เลนส์ ZEISS PhotoFusion X เปลี่ยนสีอัตโนมัติ ปกป้อง UV ในประเทศไทย

ZEISS PhotoFusion X คืออะไร เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติที่ปกป้องตาจาก UV ในสภาพอากาศไทย ล่าสุด

อัปเดตล่าสุด:

ประเทศไทยมีค่า UV Index ระดับ 11-14 ตลอดทั้งปี – จัดเป็นระดับ “Extreme” ตามมาตรฐาน WHO ซึ่งสูงกว่ายุโรปและญี่ปุ่นที่มีฤดูหนาวลดค่า UV เหลือ 1-2 อย่างมาก แม้วันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก รังสี UV ยังคงสูงอยู่ดี ดวงตาสะสมความเสียหายทุกวันโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดทันที แต่ผลกระทบปรากฏในรูปแบบต้อกระจก ต้อเนื้อ และจอประสาทตาเสื่อมหลังหลายสิบปี สำหรับผู้ใช้แว่นสายตาที่ออกนอกอาคารทุกวัน เลนส์ ZEISS PhotoFusion X ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง

เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ (Photochromic Lens) คืออะไร และทำงานอย่างไร

เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ หรือ Photochromic Lens คือเลนส์ที่มีโมเลกุลพิเศษฝังอยู่ในเนื้อวัสดุ เมื่อสัมผัสกับรังสี UV (Ultraviolet Radiation) จากแสงแดด โมเลกุลเหล่านี้จะเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีในระดับ Molecular Level และดูดซับแสงมากขึ้น ทำให้เลนส์เข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อเข้าอาคารหรืออยู่ในที่ร่ม UV ลดลง โมเลกุลกลับสู่สภาพเดิม เลนส์จึงใสขึ้นอีกครั้ง

กระบวนการนี้เกิดขึ้นอัตโนมัติทุกครั้งที่ระดับ UV เปลี่ยน ผลลัพธ์คือแว่นคู่เดียวที่ทำหน้าที่เป็นทั้งแว่นสายตาในร่มและแว่นกันแดดกลางแจ้ง ไม่ต้องพกแว่นสองคู่หรือสลับทุกครั้งที่เดินออกนอกอาคาร เทคโนโลยีนี้มีมาหลายสิบปีแล้ว แต่ที่รุ่นเก่ามักถูกวิจารณ์คือ ใช้เวลานานกว่าจะเข้มพอ และเมื่อเข้าอาคารกลับต้องรอนานกว่าจะใสอีกครั้ง ZEISS PhotoFusion X พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยตรง

ZEISS PhotoFusion X คืออะไร และแตกต่างจากเลนส์เปลี่ยนสีทั่วไปอย่างไร

ZEISS PhotoFusion X คือเลนส์ Photochromic รุ่นล่าสุดจาก ZEISS VisionCare ประเทศเยอรมนี พัฒนาต่อจาก PhotoFusion รุ่นเดิมที่ผู้ใช้บ่นว่าเข้มช้าและคลายตัวช้า PhotoFusion X ใช้เทคโนโลยี Molecular Engineering ใหม่ที่ทำให้โมเลกุลตอบสนองต่อ UV ได้เร็วกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกันนั้นยังผลิตจากวัสดุ ZEISS BlueGuard ซึ่งกรองแสงสีฟ้า (Blue Light) ในตัวโดยไม่ต้องเพิ่มชั้นเคลือบ

ความเร็วในการเปลี่ยนสี – ตัวเลขจากการทดสอบจริง

จากผลทดสอบของ ZEISS VisionCare Lab, PhotoFusion X เข้มขึ้นถึงระดับป้องกันแสงที่มีประสิทธิภาพได้ภายใน 15 วินาที และถึงระดับมืดสุดเทียบเท่าแว่นกันแดด Category 3 ใน 27 วินาที ตัวเลขนี้เร็วกว่า PhotoFusion รุ่นเดิมถึง 60% และเร็วกว่าในสภาวะ UV สูงมากถึง 75% ส่วนการคลายตัวกลับเป็นเลนส์ใสเร็วกว่าแบรนด์ Photochromic ที่นิยมใช้ในตลาด (Transitions) ถึง 4.5 เท่า

ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายในชีวิตจริงอย่างมาก สมมติเดินออกจากห้างสรรพสินค้ากลางแดด ถ้าเลนส์ใช้เวลา 60-90 วินาทีจึงจะเข้มพอ ช่วงเวลานั้นดวงตารับแสง UV โดยตรง แต่ถ้าเลนส์เข้มใน 15 วินาที การปกป้องเกิดขึ้นแทบทันที และเมื่อกลับเข้าอาคาร เลนส์คลาย 4.5 เท่าเร็วกว่า หมายความว่าตาปรับตัวได้เร็ว ไม่ต้องนั่งรอมองไม่ชัดในร้านอาหารที่มืดกว่า

ระดับความเข้ม สี และการปกป้อง UV ครบวงจร

PhotoFusion X มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Grey (เทา), Extra Grey (เทาเข้ม), Brown (น้ำตาล), Pioneer (เขียวอมเทา) และ Blue (ฟ้า) โดยสี Grey เข้มกว่ารุ่น PhotoFusion เดิมถึง 26% และ Extra Grey เข้มกว่า 18% ทุกสีปกป้อง UV ได้ 100% ทั้งในสภาพที่เลนส์ใสสนิทและเมื่อเข้มเต็มที่ แม้นั่งอยู่ในออฟฟิศ เลนส์ยังคงกรอง UV ได้เต็มประสิทธิภาพ ต่างจากเลนส์ทั่วไปที่ปกป้อง UV เฉพาะตอนที่ชั้นสีทำงานอยู่

BlueGuard Material วัสดุเลนส์ที่กรองแสงสีฟ้าในตัว

PhotoFusion X ผลิตจากวัสดุ ZEISS BlueGuard ซึ่งกรองแสงสีฟ้า (Blue Light ช่วง 400-455 นาโนเมตร) ได้ถึง 50% แม้เลนส์อยู่ในสภาพใสสนิท และกรองได้ถึง 94% เมื่อเลนส์เข้มเต็มที่กลางแจ้ง BlueGuard ฝังอยู่ในเนื้อวัสดุ ไม่ใช่ชั้นเคลือบผิว ทนทานกว่าและไม่เสื่อมสภาพตามการใช้งาน ต่างจากการเคลือบ Anti Blue Light แบบทั่วไปที่อาจหลุดล่อนได้

สำหรับคนที่ทำงานหน้าจอ 6-10 ชั่วโมงต่อวันแล้วยังต้องออกแดด แว่นที่กรองทั้ง Blue Light และ UV ในเลนส์คู่เดียวช่วยลดภาระสายตาได้มากกว่าเลนส์ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นเมื่อสลับงานระหว่างจอคอมพิวเตอร์และการออกไปนอกอาคาร

ทำไมคนไทยต้องใส่ใจ UV สำหรับดวงตามากกว่าคนในประเทศอื่น

หลายคนทราบว่า UV อันตรายต่อผิวหนัง แต่ผลกระทบต่อดวงตานั้นสะสมอย่างเงียบๆ และไม่มีสัญญาณเตือนในระยะสั้น

รังสี UVB (280-320 นาโนเมตร) ทำลายกระจกตาโดยตรง หากได้รับมากพอในครั้งเดียวจะเกิดภาวะ Photokeratitis หรือ “แผลไหม้กระจกตา” อาการปรากฏ 2-3 ชั่วโมงหลังรับรังสี คือเจ็บตา น้ำตาไหล แสบ และไวต่อแสงมาก รังสี UVA (320-400 นาโนเมตร) นั้นร้ายกาจกว่าเพราะทะลุลึกถึงเลนส์ตาและจอประสาทตา สะสมนานปีก่อต้อกระจก (Cataract) และจอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration) ซึ่งทั้งสองอาการส่งผลให้การมองเห็นเสื่อมลงอย่างถาวร

ประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ค่า UV Index อยู่ที่ระดับ 11-14 ตลอดทั้งปี เทียบกับยุโรปที่มักอยู่แค่ 3-7 ในหน้าร้อน และลดลงเหลือ 1-2 ในหน้าหนาว สำหรับคนที่อาศัยในไทยตั้งแต่เด็กจนโต ร่างกายสะสมรังสี UV ต่อดวงตาในช่วง 20-30 ปีมากกว่าคนในเขตอบอุ่นหลายเท่าตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต้อกระจก ต้อเนื้อ และโรคตาอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “วันที่มีเมฆมากหรือฝนตก UV น้อยลงมาก” ซึ่งไม่ถูกต้องในสภาพอากาศไทย เมฆกรอง UV ได้บางส่วนเท่านั้น และในช่วงก่อนฝนตกหรือระหว่างฝน UV บางครั้งสูงกว่าวันฟ้าใสเพราะแสงหักเหจากเมฆ สำหรับผู้ที่ต้องออกแดดทุกวัน ไม่ว่าจะเดินจากรถไฟฟ้าถึงที่ทำงาน ออกซื้ออาหาร หรือทำงานกลางแจ้ง การมีเลนส์ที่ปกป้อง UV ตลอดเวลาจึงเป็นการลงทุนระยะยาวสำหรับสุขภาพตา

PhotoFusion X เหมาะกับใครบ้าง

ผู้ที่เคลื่อนไหวระหว่าง Indoor และ Outdoor บ่อยทุกวัน

พนักงานออฟฟิศที่เดินออกทานข้าวกลางวัน ประชุมนอกสถานที่ หรือเดินทางกลับบ้านช่วงเย็น จัดอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด ความสะดวกหลักคือไม่ต้องพกแว่นกันแดดแยกต่างหาก ไม่ต้องสลับแว่นที่ประตู และเลนส์ปกป้อง UV ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุดจาก PhotoFusion X เพราะใช้ครบทุกฟีเจอร์ในชีวิตประจำวัน

ผู้ที่ขับรถเป็นประจำในช่วงกลางวัน

กระจกหน้ารถทั่วไปกรอง UV ได้ระดับหนึ่ง ทำให้เลนส์ Photochromic มาตรฐานมักไม่เข้มพอในรถ PhotoFusion X รุ่น Extra Grey ได้รับการพัฒนาให้เข้มได้ถึง 30% แม้อยู่ในรถ เพราะตอบสนองต่อทั้งรังสี UV และแสงที่มองเห็นได้ (Visible Light) ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ UV อย่างเดียว ช่วยลดความจ้าและแสงสะท้อนบนท้องถนนได้มากกว่าเลนส์เปลี่ยนสีรุ่นเก่าที่แทบไม่มีผลในรถ

ผู้ที่มีค่าสายตาและต้องการเลนส์ Functional ครบวงจร

PhotoFusion X รองรับเลนส์สายตาทุกประเภท ทั้ง Single Vision (เลนส์ชั้นเดียว), Progressive Lens (เลนส์โปรเกรสซีฟ) และเลนส์สำหรับค่าสายตาสูงที่ต้องการ Index 1.67 กลุ่มที่ถามถึงบ่อยจากลูกค้าของร้านคือผู้ที่ค่าสายตาเปลี่ยนทุก 1-2 ปี และไม่อยากลงทุนซื้อแว่นกันแดดสายตาแยกต่างหากอีกคู่ ซึ่ง PhotoFusion X ตอบโจทย์ได้ตรงที่สุด

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่อง Digital Eye Strain จากหน้าจอ คุณสมบัติ BlueGuard ในตัววัสดุช่วยลดความเมื่อยล้าตาจากการใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือนานๆ ได้ด้วย ทำให้แว่นคู่เดียวครอบคลุมทั้งการทำงานในออฟฟิศ การเดินทาง และการใช้ชีวิตกลางแจ้ง

เลนส์ PhotoFusion X กับ DuraVision Platinum และ Free-Form ClearView

นอกจากเทคโนโลยี Photochromic และ BlueGuard แล้ว PhotoFusion X ยังมาพร้อมชั้นเคลือบ DuraVision Platinum 8-9 ชั้น ซึ่งกันรอยขีดข่วนและทำความสะอาดง่ายกว่าเลนส์ที่ไม่มีชั้นเคลือบระดับนี้ คุณสมบัตินี้สำคัญสำหรับเลนส์เปลี่ยนสีโดยเฉพาะ เพราะโมเลกุล Photochromic อยู่ในชั้นผิวเลนส์ หากเลนส์มีรอยขีดข่วนสะสมมาก อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเปลี่ยนสีในระยะยาว

เทคโนโลยี Free-Form ClearView ที่ ZEISS ใช้ผลิต PhotoFusion X ทำให้เลนส์มองเห็นชัดกว่าเลนส์ Stock มาตรฐานถึง 3 เท่า บางกว่า 16% และแบนกว่า 49% ซึ่งหมายความว่าแม้ใส่ Index เดียวกัน เลนส์ที่ผ่านกระบวนการ Free-Form จะบาง เบา และให้ภาพที่คมชัดกว่าเลนส์สำเร็จรูปทั่วไป

ตารางเปรียบเทียบ PhotoFusion X กับเลนส์เปลี่ยนสีรุ่นเดิม

คุณสมบัติZEISS PhotoFusion XPhotoFusion รุ่นเดิม
เวลาเข้มสุด (Dark)27 วินาที (Category 3)60+ วินาที
เวลาถึงระดับป้องกัน15 วินาที30-45 วินาที
ความเข้มสีเทา Greyเข้มกว่าเดิม 26%มาตรฐาน
ความเข้มสี Extra Greyเข้มกว่าเดิม 18%มาตรฐาน
ความเร็วคลายตัว Clearเร็วกว่า Transitions 4.5 เท่าช้า
กรอง Blue Light (ใส)50% (BlueGuard)ขึ้นอยู่กับชั้นเคลือบ
กรอง Blue Light (เข้ม)94%ต่ำกว่า
UV Protection ทุกสภาวะ100% ทั้งใสและเข้ม100%
ทำงานในรถ (Extra Grey)เข้ม 30% ในรถได้แทบไม่ทำงานในรถ
ชั้นเคลือบDuraVision Platinum 8-9 ชั้นDuraVision มาตรฐาน

คำถามที่ควรถามก่อนเลือก PhotoFusion X

ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับเลนส์เปลี่ยนสี ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ

  • ออกแดดบ่อยแค่ไหน – ถ้าทำงานในออฟฟิศและแทบไม่ออกนอกอาคาร เลนส์ ZEISS BlueGuard ธรรมดาอาจเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อ Photochromic
  • ขับรถตอนกลางวันบ่อยหรือเปล่า – ถ้าใช่ ให้เลือกสี Extra Grey ที่เข้มได้แม้กระจกรถกรอง UV
  • ค่าสายตาเท่าไหร่ – PhotoFusion X รองรับตั้งแต่ค่าสายตาต่ำจนถึงสูงมาก แต่ราคาจะต่างกันตาม Index ที่เลือก เช่น Index 1.60 กับ 1.67 ราคาต่างกัน
  • สีเลนส์ – Grey เหมาะกับการใช้งานทั่วไป, Brown ให้ Contrast ดีกว่าในแสงธรรมชาติ, Extra Grey เหมาะสำหรับกลางแจ้งจัดหรือขับรถ, Blue และ Pioneer เป็นตัวเลือกที่ดูมีสไตล์กว่า
  • งบประมาณ – PhotoFusion X มีให้เลือกทั้งรุ่น ClearView Stock (ราคาต่ำกว่า) และ Superb Individual (ตัดตามค่าสายตาจริง แม่นยำกว่า)

คำถามเหล่านี้นักทัศนมาตรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์สามารถช่วยประเมินได้ตรงกว่าการตัดสินใจจากข้อมูลออนไลน์เพียงอย่างเดียว การวัดสายตาและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเลือกประเภทเลนส์ เพราะค่าสายตา ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณแต่ละคนต่างกัน

PhotoFusion X กับ Transitions – เลือกอันไหนดีกว่า

คำถามนี้ได้รับบ่อย เพราะ Transitions (จาก Essilor) เป็นแบรนด์ Photochromic ที่รู้จักกันกว้างขวางที่สุดในโลก และ ZEISS PhotoFusion X เป็นทางเลือกที่แข่งขันตรงกัน จุดต่างหลักคือ

ด้านความเร็วคลายตัว PhotoFusion X เร็วกว่า Transitions เจนล่าสุดถึง 4.5 เท่าตามข้อมูลจาก ZEISS Lab ด้านวัสดุ PhotoFusion X ใช้ BlueGuard ที่กรอง Blue Light ในตัวโดยไม่ต้องเพิ่มชั้นเคลือบ ขณะที่ Transitions มักต้องเลือก Package กรอง Blue Light แยกต่างหาก ด้านการทำงานในรถ Extra Grey ของ PhotoFusion X ให้ความเข้ม 30% ในรถซึ่งดีกว่า Transitions รุ่นมาตรฐาน แต่ Transitions XTRActive Polarized ก็มีคุณสมบัตินี้เช่นกัน

สรุปคือถ้าใช้เลนส์ ZEISS อยู่แล้วและต้องการ Photochromic PhotoFusion X เป็นตัวเลือกที่สอดคล้องกับ Ecosystem ของ ZEISS ทั้งหมด ส่วน Transitions เหมาะกว่าถ้าใช้เลนส์จากค่ายอื่นเช่น Essilor หรือ Hoya

สรุป

ZEISS PhotoFusion X ไม่ใช่แค่เลนส์เปลี่ยนสีที่เร็วกว่ารุ่นเก่า แต่เป็นการรวมคุณสมบัติสำคัญ 3 อย่างในเลนส์คู่เดียว คือ การปกป้อง UV 100% ตลอดเวลา การกรองแสงสีฟ้า 50-94% จากวัสดุ BlueGuard และการเปลี่ยนสีที่เร็วพอจะใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศ UV Index 11-14 ตลอดทั้งปี การเลือกเลนส์สายตาที่ปกป้องดวงตาอย่างครอบคลุมจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาตั้งแต่วันแรกที่ตัดแว่น ไม่ใช่แค่ Option เสริม

สนใจตัดแว่นสายตาพร้อมเลนส์ ZEISS PhotoFusion X สามารถปรึกษาทีมงาน Siam Eyewear ได้โดยตรง ร้านใช้เครื่องวัดสายตา ZEISS 4 เครื่องและมีช่างเลนส์ผ่านการรับรองจาก ZEISS ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การวัดสายตาไปจนถึงการตัดเลนส์ตามค่าสายตาจริง เลนส์เริ่มต้น 2,880 บาท ทุกงบประมาณได้มาตรฐานเดียวกัน

วิธีดูแลรักษาเลนส์ PhotoFusion X ให้ใช้ได้นาน

เลนส์ Photochromic มีข้อควรระวังในการดูแลที่ต่างจากเลนส์ธรรมดาเล็กน้อย เพราะโมเลกุลที่รับผิดชอบการเปลี่ยนสีมีความไวต่ออุณหภูมิ การเก็บแว่นในรถที่มีอุณหภูมิสูงมากเป็นเวลานาน เช่น จอดกลางแดดในหน้าร้อน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในระยะยาว ควรเก็บแว่นในกล่องและไม่ทิ้งในรถที่ร้อนจัด

การทำความสะอาดให้ใช้น้ำสบู่ล้างมืออ่อนๆ และผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดเช็ดเบาๆ ชั้นเคลือบ DuraVision Platinum ที่มาพร้อม PhotoFusion X ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายกว่าเลนส์ที่ไม่มีชั้นเคลือบ แต่ก็ยังควรหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าหยาบที่อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนระดับ Micro ซึ่งสะสมแล้วส่งผลต่อความคมชัดของเลนส์ในระยะยาว

อายุการใช้งานของเลนส์ Photochromic โดยทั่วไปอยู่ที่ 2-4 ปีก่อนที่ประสิทธิภาพการเปลี่ยนสีจะเริ่มลดลง PhotoFusion X ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าและชั้นเคลือบที่ดีกว่ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ารุ่นเก่า แต่ก็ยังควรเช็คสภาพเลนส์ทุกปีพร้อมกับการตรวจสายตาตามปกติ

สรุปข้อดีและข้อจำกัดของ PhotoFusion X

การเลือกเลนส์ PhotoFusion X ควรเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ

ข้อดีหลัก: ปกป้อง UV 100% ทุกสภาวะ ทั้งใสและเข้ม, เปลี่ยนสีเร็ว 15 วินาที ถึงระดับป้องกัน, คลายตัวเร็ว 4.5 เท่าเทียบ Transitions, กรอง Blue Light 50-94% ขึ้นกับสภาพแสง, แว่นคู่เดียวทำงานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor, Extra Grey ทำงานในรถได้ 30%

ข้อจำกัดที่ควรรู้: ราคาสูงกว่าเลนส์ใสธรรมดา, อุณหภูมิสูงทำให้เลนส์เข้มช้ากว่าปกติ (เพราะความร้อนขัดขวางการทำงานของโมเลกุล Photochromic), ในรถแม้สี Extra Grey จะทำงานได้ 30% แต่ก็ยังไม่เทียบเท่าแว่นกันแดด Polarized สำหรับการขับรถกลางวัน ดังนั้นถ้าใช้รถเป็นหลักและต้องการ Maximum Protection อาจพิจารณาแว่นกันแดดสายตาแยกต่างหากเป็น Option เพิ่มเติม

โดยรวมแล้ว ZEISS PhotoFusion X เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาด Photochromic Lens สำหรับผู้ที่ต้องการ UV Protection ครบวงจรพร้อมคุณสมบัติ Blue Light Filtering และความเร็วในการเปลี่ยนสีที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของคนเมืองที่ต้องเดินทางในประเทศไทย ซึ่ง UV Index สูงตลอดทั้งปี การลงทุนในเลนส์คุณภาพสูงวันนี้ช่วยลดความเสี่ยงสะสมต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกเลนส์สายตาแบบอื่นๆ จาก ZEISS ไม่ว่าจะเป็น SmartLife, DriveSafe หรือ i.Scription สามารถอ่านบทความอื่นๆ ได้บนเว็บไซต์ หรือแวะมาพูดคุยกับทีมงาน Siam Eyewear เพื่อหาเลนส์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และค่าสายตาของผู้ใช้งานได้โดยตรง

แหล่งอ้างอิง

  1. ZEISS Vision Care — Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
  2. Impact of polarized lenses on driving safety (2019), Journal of Safety Research
  3. Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009), Optometry and Vision Science
  4. Digital Eye Strain Report (2016), The Vision Council
  5. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017), Clinical and Experimental Optometry
ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรศาสตร์ได้ หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาหรือการมองเห็น กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง เนื้อหาในบทความอ้างอิงจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง ณ วันที่เผยแพร่ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าทางการแพทย์
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา