zeiss featured

ZEISS SmartLife ใส่แล้วสบายตาจริงไหม

ถ้าถามตรงๆว่าZEISS SmartLifeสบายตาจริงไหม คำตอบคือสบายกับคนที่ใช้ตาเปลี่ยนระยะบ่อยทั้งมือถือ คอม และทางเดินในชีวิตประจำวัน เพราะเลนส์กลุ่มนี้ออกแบบให้การไล่มุมมองนุ่มกว่าการฝืนกวาดตาจากใกล้ไปไกลทั้งวัน แต่ถ้าต้องการเลนส์ที่เน้นงานระยะเดียวแบบชัดจัดมากๆ SmartLife อาจไม่ใช่คำตอบแรกของทุกคน ร้านแว่นจึงต้องดูพฤติกรรมจริงก่อนฟันธง ไม่ใช่ดูชื่อรุ่นอย่างเดียว

มุมที่คนมักพลาดคือคิดว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทุกตัวให้ความรู้สึกเหมือนกัน แต่ความสบายตาขึ้นกับการเลือกค่าวัดสายตา การจัดจุดศูนย์เลนส์ และการยืนลองหน้ากระจกในร้าน ZEISS SmartLife จึงเหมาะเมื่อผู้เชี่ยวชาญเลนส์ ZEISS ปรับให้เข้ากับระยะใช้งานจริงมากกว่าแค่หยิบรุ่นที่ดังที่สุดมาใส่

ZEISS SmartLife ใส่แล้วสบายตาแค่ไหนในชีวิตจริง

Rule of thumb แบบสั้นๆคือ ถ้าวันหนึ่งสลับจากจอมือถือไปคอม ไปคุยคนตรงหน้า แล้วกลับมาอ่านข้อความในรถหรือร้านกาแฟบ่อยๆ SmartLife มีโอกาสให้ความรู้สึกสบายกว่าเลนส์ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเปลี่ยนระยะถี่ๆ เพราะสายตาไม่ต้องกระชากโฟกัสตลอดเวลา คนที่เริ่มรู้สึกว่าต้องยืดแขนถือมือถือ หรือเผลอขมวดคิ้วเวลาอ่านจอ มักเป็นกลุ่มที่เริ่มเห็นความต่างชัด

แต่ถ้าใช้งานหลักคืออ่านเอกสารบนโต๊ะ แวะจอคอมสั้นๆ แล้วไม่ค่อยเงยไปไกล เลนส์เฉพาะงานระยะเดียวหรือเลนส์ออฟฟิศอาจคุ้มกว่าในบางวัน ความสบายตาไม่ได้มาจากคำว่า SmartLife เพียงคำเดียว มันมาจากการจับคู่ระหว่างช่วงองศาที่ผู้ใช้งานมองบ่อยกับคาแรกเตอร์เลนส์

ZEISS ระบุชื่อ SmartLife เป็นตระกูลเลนส์สำหรับการมองเห็นในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะ ส่วนกลุ่มที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอและใช้สายตาใกล้กลางสลับกันบ่อยจะได้ประโยชน์มากเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับการใส่กรอบเดิมแล้วหวังว่าเลนส์จะเดาใจเอง นี่เหมือนเอาเก้าอี้ทำงานไปใช้ดูหนัง ถ้าทรงไม่ตรงงาน ร่างกายจะรู้สึกก่อนเหตุผลจะทันอธิบาย

SmartLife ต่างจากเลนส์ ZEISS รุ่นอื่นยังไง

ถ้าแยกแบบง่ายที่สุด SmartLife คือเลนส์ที่วางโจทย์การมองหลายระยะในชีวิตประจำวัน ส่วน DriveSafe จะเน้นการขับรถ OfficeLens จะเด่นกับโต๊ะทำงานระยะใกล้กลาง และรุ่นกรองแสงสีฟ้าอย่าง BlueGuard จะโฟกัสประสบการณ์ตอนอยู่หน้าจอมากกว่า แค่เห็นชื่อรุ่นยังไม่พอ ต้องถามต่อว่าใช้ตาแบบไหนทั้งวัน

แยกอีกมุมหนึ่งได้แบบนี้ ถ้าเช้าอยู่คอม กลางวันประชุม เดินรับของหน้าร้านบ้าง แล้วเย็นขับรถกลับบ้าน SmartLife มักเป็นตัวที่บาลานซ์ดี แต่ถ้าเส้นชีวิตประจำวันจ้องจอเฉพาะโต๊ะทำงานและแทบไม่ย้ายตำแหน่ง เลนส์เฉพาะงานออฟฟิศจะให้โซนใกล้ที่นิ่งกว่า การเลือกจึงไม่ควรถามว่ารุ่นไหนแพงกว่า ควรถามว่าระยะไหนกินเวลาชีวิตมากที่สุด

คนเริ่มมีสายตายาวควรเลือก SmartLife หรือ Office

ถ้าเริ่มถือมือถือไกลขึ้นนิดหนึ่งหรือเปลี่ยนระยะใกล้แล้วล้าเร็ว SmartLife มักเหมาะกว่าการเลือก Office ตรงๆ เพราะมันยังรองรับการเงยไปมองไกลและเดินใช้งานจริงนอกโต๊ะได้ดีกว่า แต่ถ้าความล้าหนักสุดเกิดที่หน้าจอและสมุดเอกสารในรัศมีโต๊ะทำงาน OfficeLens จะให้พื้นที่ระยะทำงานกว้างกว่า การตัดสินใจควรเริ่มจากระยะที่ใช้บ่อยสุด ไม่ใช่อายุอย่างเดียว

ร้านแว่นที่ดีจะให้ผู้ใช้งานลองก้ม เงย และหันศีรษะขณะใส่กรอบจริง เพราะเลนส์โปรเกรสซีฟทุกแบบมีพฤติกรรมเฉพาะของตัวเอง บางคนขยับเพียง 2-3 มม. ก็รู้สึกต่างแล้ว ถ้าไม่ลองหน้ากระจกพร้อมกรอบจริง การเลือกเลนส์จะเหลือแค่การคาดเดา และการคาดเดามักแพ้การวัดทุกครั้ง

ค่าโค้งฐาน ระยะใกล้ และสเปกที่ต้องเช็กก่อนสั่ง

ก่อนสรุปว่ารุ่นไหนเหมาะ ให้เช็ก 3 เรื่องนี้ก่อนเสมอ คือกรอบที่ใส่ได้จริง ระยะโฟกัสที่ต้องใช้ และโค้งฐานของเลนส์ที่จับกับทรงกรอบได้ดี ZEISS SmartLife มีหลายเวอร์ชันตามงานใช้งานจริง แต่ข้อมูลสาธารณะที่เปิดให้ดูตรงๆในหน้าเว็บผู้ผลิตไม่ค่อยโชว์ค่าทางเทคนิคแบบละเอียดทุกตัว จึงไม่ควรเดาตัวเลขเอง ถ้าต้องการค่าจริงของรุ่นหลัก ร้านต้องอ้างสเปกจากคาตาล็อกหรือระบบสั่งเลนส์ของ ZEISS โดยตรง

ในทางปฏิบัติ จุดที่สำคัญกว่าตัวเลขสวยๆ คือกรอบมีความโค้งมากแค่ไหนและระยะตากับจุดศูนย์เลนส์เข้ากันหรือไม่ ถ้ากรอบโค้งจัด แต่เลนส์หรือการประกอบไม่พอดี ภาพด้านข้างจะบิดง่ายขึ้น ความสบายตาจึงไม่ใช่เรื่องของชื่อรุ่นอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบทั้งหมดที่ประกอบเข้าด้วยกัน เหมือนรถที่ช่วงล่างดีกับยางไม่ตรงสเปกก็ยังขับไม่เนียน

ถ้าต้องการคำตอบสั้นๆ สำหรับการซื้อจริง ให้ถามร้าน 3 ข้อ คือกรอบนี้รับค่าสายตาได้ไหม ระยะใกล้ที่ใช้งานจริงอยู่ในช่วงไหน และมีทางเลือก SmartLife หรือ OfficeLens แบบไหนเข้ากับพฤติกรรมมากกว่า คำตอบสามข้อจะบอกมากกว่าคำโฆษณาในป้ายรุ่น

คนทำงานหน้าจอควรดูอะไรเป็นพิเศษ

ถ้านั่งหน้าจอเกินครึ่งวัน ให้ดูอาการจริงก่อนว่าเมื่อไรล้า บางคนล้าตอนเริ่มอ่านไลน์ บางคนล้าตอนต้องกดสลับหน้าจอ บางคนล้าตอนออกจากออฟฟิศแล้วมองป้ายถนน การเล็งเลนส์ให้ตรงจังหวะล้าแบบนี้สำคัญกว่าการเลือกจากคำว่ากันแสงฟ้าหรือพรีเมียมลอยๆ

คนไทยใช้สายตาในสภาพแสงจัดสลับแอร์เย็นและจอมือถือใกล้หน้าตลอดวัน เลนส์ที่ดีจึงต้องไม่ทำให้เปลี่ยนระยะแล้วสะดุดง่าย ถ้าเคยลองแว่นโปรเกรสซีฟราคาถูกแล้วเวียนหัวหลายวัน อย่ารีบโทษตัวเองอย่างเดียว ปัญหาบางครั้งอยู่ที่การจับคู่เลนส์กับกรอบและการปรับจุดมองมากกว่าความเก่งของคนใส่

ที่ร้าน Siam Eyewear การลองเลนส์กับกรอบจริงหน้ากระจกจะช่วยเห็นจุดที่สำคัญมาก เช่น สันจมูกกดหรือไม่ แนวคิ้วชนเลนส์ไหม และเวลาหันซ้ายขวาแล้วภาพลื่นหรือไม่ ขั้นตอนนี้ฟังดูเล็ก แต่เป็นตัวแยกแว่นที่ใส่ได้ทุกวันออกจากแว่นที่ถูกวางไว้บนโต๊ะหลังจากลองวันแรก

BlueGuard กับ SmartLife เลือกแยกหรือเลือกคู่

ถ้าต้องการลดความล้าจากจออย่างเดียวและไม่ค่อยออกไปใช้งานหลายระยะ BlueGuard จะตรงโจทย์กว่า แต่ถ้าชีวิตหนึ่งวันเปลี่ยนจากคอมไปเดิน ไปคุยคน ไปอ่านมือถือ SmartLife จะตอบการเปลี่ยนระยะได้ดีกว่า ส่วนคนที่อยากได้ทั้งความสบายจากช่วงมองและความสบายจากงานหน้าจอ สามารถคุยเรื่องการจับคู่รุ่นและการเคลือบที่เหมาะกับค่าสายตาจริงได้ที่ร้าน ไม่จำเป็นต้องยึดว่ามีตัวเดียวแล้วจบทุกอย่าง

ZEISS โชว์แนวคิดเรื่อง SmartLife ในฐานะเลนส์สำหรับชีวิตประจำวัน ส่วน BlueGuard คือแนวทางจัดการแสงจากหน้าจอ เมื่อเอามาเทียบกันจึงควรถามว่าอยากได้ฟีลมองไกลใกล้ที่เนียนขึ้น หรืออยากเน้นงานจอตรงๆ มากกว่าเรื่องชื่อรุ่นล้วนๆ

สรุปเช็กลิสต์เลือกเลนส์ ZEISS ให้เข้ากับมือถือ ขับรถ และทำงานหน้าจอ

เช็กลิสต์สั้นๆมี 4 ข้อคือ ใช้ระยะใกล้กับจอบ่อยแค่ไหน ขับรถกลางคืนบ่อยหรือไม่ กรอบที่เล็งไว้รับเลนส์ชนิดไหน และยอมให้ช่วงปรับตัวกี่วัน ถ้าตอบได้ครบ SmartLife จะถูกใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาจริง ไม่ใช่ชื่อรุ่นที่ซื้อเพราะฟังดูดี

ถ้ากลุ่มใช้งานคือมือถือทั้งวัน เดินคุยบ่อย และอยากได้เลนส์ที่ไม่แยกชีวิตเป็นโต๊ะทำงานกับนอกโต๊ะ SmartLife เป็นตัวเลือกที่ควรเริ่มคุยก่อน แต่ถ้าเป้าหมายหลักคืออ่านใกล้บนโต๊ะทำงาน OfficeLens ควรถูกหยิบมาเทียบก่อนเสมอ การเลือกที่ดีคือการตัดรุ่นที่ไม่เข้าทิ้งเร็วๆ ไม่ใช่พยายามหาเลนส์ที่ดีที่สุดในจักรวาล

เรื่องสเปก UV และ blue-light ให้ยึดสเปกที่ผู้ผลิตหรือร้านยืนยันได้จริงก่อนเสมอ เพราะชื่อการตลาดบางทีทำให้คนเข้าใจว่าเลนส์ทุกตัวป้องกันเหมือนกันหมด ทั้งที่การเคลือบและรุ่นย่อยต่างกันพอสมควร ถ้าต้องคุยให้ชัด ให้ขอดูรุ่นเต็มและระดับการเคลือบจากร้าน ไม่ใช่ดูแค่ชื่อบนใบเสนอราคา

ถ้าอยากให้การเลือกแม่นขึ้นอีกขั้น ลองเอาแว่นที่ใส่อยู่ประจำมาวัดคู่กับกรอบที่จะซื้อ ร้านจะดูได้ว่าระยะกึ่งกลางตา ความสูงกรอบ และมุมเอียงเข้ากันหรือไม่ การปรับเลนส์ดีๆ บนกรอบที่ไม่เหมาะ ยังแพ้กรอบที่เหมาะกับหน้าตั้งแต่ต้นอยู่ดี

เมื่อเทียบทั้งหมด SmartLife คือเลนส์ที่น่าเริ่มคุยถ้าผู้ใช้งานต้องการความต่อเนื่องจากมือถือ คอม และชีวิตจริงในวันเดียวกัน ส่วนรายละเอียดสุดท้ายควรถูกตัดสินที่หน้ากระจกและการวัดจริงในร้าน มากกว่าตัดสินจากรีวิวสั้นๆ หรือชื่อรุ่นที่ฟังดูคุ้น

ถ้าต้องการทางลัด ให้เริ่มจากหน้า เลนส์ ZEISS แล้วดูต่อว่าแบบไหนเข้ากับงานประจำวันมากที่สุด จากนั้นค่อยเทียบกับ ตัดแว่นสายตา เพื่อดูขั้นตอนฟิตติ้งและการวัดสายตาที่ร้าน ก่อนเลือก เลนส์ ZEISS รุ่นที่ตรงพฤติกรรมจริง ไม่ใช่รุ่นที่ดังสุด

ถ้ากรอบที่เล็งไว้เป็นทรงทำงานหรือใส่ทั้งวัน ลองเทียบเพิ่มจากหน้า แว่นสายตา และอ่านความต่างของการเลือกเลนส์กับกรอบให้ต่อเนื่องขึ้นอีกขั้น เพราะแว่นหนึ่งอันไม่ได้จบที่เลนส์อย่างเดียว มันจบที่ความเข้ากันของทั้งชุด

แหล่งอ้างอิง

  1. ZEISS Vision Care - Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
  2. Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009), Optometry and Vision Science
  3. Digital Eye Strain Report (2016), The Vision Council
  4. Impact of polarized lenses on driving safety (2019), Journal of Safety Research
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา