ตัวแทนจำหน่ายแว่นตาแบรนด์เนม

แว่นตาแบรนด์ดัง ของแท้ครบ 22 แบรนด์

เลือกแบรนด์ที่ใช่ แล้วดูครบทุกรุ่น พร้อมตัดเลนส์ ZEISS ในร้านเดียว

  • ของแท้ มีใบรับประกัน
  • ตัดเลนส์ ZEISS
  • จัดส่งทั่วประเทศ

สรุป: Siam Eyewear เป็นตัวแทนจำหน่ายแว่นตาแบรนด์เนมของแท้ 22 แบรนด์ ครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ Luxury (Prada, Gucci, Burberry), Sport (Oakley, Rayban), Independent (Moscot, Mykita), Designer (Armani, Coach) และ Streetwear (BAPE, Paul Frank) ทุกชิ้นมีใบรับประกัน พร้อมบริการตัดเลนส์ ZEISS และจัดส่งทั่วประเทศ

อัปเดตล่าสุด | ข้อมูลจากทีมผู้เชี่ยวชาญ Siam Eyewear

22 แบรนด์แว่นตาที่เราคัดสรร: ครบทุกสไตล์ ทุกงบประมาณ

การเลือกแว่นตาแบรนด์เนมไม่ใช่แค่เรื่องของราคาหรือชื่อเสียง แต่คือการเลือก สไตล์ที่ตรงกับบุคลิก และ คุณภาพที่เหมาะกับการใช้งาน ที่ Siam Eyewear เราคัดสรร 22 แบรนด์ ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่แว่นหรูสำหรับงานทางการ ไปจนถึงแว่นกีฬาสำหรับกิจกรรม Outdoor ถ้ามองหาแว่นกันแดดโดยเฉพาะ ดูรวมทุกแบรนด์ได้ที่ แว่นกันแดดแบรนด์เนม

แบรนด์ขายดีที่สุดของ Siam Eyewear

อันดับแบรนด์รุ่นที่ลูกค้าสั่งมากที่สุด
1OakleyO Frame, Sutro Lite, Radar EV
2Raybanกรอบแว่นสายตา RX, Aviator, Wayfarer
3MoscotLemtosh
4Coachกรอบแว่นสายตาและแว่นกันแดด HC
5Burberry และ Emporio ArmaniBurberry BE1323, Emporio Armani EA1105

*จัดอันดับจากจำนวนคำสั่งซื้อจริงบนเว็บไซต์ Siam Eyewear ม.ค. ถึง ก.ย. 2569 (ไม่รวมเลนส์ ZEISS)

แบรนด์หรูระดับโลก (Luxury Eyewear)

แว่นตากลุ่ม Luxury เน้นวัสดุพรีเมียม การผลิตในอิตาลี และดีไซน์ที่สะท้อนสถานะทางสังคม เหมาะกับงานทางการ การประชุมสำคัญ หรือโอกาสพิเศษ

Prada vs Gucci: เลือกแบบไหนดี?

Prada และ Gucci ต่างเป็น Italian luxury house แต่มีบุคลิกต่างกันชัดเจน: Prada เน้นความเรียบหรูแบบ Minimalist เหมาะกับคนที่ต้องการความ Sophisticated โดยไม่โอ้อวด ขณะที่ Gucci เน้นความโดดเด่นด้วยโลโก้และสีสันสดใส เหมาะกับคนที่ต้องการเป็นจุดสนใจ Prada มักใช้โทนสีเข้ม (ดำ, กระ, น้ำตาล) ส่วน Gucci มีตัวเลือกสีมากกว่า รวมถึงกรอบหลากสีและลาย GG อันเป็นเอกลักษณ์

Burberry: British Heritage

Burberry นำเสนอสไตล์อังกฤษคลาสสิกที่แตกต่างจาก Italian brands: ลาย Burberry Check บนขาแว่นเป็นเอกลักษณ์ที่จดจำได้ทันที เหมาะกับคนที่ชอบความคลาสสิกแบบ British ดีไซน์เน้นความ Timeless มากกว่าการตามเทรนด์

Dolce & Gabbana: Italian Glamour

Dolce & Gabbana โดดเด่นด้วยสไตล์ Mediterranean ที่กล้าและเซ็กซี่: ถ้า Prada คือความหรูแบบเงียบๆ D&G คือความหรูที่ต้องการให้คนเห็น เหมาะกับคนที่มีบุคลิกมั่นใจ ชอบความโดดเด่น มักมีการประดับคริสตัลหรือลวดลายพิเศษ

Tiffany & Co.: Jewelry Meets Eyewear

Tiffany & Co. นำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับมาสู่แว่นตา: สี Tiffany Blue อันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏบนขาแว่นอย่างละเอียดอ่อน เหมาะกับผู้หญิงที่รักความโรแมนติกและต้องการความพิเศษ มักมีการประดับเพชรหรือคริสตัล Swarovski

แบรนด์สไตล์วัสดุหลักเหมาะกับ
PradaMinimalist, SophisticatedItalian Acetateนักธุรกิจ, มืออาชีพ
GucciBold, Logo-centricAcetate, MetalFashionista, Influencer
BurberryBritish ClassicAcetateคนรักสไตล์อังกฤษ
Dolce & GabbanaGlamorous, OrnateAcetate, Crystalคนรักความโดดเด่น
Tiffany & Co.Romantic, ElegantAcetate, Crystalผู้หญิงรักความโรแมนติก

แบรนด์ Iconic และกีฬา (Sport & Performance)

Oakley vs Rayban: สองยักษ์ใหญ่ที่แตกต่าง

แว่น Oakley และ แว่น Rayban ต่างอยู่ภายใต้ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแว่นตาระดับโลก แต่มีจุดยืนต่างกันโดยสิ้นเชิง: Oakley เน้นเทคโนโลยีและ Performance ด้วยเลนส์ Prizm ที่ปรับสีเพื่อกิจกรรมเฉพาะ (Prizm Road สำหรับปั่นจักรยาน, Prizm Golf สำหรับกอล์ฟ) ขณะที่ Rayban เน้นสไตล์และความคลาสสิก ที่ใช้ได้ทุกโอกาส หากคุณเล่นกีฬาจริงจัง เลือก Oakley หากต้องการแว่นใส่ได้ทุกวัน เลือก Rayban

สิ่งที่ทั้งสองแบรนด์มีเหมือนกัน: ทั้ง Oakley และ Rayban มีรุ่น Asian Fit ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับใบหน้าคนเอเชีย โดยมี Nose Pad สูงขึ้น 2-3mm และมุมขาแว่นกว้างขึ้น ทำให้ไม่กดจมูกและไม่โดนแก้ม: ถ้าเคยใส่แว่นแบรนด์ต่างประเทศแล้วรู้สึกไม่พอดี ลองหารุ่น Asian Fit ดู

“สำหรับคนที่เล่นกีฬากลางแจ้ง เลนส์ Prizm ของ Oakley ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดได้ดีขึ้นจริง โดยเฉพาะ Prizm Road ที่เพิ่มคอนทราสต์บนถนน ทำให้เห็นหลุมบ่อและสิ่งกีดขวางได้ชัดขึ้น ขณะที่ Rayban เหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากกว่า”

: ทีมผู้เชี่ยวชาญ Siam Eyewear

แบรนด์อินดี้ระดับโลก (Independent Eyewear)

แบรนด์อินดี้คือทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการ ความแตกต่างจากกระแสหลัก ผลิตจำนวนจำกัด ใช้วัสดุและเทคนิคการผลิตพิเศษ มักไม่มีขายในห้างทั่วไป

Moscot: 100+ ปีแห่งความคลาสสิก

แว่น Moscot ก่อตั้งในนิวยอร์กปี 1915 โดยครอบครัวอพยพชาวยิว รุ่น Lemtosh กลายเป็นไอคอนที่ดาราฮอลลีวูดหลายคนใส่ รวมถึง Johnny Depp: สไตล์ Vintage Round ที่ไม่เคยล้าสมัย Moscot แตกต่างจาก Rayban ตรงที่เน้นความ Handcrafted และมี Character เฉพาะตัวมากกว่า

Mykita: นวัตกรรมไร้สกรูจากเบอร์ลิน

Mykita จากเยอรมันปฏิวัติวงการด้วยบานพับไร้สกรู (Screwless Hinge) ทำให้แว่นเบามาก (บางรุ่นหนักแค่ 9 กรัม) และแทบไม่ต้องซ่อมบำรุง ได้รับรางวัล Red Dot Design Award หลายครั้ง: ถ้า Moscot คือความคลาสสิก Mykita คือความล้ำสมัย

Garrett Leight vs Mr. Leight: พ่อ-ลูกแห่ง California

Garrett Leight ก่อตั้งโดย Garrett บุตรชายของ Larry Leight ผู้ก่อตั้ง Oliver Peoples เน้นสไตล์ California Laid-back ส่วน Mr. Leight ก่อตั้งโดย Larry Leight เอง เน้นความ Premium และ Refined มากกว่า: ทั้งสองแบรนด์มี DNA เดียวกันแต่ Garrett Leight เป็นกันเองกว่า Mr. Leight หรูหรากว่า

Projekt Produkt: K-Fashion สำหรับหน้าเอเชีย

Projekt Produkt จากเกาหลีใต้ออกแบบโดยคำนึงถึงใบหน้าคนเอเชียตั้งแต่แรก: ไม่ต้องหารุ่น Asian Fit เพราะทุกรุ่นเหมาะกับคนเอเชียอยู่แล้ว สไตล์ Minimalist แบบ K-Fashion กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

Walter & Herbert: British Craftsmanship

Walter & Herbert ผลิตด้วยมือใน Liverpool ประเทศอังกฤษ มาตั้งแต่ปี 1946: เน้นงานฝีมือแบบดั้งเดิมและความคงทน สำหรับคนที่ชื่นชอบ British Heritage แต่ต้องการความ Understated มากกว่า Burberry

แบรนด์ดีไซเนอร์ (Accessible Luxury)

กลุ่มนี้คือ จุดกึ่งกลางระหว่าง Luxury และ Mass Market: ได้ชื่อแบรนด์ดัง คุณภาพการผลิตระดับสากล แต่ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า

Emporio Armani: น้องชายของ Giorgio Armani

Emporio Armani คือไลน์ที่ Giorgio Armani สร้างขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่: ดีไซน์ Minimalist แบบอิตาเลียน เรียบหรูแต่ไม่โอ้อวด ราคาประมาณครึ่งหนึ่งของ Giorgio Armani แต่คุณภาพการผลิตเดียวกัน

Coach: American Classic

Coach นำเสนอสไตล์อเมริกันคลาสสิกที่เข้าถึงง่าย: ถ้า Burberry คือ British Classic, Coach คือ American Classic มักมีโลโก้ C หรือลาย Signature เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับคนที่ต้องการแบรนด์เนมที่ใช้ได้ทุกวันโดยไม่ดูเวอร์

Vogue Eyewear: Fashion Forward

Vogue Eyewear เน้นการตามเทรนด์แฟชั่นในราคาที่จับต้องได้: เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ ตามแฟชั่น ไม่ต้องลงทุนมากกับแว่นราคาแพงที่อาจดูเชยในอีก 2-3 ปี

Armani Exchange: Urban Street Style

Armani Exchange คือไลน์ที่เข้าถึงง่ายที่สุดในเครือ Armani: สไตล์ Urban Street ทันสมัย ราคาเริ่มต้นเพียง ฿2,170 เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแบรนด์ Armani แต่งบประมาณจำกัด ดีไซน์สปอร์ตผสมแฟชั่น ใส่ได้ทุกวันทั้งทำงานและเที่ยว

แบรนด์สตรีทแวร์และไลฟ์สไตล์

A Bathing Ape (BAPE): Japanese Streetwear Icon

A Bathing Ape หรือ BAPE จากญี่ปุ่นเป็นตำนานในวงการ Streetwear: ลาย BAPE Camo และหัว Ape เป็นที่จดจำทั่วโลก มักออก Limited Edition ร่วมกับแบรนด์อื่น ทำให้บางรุ่นกลายเป็นของสะสม เหมาะกับ Hypebeast และคนรัก Street Culture

Paul Frank: Fun & Playful

Paul Frank จากแคลิฟอร์เนียเน้นความสนุกสนานด้วย Julius the Monkey มาสคอตอันโด่งดัง: สีสันสดใส ดีไซน์น่ารัก เหมาะกับวัยรุ่นหรือคนที่ไม่ต้องการความเครียดจากแว่นราคาแพง

วิธีเลือกแบรนด์ที่เหมาะกับคุณ

เลือกตามไลฟ์สไตล์และงบประมาณ

ถ้าคุณเป็น…แนะนำแบรนด์งบประมาณ
นักธุรกิจ/ผู้บริหารPrada, Burberry, Mr. Leight฿10,000+
นักกีฬา/คนรัก OutdoorOakley฿5,000-15,000
คนรักแฟชั่น/InfluencerGucci, D&G, BAPE฿8,000-20,000
สายครีเอทีฟ/ศิลปินMoscot, Mykita, Garrett Leight฿8,000-18,000
คนทำงานออฟฟิศทั่วไปRayban, Emporio Armani, Coach฿4,000-10,000
วัยรุ่น/นักศึกษาVogue, Paul Frank, Projekt Produkt฿3,000-8,000
หน้าเอเชีย ต้องการ Fit ดีProjekt Produkt, Oakley Asian Fit, Rayban Asian Fit฿4,000-12,000

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแว่นแบรนด์เนม

แว่นแบรนด์เนมของแท้ดูยังไง?

แว่นแท้มี 5 สิ่งที่ต้องตรวจสอบ: (1) โลโก้แบรนด์คมชัดบนขาแว่น (2) หมายเลขรุ่นและขนาดเลนส์สลักที่ขาด้านใน (3) กล่องและถุงผ้าแบรนด์แท้พร้อมบาร์โค้ด (4) ใบรับประกันจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย (5) QR Code สำหรับตรวจสอบในบางแบรนด์ ที่ Siam Eyewear ทุกชิ้นตรวจสอบแหล่งที่มาได้และมีใบรับประกัน

Asian Fit คืออะไร? ต่างจากรุ่นปกติยังไง?

Asian Fit (หรือ Low Bridge Fit) คือการออกแบบกรอบแว่นเฉพาะสำหรับใบหน้าคนเอเชีย โดยปรับ 3 จุด: (1) Nose Pad สูงขึ้น 2-3mm รองรับสันจมูกที่แบนกว่า (2) Temple Angle กว้างขึ้นประมาณ 5° รองรับโหนกแก้มที่สูงกว่า (3) Frame Curvature ลดลงเพื่อไม่ให้ขนตาโดนเลนส์ แบรนด์ที่มี Asian Fit ได้แก่ Oakley, Rayban และ Gucci บางรุ่น

แว่น Oakley กับ Rayban เลือกอันไหนดี?

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน: เลือก Oakley ถ้าเล่นกีฬาจริงจัง ต้องการเลนส์ Prizm ที่ปรับสีตามกิจกรรม หรือต้องการกรอบที่ทนทานมาก เลือก Rayban ถ้าต้องการแว่นที่ใส่ได้ทุกโอกาส ทั้งทำงานและเที่ยว ต้องการสไตล์คลาสสิกที่ไม่มีวันเชย ทั้งสองแบรนด์มีคุณภาพใกล้เคียงกัน (เป็นเจ้าของเดียวกัน) แต่จุดยืนต่างกัน

แว่นแบรนด์เนมตัดเลนส์สายตาได้ไหม?

ได้ทุกรุ่น ที่ Siam Eyewear เราให้บริการตัดเลนส์สายตาโดยร่วมมือกับ ZEISS จากเยอรมนี เลือกได้ทั้ง: เลนส์ชั้นเดียว (Single Vision), เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive), เลนส์กรองแสงสีฟ้า (BlueGuard), เลนส์ปรับแสง (Photochromic) และเลนส์ขับรถ (DriveSafe) ราคาเลนส์เริ่มต้นที่ ฿3,500

แบรนด์ไหนเหมาะกับคนทำงานออฟฟิศ?

สำหรับคนทำงานออฟฟิศแนะนำแบรนด์ที่ดูโปรเฟสชันนัลแต่ไม่โอ้อวด: Emporio Armani (มินิมอล อิตาเลียน), Coach (อเมริกันคลาสสิก), Rayban รุ่น Clubmaster หรือ Round (คลาสสิกทุกยุค), หรือ Mykita (สำหรับสายครีเอทีฟที่ต้องการความแตกต่าง) หลีกเลี่ยงแบรนด์ที่มีโลโก้ใหญ่หรือสีฉูดฉาดเกินไป

แว่นแบรนด์ไหนคุ้มค่าที่สุด?

ความ “คุ้มค่า” ขึ้นอยู่กับนิยาม: ถ้าหมายถึง ราคา/คุณภาพ แนะนำ Rayban, Oakley และ Emporio Armani ถ้าหมายถึง ความทนทาน/อายุการใช้งาน แนะนำ Mykita (บานพับไร้สกรู แทบไม่ต้องซ่อม) และ Oakley (กรอบ O-Matter ทนทานมาก) ถ้าหมายถึง มูลค่าขายต่อ แบรนด์ Luxury อย่าง Gucci และ Prada รักษามูลค่าได้ดีกว่า

แว่นแบรนด์เนมรับประกันกี่ปี?

การรับประกันขึ้นอยู่กับแบรนด์: Oakley รับประกัน 2 ปี, Rayban รับประกัน 2 ปี, แบรนด์ อื่นๆ (Prada, Gucci, D&G, Burberry, Coach, Vogue, Armani Exchange) รับประกัน 2 ปี, Moscot รับประกัน 1 ปี, Mykita รับประกัน 2 ปี การรับประกันครอบคลุมข้อบกพร่องจากการผลิต ไม่รวมการใช้งานผิดวิธีหรืออุบัติเหตุ

ซื้อแว่นแบรนด์เนมออนไลน์ปลอดภัยไหม?

ปลอดภัยถ้าซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต (Authorized Dealer) อย่าง Siam Eyewear: เราได้รับอนุญาตจากทุกแบรนด์โดยตรง ทุกชิ้นมีใบรับประกัน ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ระวังการซื้อจากแหล่งที่ราคาถูกผิดปกติ (ต่ำกว่า 50% ของราคาปกติ) เพราะมีโอกาสสูงที่จะได้ของปลอม

ควรเปลี่ยนแว่นทุกกี่ปี?

ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแล: กรอบแว่น คุณภาพดีใช้ได้ 5-10 ปี ถ้าดูแลดี เลนส์สายตา ควรตรวจค่าสายตาทุก 1-2 ปี และเปลี่ยนเมื่อค่าสายตาเปลี่ยนหรือเลนส์มีรอยขีดข่วนมาก เลนส์กันแดด ควรเปลี่ยนทุก 2-3 ปี เพราะสารเคลือบ UV อาจเสื่อมสภาพ

ทำไมต้องเลือก Siam Eyewear?

  • ✓ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ: ได้รับอนุญาตจากทั้ง 22 แบรนด์โดยตรง
  • ✓ รับประกันของแท้ 100%: ทุกชิ้นมีใบรับประกันและตรวจสอบแหล่งที่มาได้
  • ✓ บริการตัดเลนส์ ZEISS: เลนส์คุณภาพสูงจากเยอรมนี ด้วยเครื่องมือทันสมัย
  • ✓ จัดส่งทั่วประเทศ: รับสินค้าภายใน 1-3 วันทำการ
  • ✓ รับประกันค่าสายตา 90 วัน: เปลี่ยนเลนส์ฟรีหากค่าสายตาไม่ตรง
  • ✓ ทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา: ช่วยเลือกกรอบและเลนส์ที่เหมาะกับคุณ
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา