Full Rim

ประเภทขอบกรอบแว่น: Full Rim, Semi-Rimless และ Rimless

ขอบกรอบแว่น (Rim Type) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทั้งความแข็งแรงและสไตล์ของแว่นตา แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Full Rim ที่มีกรอบล้อมรอบเลนส์ Semi-Rimless ที่มีกรอบเฉพาะด้านบน และ Rimless ที่ไม่มีกรอบเลย การเลือกประเภทขอบกรอบที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความทนทาน น้ำหนัก และลุคโดยรวมของแว่น

Full Rim — กรอบเต็ม

Full Rim หรือ กรอบเต็ม คือแว่นที่มีกรอบล้อมรอบเลนส์ทั้งหมด 360 องศา เป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุดเพราะ แข็งแรงและทนทาน ที่สุดในทั้ง 3 ประเภท

ข้อดีของ Full Rim:

  • แข็งแรงที่สุด: กรอบปกป้องเลนส์จากการกระแทกและตกหล่น
  • ใส่เลนส์ได้ทุกประเภท: ไม่ว่าจะเลนส์หนาหรือบาง
  • ดีไซน์หลากหลาย: มีให้เลือกมากที่สุดทั้งทรงและสี
  • ราคาหลากหลาย: มีตั้งแต่ราคาประหยัดถึงพรีเมียม
  • ซ่อมง่าย: ถ้ากรอบพังสามารถซ่อมหรือเปลี่ยนได้

ข้อจำกัดของ Full Rim:

  • หนักกว่า: มีวัสดุมากกว่าจึงหนักกว่าประเภทอื่น
  • บดบังการมองเห็น: ขอบกรอบอาจเห็นในมุมมองบางมุม
  • ลุคทึบตัน: อาจดูหนักไปสำหรับบางคน

Full Rim เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการแว่นทนทาน ใช้งานหนัก
  • คนที่มีค่าสายตาสูง (เลนส์หนา Full Rim จะซ่อนขอบเลนส์ได้ดี)
  • คนที่ชอบแว่นสีสันและลวดลายโดดเด่น
  • เด็กและผู้ที่ต้องการความแข็งแรง

Semi-Rimless — กรอบครึ่ง

Semi-Rimless หรือ Half Rim หรือ กรอบครึ่ง คือแว่นที่มีกรอบเฉพาะ ด้านบนของเลนส์ ส่วนด้านล่างไม่มีกรอบ ยึดเลนส์ด้วยสายลวดหรือ nylon cord

Semi-Rimless และ Full Rim มีความแตกต่างกันที่ปริมาณกรอบและน้ำหนัก—Full Rim ให้ความแข็งแรงสูงสุดแต่หนักกว่า ขณะที่ Semi-Rimless เบากว่าและดูเบาสบายตากว่า แต่ต้องระวังมากขึ้นในการใช้งาน

ข้อดีของ Semi-Rimless:

  • น้ำหนักเบา: เบากว่า Full Rim เพราะใช้วัสดุน้อยกว่า
  • ดูเบาสบายตา: ไม่ทึบตันเหมือน Full Rim
  • มองเห็นกว้าง: ไม่มีกรอบด้านล่างบดบัง
  • ลุค Professional: นิยมใส่ในที่ทำงานและประชุม

ข้อจำกัดของ Semi-Rimless:

  • ทนทานน้อยกว่า: เลนส์ด้านล่างไม่มีการปกป้อง
  • สายลวดอาจหลุด: ต้องตรวจสอบและปรับเป็นระยะ
  • ไม่เหมาะกับค่าสายตาสูง: จะเห็นขอบเลนส์หนาด้านล่าง
  • ซ่อมยากกว่า: ถ้าสายลวดขาดต้องเปลี่ยนใหม่

Semi-Rimless เหมาะกับใคร?

  • คนทำงานออฟฟิศที่ต้องการลุค Professional
  • คนที่มีค่าสายตาไม่สูง (ต่ำกว่า ±4.00)
  • คนที่ต้องการแว่นเบาและสบาย
  • คนที่ชอบลุค Minimalist

Rimless — ไร้กรอบ

Rimless หรือ แว่นไร้กรอบ คือแว่นที่ ไม่มีกรอบเลย เลนส์ยึดติดกับขาแว่นและ Bridge โดยตรงผ่านการเจาะรูหรือสลักเข้ากับเลนส์ ให้ลุคที่เบาสบายและแทบไม่รู้สึกว่าใส่แว่น

ข้อดีของ Rimless:

  • เบาที่สุด: ไม่มีน้ำหนักของกรอบเลย
  • แทบมองไม่เห็น: ให้ลุคธรรมชาติที่สุด
  • มองเห็นกว้างที่สุด: ไม่มีกรอบบดบังทุกมุม
  • ลุค Elegant: ดูหรูหราและเรียบร้อย

ข้อจำกัดของ Rimless:

  • บอบบาง: เลนส์อาจแตกหรือบิ่นง่ายกว่า
  • สกรูหลวม: ต้องขันสกรูเป็นระยะ
  • ไม่เหมาะกับค่าสายตาสูง: เลนส์หนาจะดูไม่สวย
  • ตัวเลือกจำกัด: มีให้เลือกน้อยกว่า Full Rim
  • ราคาสูงกว่า: ต้องใช้เลนส์คุณภาพดีและการประกอบที่ละเอียด

Rimless เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการแว่นเบาที่สุดและแทบมองไม่เห็น
  • คนที่มีค่าสายตาต่ำ (ต่ำกว่า ±3.00)
  • ผู้บริหารหรือคนทำงานที่ต้องการลุค Professional สูง
  • คนที่ดูแลแว่นได้ดีและระมัดระวังในการใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบประเภทขอบกรอบ

คุณสมบัติ Full Rim Semi-Rimless Rimless
ความทนทาน ⭐⭐⭐⭐⭐ ⭐⭐⭐ ⭐⭐
น้ำหนัก หนัก ปานกลาง เบาที่สุด
ลุค Bold, Statement Professional Minimal, Elegant
เหมาะกับค่าสายตา ทุกค่า ต่ำ-ปานกลาง ต่ำ
ราคาเริ่มต้น ฿2,000+ ฿3,000+ ฿5,000+
การดูแลรักษา ง่าย ปานกลาง ต้องระวัง

วิธีเลือกประเภทขอบกรอบ

การเลือกประเภทขอบกรอบควรพิจารณาจาก ค่าสายตา ไลฟ์สไตล์ และ สไตล์ที่ต้องการ ร่วมกัน

  • ค่าสายตาสูง: เลือก Full Rim เพื่อซ่อนขอบเลนส์หนา
  • ต้องการความทนทาน: เลือก Full Rim
  • ต้องการความเบา: เลือก Rimless หรือ Semi-Rimless
  • ลุค Professional: เลือก Semi-Rimless หรือ Rimless
  • ลุค Bold/Fashion: เลือก Full Rim

สำหรับแว่นคุณภาพสูงทุกประเภทขอบกรอบ สามารถดูคอลเลคชันได้ที่ แว่นสายตา หรือ แว่นกันแดด ที่ Siam Eyewear

ข้อมูลจาก Siam Eyewear: ความนิยมตามประเภทขอบกรอบ

ประเภท สัดส่วนยอดขาย แบรนด์ยอดนิยม
Full Rim 85% Ray-Ban, Oakley, Moscot, Gucci
Semi-Rimless 10% Ray-Ban Clubmaster, Emporio Armani
Rimless 5% Mykita, Silhouette, Lindberg

*ข้อมูลจากยอดขายของ Siam Eyewear ปี 2024

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทขอบกรอบ

Full Rim หนักมากไหม?

ขึ้นอยู่กับวัสดุ Full Rim ที่ทำจาก Titanium หรือ TR-90 สามารถเบาได้ใกล้เคียงกับ Semi-Rimless หรือแม้แต่ Rimless ดังนั้นถ้าต้องการ Full Rim ที่เบา ให้เลือกวัสดุที่เหมาะสม

Semi-Rimless สายลวดขาดบ่อยไหม?

ถ้าใช้งานปกติและดูแลดี สายลวดจะอยู่ได้นานหลายปี แต่ถ้าถอดใส่บ่อยหรือใช้งานหนัก อาจต้องเปลี่ยนทุก 1-2 ปี การเปลี่ยนสายลวดไม่แพง (ประมาณ 200-500 บาท)

Rimless แตกง่ายจริงไหม?

Rimless มีความเสี่ยงสูงกว่าเพราะเลนส์ไม่มีกรอบปกป้อง แต่ถ้าใช้ เลนส์ Polycarbonate หรือ Trivex ซึ่งทนแรงกระแทกสูง ก็จะลดความเสี่ยงได้มาก ไม่แนะนำให้ใช้เลนส์แก้วกับ Rimless

ค่าสายตาสูงใส่ Rimless ได้ไหม?

ทำได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะเลนส์หนาจะเห็นชัดมากและดูไม่สวย สำหรับค่าสายตาสูงกว่า ±4.00 แนะนำให้เลือก Full Rim ที่มีกรอบหนาเพื่อซ่อนขอบเลนส์

Ray-Ban Clubmaster เป็น Semi-Rimless ใช่ไหม?

ใช่ Ray-Ban Clubmaster เป็นตัวอย่างที่ดีของ Semi-Rimless ที่ประสบความสำเร็จ มีกรอบด้านบนเป็น Acetate และด้านล่างเป็นโลหะบางๆ ทำให้ได้ลุค Vintage ที่โดดเด่น