายขาแว่นว่ากดหลังหูพอหรือเปล่า ถ้าปรับสองจุดนี้แล้วกรอบยังเลื่อน ค่อยกลับมาถามเรื่องเปลี่ยนจาก 49 เป็น 46 หรือกลับกัน

ในงานฟิตติ้งจริง ผู้เชี่ยวชาญเลนส์ ZEISS จะดูจากรอยสัมผัสบนจมูกและแนวกรอบเมื่อผู้ใช้งานก้มหน้า เงยหน้า และหันข้าง การทดสอบ 3 ท่าทางนี้ช่วยเปิดปัญหาที่มองไม่เห็นตอนยืนตรง หนึ่งในจุดที่คนมักพลาดคือเข้าใจว่ากรอบหลวมเพราะไซซ์ ทั้งที่จริงเกิดจากมุมกางขาแว่นหรือการวางบนดั้ง

ถ้าต้องเลือกแก้เพียงจุดเดียว ให้เริ่มจากฟิตติ้งเสมอ เพราะกรอบที่ใกล้พอดีสามารถกลายเป็นพอดีได้ด้วยการดัดและจัดองศาที่ดี ส่วนกรอบที่เลือกไซซ์ผิดมากเกินไปจะยังไม่สบาย แม้จะพยายามปรับแล้วก็ตาม

ผู้ใช้งานที่มองหา แว่น Moscot มักเจอคำถามเดียวกันเรื่องความหลวมและความแน่น การเลือกไซซ์จึงควรเริ่มจากตัวเลข แล้วจบด้วยการลองจริงในร้าน ไม่ใช่เริ่มจากรูปรีวิวหรือการเทียบดาราบนโซเชียล

ลองสวมกี่นาทีถึงจะรู้ว่าใช่

อย่างน้อยควรลองสวม 10-15 นาที และถ้าเป็นไปได้ให้นั่ง ลุก เดิน และก้มหน้าด้วย กรอบที่สบายจริงจะไม่ดันจมูก ไม่ไหลลง และไม่บีบขมับเมื่อเหงื่อออกเล็กน้อย การลองสั้นๆ แค่ 1-2 นาทีมักหลอกความรู้สึกได้ง่าย เพราะกรอบที่ใส่ตอนแรกมักยังไม่แสดงจุดกดทั้งหมด

ถ้าอยากได้คำตอบแบบเร็ว ให้ถามตัวเอง 4 ข้อ กรอบอยู่กลางหน้าหรือไม่ ขาแว่นกดขมับหรือไม่ เลนส์ชนแก้มหรือไม่ และมองตรงแล้วเส้นคิ้วถูกตัดทอนหรือเปล่า ถ้าผ่านครบ กรอบนั้นมีโอกาสใช้งานจริงสูงมาก

นี่คือเหตุผลที่ร้านทั่วไปบางร้านขายกรอบได้ แต่ฟิตติ้งไม่ได้ ความต่างไม่ได้อยู่ที่ป้ายราคา แต่อยู่ที่เวลาที่ร้านยอมใช้กับหน้าแต่ละคนมากแค่ไหน Siam Eyewear ให้ความสำคัญกับจังหวะลองและจังหวะปรับ เพราะกรอบที่ดีต้องอยู่กับคนใส่ทั้งวัน ไม่ใช่ดีแค่ในรูปถ่าย

สรุปเลือกแบบไหนให้จบในครั้งเดียว

ถ้าหน้ากลางถึงเล็กหรืออยากได้ทรงกระชับ เริ่มจาก 46 ถ้าหน้ากลางถึงกว้างหรืออยากให้กรอบเด่นขึ้น เริ่มจาก 49 ถ้ายังลังเลให้เอาความกว้างหน้าและความรู้สึกบนสันจมูกเป็นตัวตัดสินสุดท้าย แล้วค่อยให้ช่างแว่นปรับฟิตติ้งจบในร้าน

กฎนี้ใช้ได้ดีเพราะ Moscot Lemtosh เป็นกรอบที่สัดส่วนเปลี่ยนภาพรวมบนหน้าได้ชัดมาก ผู้ใช้งานบางคนใส่ 46 แล้วดูลงตัวกว่า 49 ทั้งที่เลขต่างกันไม่มาก บางคนกลับกันแล้วหน้าดูเปิดและแพงขึ้นทันที เพราะกรอบที่พอดีกับโครงหน้าจะทำงานแทนการแต่งลุคไปพร้อมกัน

ถ้าจะเลือกซื้อให้มั่นใจจริง ให้เข้าใจทั้งเรื่องไซซ์และเรื่องร้าน การดูไซซ์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีคนปรับให้นิ่งด้วย และถ้าต้องการเทียบกับการตัดเลนส์กับกรอบแบรนด์นี้เพิ่มเติม ให้ดูหน้า แว่น Moscot และหน้า ร้านตัดแว่น ก่อนตัดสินใจสุดท้าย แล้วค่อยกลับมาลองอีกครั้งในร้าน

อีกมุมหนึ่ง ถ้าผู้ใช้งานกำลังเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นในแบรนด์เดียวกัน หลักเดียวกันยังใช้ได้ กรอบที่ตรงหน้าที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นไซซ์ใหญ่กว่าเสมอไป และกรอบที่เล็กกว่าก็ไม่จำเป็นต้องแคบเกินไปเสมอไป การวัดจริงและลองจริงเท่านั้นที่ตอบได้ตรง

แหล่งอ้างอิง

  1. ZEISS Vision Care — Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา