UV400 คือมาตรฐานการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตระดับสูงสุด กรองรังสี UVA และ UVB ทั้งหมดที่ความยาวคลื่นต่ำกว่า 400 นาโนเมตรได้ 99-100% สำหรับแว่นกันแดดที่จะซื้อในปี 2026 ตัวเลขนี้คือสิ่งแรกที่ต้องตรวจก่อนตัดสินใจ เพราะแว่นสีเข้มที่ไม่มี UV400 กลับทำให้ตาได้รับรังสีมากกว่าไม่ใส่แว่นเลย
UV400 คืออะไร ทำไมตัวเลข 400 ถึงสำคัญ
แสงอัลตราไวโอเลตที่ส่งผลต่อดวงตามีสองชนิดหลักคือ UVA (ความยาวคลื่น 315-400 นาโนเมตร) และ UVB (ความยาวคลื่น 280-315 นาโนเมตร) มาตรฐาน UV400 คือการรับประกันว่าเลนส์จะกรองรังสีได้ทั้งสองชนิด ครอบคลุมถึงขีดจำกัดที่ 400 นาโนเมตร ซึ่งเป็นจุดที่แสง UV เปลี่ยนเป็นแสงที่ตามองเห็นพอดี
ความแตกต่างระหว่างมาตรฐาน UV380 กับ UV400 ชัดเจนกว่าที่คิด แว่นที่บอก “ป้องกัน UV” แต่ไม่ระบุตัวเลข อาจกรองได้เพียงที่ 380 นาโนเมตร ทิ้งช่วง 380-400nm ให้ทะลุผ่านเข้าตาได้ มาตรฐาน UV400 จึงเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ควรตรวจก่อนซื้อ ไม่ใช่แค่ดูสีเลนส์หรือราคา
สำหรับประเทศไทยที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ค่าดัชนี UV (UV Index) เฉลี่ยอยู่ที่ 8-12+ ตลอดปี สูงกว่าประเทศในยุโรปราว 3-4 เท่า นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ารังสี UV ทะลุผ่านเมฆได้สูงถึง 80% แม้ในวันที่มีเมฆครึ้ม ความจริงข้อนี้ทำให้การป้องกัน UV ไม่ใช่เรื่องเฉพาะฤดูร้อน แต่เป็นทุกวันตลอดทั้งปี
ทำไมแว่นกันแดดสีเข้มที่ไม่มี UV400 ถึงอันตรายกว่าไม่ใส่แว่นเลย
นี่คือสิ่งที่ร้านแว่นทั่วไปมักไม่บอก เมื่อสวมแว่นที่เลนส์สีเข้มแต่ไม่มีคุณสมบัติป้องกัน UV ม่านตาจะขยายออกโดยอัตโนมัติเพราะสมองตีความว่าอยู่ในที่มืด ผลคือรูม่านตาที่เปิดกว้างนั้นรับรังสี UV เข้าสู่เลนส์ตาและจอประสาทตามากกว่าการไม่ใส่แว่นเลย เพราะม่านตาตามธรรมชาติจะหดตัวเพื่อป้องกันเมื่อเจอแสง
ความเสียหายจาก UV ที่สะสมระยะยาวรวมถึงต้อกระจก (Cataract) ต้อเนื้อ (Pterygium) และความเสื่อมของจุดภาพชัด (Macular Degeneration) ซึ่งทั้งหมดป้องกันได้ด้วยการเลือกแว่นกันแดดที่มีมาตรฐาน UV400 จริง ไม่ใช่แค่สีเข้ม สิ่งนี้สำคัญมากกว่าแบรนด์หรือราคาในการประเมินแว่นกันแดด
UV400 กับ Polarized ต่างกันอย่างไร
UV400 และ Polarized ทำหน้าที่คนละอย่างกันสิ้นเชิง แต่มักถูกมองว่าเหมือนกัน UV400 ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตที่มองไม่เห็น ส่วน Polarized ลดแสงสะท้อนจากพื้นผิวแนวระนาบเช่นถนนเปียก น้ำ หรือกระจกรถ ซึ่งเป็นแสงที่มองเห็นได้
| คุณสมบัติ | UV400 | Polarized |
|---|---|---|
| ป้องกันอะไร | รังสี UVA + UVB (มองไม่เห็น) | แสงสะท้อนแนวระนาบ (มองเห็น) |
| จำเป็นหรือไม่ | จำเป็นทุกคู่ทุกกรณี | ขึ้นอยู่กับกิจกรรม |
| มองเห็นได้จากเลนส์ | ไม่สามารถบอกได้จากสีเลนส์ | ทดสอบได้จากมุมมองกับหน้าจอ LCD |
| เหมาะกับ | ทุกคนทุกกิจกรรม | ขับรถ ตกปลา เล่นน้ำ กีฬากลางแจ้ง |
แว่นกันแดดคุณภาพดีมักมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน แต่ถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง UV400 คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกกรณี
แว่นกันแดด UV400 ยี่ห้อไหนดีในปี 2026
แบรนด์ที่ผ่านมาตรฐาน UV400 จากผู้ผลิตระดับโลกมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าแบรนด์ที่ไม่มีการรับรอง เพราะการผลิตเลนส์ที่ผ่านมาตรฐานนี้ต้องใช้กระบวนการ coating หรือวัสดุเฉพาะ ยี่ห้อที่ควรพิจารณาในปี 2026 มีดังนี้
Oakley: เลนส์ Prizm กับการป้องกัน UV400 ครบสเปค
Oakley ใช้วัสดุ Plutonite ในการผลิตเลนส์ทุกรุ่น ซึ่งผ่านการกรอง UV400 โดยธรรมชาติของวัสดุ ไม่ใช่จาก coating ที่อาจลอกได้ตามเวลา เทคโนโลยี Prizm ที่ Oakley พัฒนาเพิ่มเติมนั้นเน้นการเพิ่มความคมชัดในสภาพแสงเฉพาะ เช่น Prizm Road สำหรับขับรถ และ Prizm Trail สำหรับวิ่งบนเส้นทาง ทุกรุ่นป้องกัน UV400 ครบถ้วน
Rayban: Lens UV Protection 100% ในทุกคอลเลกชัน
Rayban รับประกันการป้องกัน UV 100% ในทุกรุ่นที่ผลิตโดย Luxottica รวมถึงรุ่นคลาสสิกอย่าง Aviator, Wayfarer และ Clubmaster เลนส์ G-15 ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rayban ผลิตจากกระจกที่มี UV400 coating มาตรฐาน ในขณะที่รุ่นที่ใช้เลนส์ Nylon หรือ Polycarbonate ก็ผ่านมาตรฐานเดียวกัน
Gucci: UV400 ในกรอบ Luxury ที่ไม่ยอมลดมาตรฐาน
แบรนด์ Luxury อย่างGucci ใช้เลนส์ที่ผ่านการรับรอง UV400 ในทุกคอลเลกชัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบ Acetate หรือ Metal frame เลนส์ของ Gucci ผลิตตามมาตรฐาน CE ของยุโรป ซึ่งกำหนดให้ต้องผ่าน UV400 เป็นขั้นต่ำ จุดเด่นของ Gucci อยู่ที่การรวม UV protection เข้ากับดีไซน์ที่แตกต่างจาก Sport brand อย่างชัดเจน
Prada และ Burberry: มาตรฐาน CE ยุโรปที่การันตี UV400
แบรนด์ European Luxury อย่าง Prada และ Burberry อยู่ภายใต้มาตรฐาน CE Marking ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้แว่นกันแดดทุกคู่ต้องผ่านเกณฑ์ UV400 ก่อนวางขาย มาตรฐานนี้เข้มงวดกว่ามาตรฐานในหลายประเทศเอเชีย ทำให้แบรนด์ยุโรปเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เชื่อถือได้มากที่สุดในเรื่องนี้
วิธีตรวจสอบว่าแว่นมี UV400 จริงหรือไม่
การตรวจสอบ UV400 ด้วยตาเปล่าทำไม่ได้ เพราะเลนส์ UV400 อาจมีสีอ่อนหรือสีเข้มก็ได้ วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดคือซื้อจากร้านที่เป็น Authorized Dealer ของแบรนด์นั้นโดยตรง ซึ่งมีเอกสารและการรับประกันมาตรฐานจากผู้ผลิต
สิ่งที่ควรตรวจเมื่อซื้อแว่นกันแดดมีดังนี้
- ฉลากบนเลนส์หรือบรรจุภัณฑ์ระบุ “UV400” หรือ “100% UV Protection” ชัดเจน
- มีใบรับประกันจากผู้ผลิตหรือ Authorized Dealer
- ซื้อจากร้านที่มีประวัติและรีวิวน่าเชื่อถือ ไม่ใช่แพลตฟอร์ม marketplace ที่ตรวจสอบแหล่งที่มายาก
- แบรนด์มีเว็บไซต์ทางการที่ระบุสเปค UV protection ของแต่ละรุ่น
สำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูงสุด บางคลินิกและร้านแว่นที่มีอุปกรณ์เฉพาะสามารถวัด UV transmission ของเลนส์ได้โดยตรง ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่พิสูจน์ค่าได้จริง
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อแว่นกันแดด UV400 ในไทย
ข้อมูลจาก Siam Eyewear ที่ดำเนินการมากกว่า 14 ปีในฐานะ Authorized Dealer พบว่าลูกค้าไทยส่วนใหญ่เลือกแว่นจากรูปลักษณ์และราคา แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ตรวจสอบมาตรฐาน UV protection จริงก่อนซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก University of Utah Health ที่ระบุว่าผู้บริโภคมากกว่า 40% เข้าใจผิดว่าแว่นสีเข้มทุกคู่มีการป้องกัน UV
การตัดแว่นที่ร้านที่ไว้ใจได้และมี Authorized Dealer status จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ของแท้ แต่ยังหมายถึงการได้รับการป้องกัน UV ตามที่แบรนด์ระบุสเปคจริง เพราะแว่นปลอมหรือแว่นที่ผ่านตัวแทนที่ไม่ได้รับการรับรองอาจไม่ผ่านมาตรฐานเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแว่นกันแดด UV400
แว่นกันแดดราคาถูกมี UV400 จริงหรือไม่
มีได้ แต่ความน่าเชื่อถือต่ำกว่า เลนส์ UV400 จริงต้องผ่านกระบวนการผลิตที่มีต้นทุน แว่นราคาถูกมากบางรุ่นอาจใส่ฉลาก UV400 โดยที่ไม่ได้ผ่านการทดสอบจริง ความเสี่ยงคือไม่มีทางรู้ได้ด้วยตาเปล่า วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเลือกแบรนด์ที่มีการรับรองและประวัติชัดเจน
UV400 กับ UV380 ต่างกันมากแค่ไหน
UV380 กรองรังสีได้ถึง 380 นาโนเมตร ขณะที่ UV400 ครอบคลุมถึง 400 นาโนเมตร ช่วง 380-400nm แม้จะแคบแต่ยังคงมีรังสี UVA อยู่ มาตรฐาน UV400 จึงครอบคลุมกว่าและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากกว่า
แว่นที่ใช้เลนส์ Polarized ต้องมี UV400 ด้วยหรือไม่
ไม่จำเป็น แต่แว่น Polarized คุณภาพดีมักมี UV400 มาด้วย เพราะผู้ผลิตระดับโลกเข้าใจว่าทั้งสองอย่างต้องทำงานร่วมกัน แนะนำตรวจสอบ spec sheet ของแต่ละรุ่นว่ามีทั้งสองอย่างหรือไม่ก่อนตัดสินใจ
ใส่แว่นสายตาที่ตัดเลนส์ทั่วไปแล้ว ป้องกัน UV ได้หรือไม่
เลนส์สายตาทั่วไปไม่ได้ป้องกัน UV โดยอัตโนมัติ ต้องระบุ UV coating เพิ่มเติมเมื่อสั่งตัด เลนส์ ZEISS เกือบทุกรุ่นมี UV protection มาพร้อมในตัวเลนส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เลนส์คุณภาพสูงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
อัปเดตล่าสุด: กุมภาพันธ์ 2026
