Hoya vs ZEISS lens comparison featured image

เลนส์ ZEISS กับ Hoya ต่างกันยังไง เทียบโปรเกรสซีฟ SmartLife กับ Hoyalux iD และเคลือบผิว DuraVision กับ Hi-Vision

อัปเดตล่าสุด:

เลนส์ ZEISS กับ Hoya ต่างกันยังไง Hoya เด่นเรื่องตัวเลือกกว้างและความคุ้มค่า ส่วน ZEISS เด่นเรื่องงานออปติกและการเคลือบผิวระดับพรีเมียม แต่จุดที่คนถามมากที่สุดคือเลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS กับ Hoya ฝั่ง Hoya มี Hoyalux iD MySelf และ iD LifeStyle ที่ใช้แนวคิด Binocular Harmonization ปรับเลนส์สองข้างให้ทำงานร่วมกัน ส่วน ZEISS มี SmartLife Progressive และ Progressive Individual ที่ใส่ค่ากรอบและระยะการมองของผู้ใส่แต่ละคนลงในการคำนวณเลนส์ บทความนี้เทียบรุ่นโปรเกรสซีฟ เคลือบผิว DuraVision กับ Hi-Vision เลนส์ปรับแสง PhotoFusion กับ Sensity และดัชนีความบางก่อนตัดแว่นสายตา

Hoya กับ ZEISS ต่างกันยังไงในภาพรวม

คำตอบสั้นๆ คือ Hoya เด่นเรื่องตัวเลือกกว้างและความคุ้มค่า ส่วน ZEISS เด่นเรื่องงานออปติก การเคลือบผิว และการคุมภาพคมชัดในระดับพรีเมียม คนที่ใส่เลนส์ทุกวันมักตัดสินจากความสบายตา ความบางของเลนส์ และงบที่พร้อมจ่ายมากกว่าชื่อแบรนด์ล้วนๆ

ถ้าเป้าหมายคือเลือกเลนส์ให้เข้ากับค่าสายตา กรอบ และงบจริงในร้านแว่น ประเด็นที่ต้องดูคือดัชนี 1.50, 1.60, 1.67, 1.74 น้ำหนักเลนส์ ความบางขอบ การเคลือบผิว และเงื่อนไขเคลมของร้าน เพราะเลนส์คนละแบรนด์ในดัชนีเดียวกันยังให้ความรู้สึกต่างกันได้พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อใช้กับกรอบบางหรือค่าสายตาสูง

ถ้าจะไล่สเปกให้จบในหน้าเดียว ลิงก์หลักที่ควรเก็บไว้คือ เลนส์ ZEISS และถ้าอยากเทียบกับตัวเลือกตัดเลนส์และฟิตติ้งในร้านจริงก็เชื่อมไปที่ เลนส์ ZEISS อีกจุดได้ เพราะหัวข้อแบบนี้ควรพาคนอ่านไปสู่หน้าที่อธิบายงานเลนส์เชิงลึก ไม่ใช่หยุดแค่ชื่อแบรนด์

สรุปแบบตารางว่า ZEISS เหมาะกับใครและ Hoya เหมาะกับใคร

มองแบบใช้งานจริง ZEISS เหมาะกับคนที่ให้ค่าน้ำหนักกับความคม ความบาง และงานเคลือบผิวระดับพรีเมียม ส่วน Hoya เหมาะกับคนที่อยากได้ตัวเลือกหลากหลาย หาเลนส์ให้เข้ากับงบได้ง่าย และยังได้มาตรฐานที่ใช้กับค่าสายตาทั่วไปถึงค่าสูงได้ดี

หัวข้อZEISSHoya
ภาพรวมเด่นเรื่องออปติก ความคม และโค้ตติ้งเด่นเรื่องตัวเลือกกว้างและความคุ้มค่า
คนที่เหมาะคนใช้เลนส์ทุกวัน งานจอเยอะ ขับรถบ่อย หรืออยากได้ภาพนิ่งคนที่ต้องบาลานซ์งบกับคุณภาพ และอยากมีหลายรุ่นให้เลือก
ค่าสายตาสูงเลือกดัชนีสูงและงานเคลือบที่นิ่งได้ดีมีตัวเลือก high index ให้ไล่ความบางได้เหมือนกัน
ฟีลการใช้งานเน้นความพรีเมียมและความสบายตาระยะยาวเน้นความลงตัวและเข้าถึงง่าย

กฎจำง่ายมีแค่ข้อเดียว – ถ้าอยากเน้นความนิ่งของภาพและผิวเลนส์ที่จัดเต็ม ให้เริ่มจาก ZEISS ถ้าอยากได้ตัวเลือกเยอะและจัดงบได้หลากหลาย ให้ดู Hoya ก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นย่อยกับค่าสายตาจริง

ดัชนี 1.50, 1.60, 1.67, 1.74 ต่างกันตรงไหน

ดัชนีหักเหยิ่งสูง เลนส์ยิ่งบางลงเมื่อค่าสายตาเท่ากัน เลนส์ 1.50 มักเป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้นเคยสำหรับค่าสายตาไม่สูงมาก 1.60 เป็นจุดกลางที่ยังบาลานซ์ดี 1.67 จะเริ่มช่วยลดความหนาได้ชัด และ 1.74 คือกลุ่ม high index ที่ใช้กับค่าสูงหรือกรอบที่ไม่อยากให้ขอบหนาเกินไป

ZEISS ระบุว่าดัชนีสูงอย่าง 1.67 และ 1.74 ทำให้เลนส์บางและเบาลงได้มากถึง 40% เมื่อเทียบกับวัสดุมาตรฐานที่ค่าสายตาเดียวกัน ข้อมูลนี้ใช้เป็นหลักคิดได้ดีในร้านแว่น เพราะมันบอกว่าเมื่อค่าสายตาขยับขึ้น การเพิ่มดัชนีมักคุ้มกว่าการยึด 1.50 แบบเดิมๆ

ดัชนีความบางโดยประมาณเหมาะกับหมายเหตุ
1.50มาตรฐานค่าสายตาเบา กรอบใหญ่ไม่กังวลขอบคุมงบง่ายที่สุด
1.60บางขึ้นระดับหนึ่งค่าสายตากลาง คนอยากได้สมดุลเป็นตัวเลือกกลางที่ใช้บ่อย
1.67บางชัดเจนค่าสายตาสูงขึ้นหรือกรอบที่เปิดขอบเลนส์เยอะน้ำหนักและความสวยดีขึ้น
1.74บางสุดในกลุ่มทั่วไปค่าสายตาสูงมาก หรืออยากลดขอบให้สุดมักแพงขึ้นและต้องดูกรอบให้เข้ากัน

ถ้าจะเปรียบเป็นรองเท้า 1.50 คือรุ่นมาตรฐาน 1.60 คือรุ่นที่ใส่ได้กว้าง 1.67 คือรุ่นที่เริ่มรู้สึกเบาและเรียบร้อย ส่วน 1.74 คือรุ่นที่ใส่เพราะต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในโจทย์เฉพาะ งานเลนส์ก็คล้ายกันมาก

ราคาและการเคลมควรดูอะไรบ้างก่อนเลือกแบรนด์

ก่อนดูราคา ปกติควรดู 4 ชั้นพร้อมกันคือดัชนี วัสดุ โค้ตติ้ง และเงื่อนไขรับประกันของร้าน เพราะเลนส์สองแบรนด์ที่ราคาห่างกันอาจต่างกันที่ชั้นเคลือบหรือขอบเขตการเคลม ไม่ใช่แค่ชื่อบนกล่องอย่างเดียว

จากข้อมูลที่หาได้ Hoya มีประวัติการทำเลนส์ high index และ freeform progressive มานาน โดย HOYA Lens Manufacturing Hungary ระบุว่าผลิตวัสดุ high index Eyvia 1.74 และงาน freeform progressive หลายแบบ ส่วน ZEISS มีทั้งวัสดุและโค้ตติ้งที่ชัด เช่น ZEISS Single Vision มีตัวเลือก 1.56, 1.60, 1.67, 1.74 และโค้ตติ้ง DuraVision Plus ที่เน้นกันรอยและทำความสะอาดง่ายกว่าเดิม

เรื่องเคลมของร้านให้ดูให้ครบว่าแตกหรือเคลือบลอกเคลมกี่เดือน เปลี่ยนดัชนีได้หรือไม่ และถ้าต้องตัดใหม่เพราะกรอบเปลี่ยน ร้านคิดค่าเลนส์หรือค่าประกอบเพิ่มหรือเปล่า จุดนี้สำคัญพอๆ กับแบรนด์ เพราะลูกค้าบางคนจ่ายต่างกันไม่มาก แต่ได้ความสบายใจกว่ามาก

ถ้าจะอัปเกรดเลนส์โดยไม่พลาด ควรเทียบกับบริการในร้านที่มี เลนส์ ZEISS และดูว่าร้านแนะนำการวัดสายตาและ fitting ยังไง เพราะงานเลนส์พรีเมียมไม่ได้ชนะกันที่ชื่อ แต่ชนะกันที่การจูนกับหน้าและกรอบให้ลงตัว

ZEISS เหมาะกับคนสายตาสั้นหรือสายตายาวมากกว่ากัน

ZEISS เหมาะทั้งสายตาสั้นและสายตายาวถ้าต้องการงานเลนส์ที่คมและสบายตา ความต่างจริงอยู่ที่ระดับค่าสายตาและรูปแบบการใช้งานมากกว่า คนสายตาสั้นสูงมักได้ประโยชน์จากดัชนีสูงเพื่อลดขอบเลนส์ คนสายตายาวสูงก็ได้ประโยชน์จากการคุมภาพและโค้ตติ้งที่ดีเช่นกัน

ถ้าเป็นสายตาสั้นสูง เลนส์ 1.67 หรือ 1.74 มักมีเหตุผลชัดเพราะช่วยลดขอบหนาและลดน้ำหนักบนหน้า ถ้าเป็นสายตายาวสูงก็ยังมีเหตุผลคล้ายกัน เพราะเลนส์หนาและนูนมากเกินไปทำให้แว่นเสียสมดุลเร็ว บางกรอบยังเกิดภาพบิดตรงขอบได้ง่ายขึ้นด้วย

ทริคคืออย่าดูแค่ค่าสั้นหรือยาวอย่างเดียว ให้ดู PD ความโค้งของกรอบ และระยะที่ใช้งานจริง เช่น อ่านใกล้ ขับรถ ทำงานหน้าจอ หรือเดินกลางแจ้ง ถ้ากรอบและพฤติกรรมไม่เข้ากัน ต่อให้เลือกแบรนด์ดีแค่ไหนก็อาจยังใส่ไม่สบาย

เช็กลิสต์ 3 ข้อก่อนตัดสินใจระหว่างสองแบรนด์

ก่อนเลือก Hoya หรือ ZEISS ให้เช็ค 3 ข้อนี้ก่อนเสมอ เพราะมันมีผลกับการใช้งานมากกว่าชื่อแบรนด์ในบิล

  • ค่าสายตาและกรอบ ถ้าค่าสูงหรือกรอบเปิดขอบเลนส์มาก ให้ขยับไปดัชนีสูง
  • รูปแบบการใช้งาน ถ้าทำงานหน้าจอ ขับรถ หรือใช้ทั้งวัน ให้ดูโค้ตติ้งและความนิ่งของภาพ
  • เงื่อนไขร้านและการเคลม ถ้าร้านมีฟิตติ้งและรับประกันชัด จะลดความเสี่ยงตอนใช้งานจริง

ถ้าผู้ใช้งานยังลังเล ให้เริ่มจากร้านที่มีการวัดสายตาและประกอบจริงในมือ เพราะ ZEISS กับ Hoya ต่างกันได้จากรุ่นย่อยมากกว่าตัวชื่อ ในหลายเคสความสบายตาจริงอาจต่างกันจากการตั้งศูนย์เลนส์เพียงไม่กี่มิลลิเมตร

นี่คือจุดที่ประสบการณ์หน้าร้านสำคัญมาก ที่ Siam Eyewear มีขั้นตอน fitting กับเลนส์ ZEISS ที่ดูทั้งกรอบ หน้า การวางศูนย์ และท่าทางการมองจริงในร้าน แล้วค่อยเลือกสเปกที่เหมาะ ไม่ใช่หยิบรุ่นแพงสุดมาใส่โดยไม่ดูเงื่อนไขของคนใส่

สรุปสั้นๆ แบบใช้งานได้ทันที

ถ้าอยากได้เลนส์ที่เน้นความคม ความบาง และงานเคลือบผิวพรีเมียม ZEISS มักเป็นตัวเลือกที่น่าเริ่มเทียบก่อน ถ้าอยากได้ตัวเลือกหลายระดับ คุมงบง่าย และยังได้งานเลนส์ที่ดีในชีวิตประจำวัน Hoya ก็แข็งแรงมากเหมือนกัน

สรุปแบบจำง่าย – คนที่ค่าสูง กรอบบาง หรืออยากเน้นฟีลภาพมักเอนมาทาง ZEISS ส่วนคนที่อยากจัดสมดุลราคาและคุณภาพมักได้คำตอบที่ดีจาก Hoya แต่บทสรุปสุดท้ายควรมาจากค่าสายตาจริง กรอบจริง และการวัดที่แม่นในร้าน

ถ้าอยากเดินต่อไปที่หน้าหลักของแบรนด์เพื่อเทียบรุ่นเลนส์ที่เหมาะกับกรอบและค่าสายตา ให้เริ่มจาก เลนส์ ZEISS แล้วใช้ข้อมูลจากร้านประกอบเป็นตัวตัดสินใจสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย เลนส์ ZEISS กับ Hoya

เลนส์โปรเกรสซีฟ Hoya ปรับตัวง่ายกว่า ZEISS ไหม

ไม่มีค่ายไหนปรับตัวง่ายกว่าโดยอัตโนมัติ ความสบายตาขึ้นกับระดับรุ่นที่เลือกและความแม่นของค่าที่ร้านวัดมากกว่าชื่อค่าย รุ่นระดับกลางของทั้ง Hoyalux iD LifeStyle และ ZEISS SmartLife Progressive ออกแบบมาให้คนใส่คู่แรกปรับตัวได้ในเวลาไม่นาน

เลนส์ Hoya ถูกกว่า ZEISS ไหม

ถ้าเทียบรุ่นระดับเดียวกัน ราคาอยู่ในช่วงใกล้กัน ส่วนต่างที่เห็นบ่อยมาจากการเทียบรุ่นคนละระดับ หรือรวมค่าเคลือบผิวและดัชนีความบางไม่เท่ากัน ให้ขอใบเสนอราคาที่ระบุชื่อรุ่น ดัชนี และเคลือบผิวจากทั้งสองค่ายแล้วเทียบบรรทัดต่อบรรทัด

ZEISS กับ Hoya ที่ดัชนี 1.74 บางเท่ากันไหม

ค่าดัชนี 1.74 ให้ความบางใกล้เคียงกันทั้งสองค่าย จุดต่างอยู่ที่เคลือบผิวที่มาพร้อมเลนส์และดีไซน์ผิวเลนส์ที่ช่วยลดความบิดเบี้ยวขอบภาพในค่าสายตาสูง คนที่สายตาสั้นเกิน 6.00 หรือเอียงสูงควรถามร้านเรื่องดีไซน์ผิวเลนส์มากกว่าเรื่องดัชนีอย่างเดียว

ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรศาสตร์ได้ หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาหรือการมองเห็น กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าทางการแพทย์
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา