หลายครอบครัวซื้อแว่นกันแดดให้ตัวเองโดยไม่เคยนึกถึงลูกเลย ทั้งที่งานวิจัยด้านจักษุวิทยาระบุอย่างชัดเจนว่าเด็กต้องการการปกป้อง UV มากกว่าผู้ใหญ่เสียอีก สาเหตุคือเลนส์ตาของเด็กยังใสและโปร่งแสงกว่า ทำให้รังสี UV ผ่านเข้าถึงจอตาได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ที่เลนส์ตาจะขุ่นขึ้นตามอายุและช่วยกรอง UV ได้เองบางส่วน
ประเทศไทยมีค่า UV Index อยู่ที่ระดับ 10 ถึง 12 ซึ่งอยู่ในระดับ Extreme ช่วงเวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. แทบทุกวันตลอดปี ถือเป็นระดับสูงที่สุดในโลก เด็กที่วิ่งเล่นกลางแดดโดยไม่สวมแว่น UV ทุกวันกำลังสะสมความเสี่ยงต่อต้อกระจกและจอตาเสื่อมในระยะยาวอย่างไม่รู้ตัว ความเสียหายจาก UV ต่อดวงตาสะสมไปตลอดชีวิต เหมือนกับความเสียหายจากแสงแดดต่อผิวหนัง ยิ่งเริ่มป้องกันเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น
Rayban ตอบโจทย์นี้ด้วย Rayban Junior ไลน์แว่นกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อเด็กและวัยรุ่นโดยเฉพาะ ทั้งในแง่ขนาดกรอบที่เล็กกว่าผู้ใหญ่ โครงสร้างที่ทนทานสำหรับการใช้งานหนักของเด็ก และการรับรอง UV400 ครบทุกรุ่น บทความนี้จะพาไปดูว่า Rayban Junior มีรุ่นอะไรบ้าง เลือกขนาดอย่างไร และทำไมถึงต่างจากการซื้อแว่นผู้ใหญ่มาให้เด็กใส่
ทำไม Rayban Junior ถึงไม่ใช่แค่แว่นผู้ใหญ่ทำให้เล็กลง
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ผู้ปกครองคือซื้อแว่นกันแดดผู้ใหญ่ไซส์เล็กสุดให้เด็กใส่ ฟังดูประหยัดและสมเหตุสมผล แต่สัดส่วนกรอบผู้ใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับโครงสร้างใบหน้าเด็กที่แตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ กรอบผู้ใหญ่ที่กว้างเกินไปจะทำให้แว่นหลุดง่าย บังตาน้อยลง ไม่กระชับจมูก และอาจทำให้เด็กไม่อยากสวมใส่เพราะรู้สึกหนักหรือรำคาญ
Rayban Junior ออกแบบเฉพาะสำหรับเด็กอายุประมาณ 6 ถึง 14 ปี ขนาดเลนส์อยู่ในช่วง 44 มิลลิเมตร ถึง 52 มิลลิเมตร เทียบกับกรอบผู้ใหญ่ที่อยู่ที่ 49 มิลลิเมตร ถึง 62 มิลลิเมตร ความกว้างสะพานจมูกเล็กลงสอดคล้องกับสรีระเด็ก ความยาวขาแว่นสั้นกว่า และน้ำหนักเบากว่าเฉลี่ย 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สวมสบายตลอดวันโดยไม่กดหน้าหู
อีกเรื่องที่สำคัญคือวัสดุเลนส์ เลนส์ในไลน์ Rayban Junior ส่วนใหญ่ทำจาก Polycarbonate ซึ่งทนแรงกระแทกได้ดีกว่ากระจกหรือ CR-39 มาตรฐาน หากเด็กหล่นแว่นหรือโดนกระแทกขณะเล่นกีฬา เลนส์จะไม่แตกกระเด็นเข้าตา ซึ่งเป็นเรื่องด้านความปลอดภัยที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกสำหรับเด็ก
Rayban Junior ในประเทศไทย มี 3 รุ่นหลักให้เลือก
ที่ Siam Eyewear มี Rayban Junior ให้เลือก 3 รุ่นหลัก แต่ละรุ่นเหมาะกับรูปหน้าและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ก่อนเลือก ควรรู้จุดเด่นของแต่ละรุ่นก่อน
Rayban Junior Elliot RJ9097S – ทรง Aviator สำหรับเด็ก
RJ9097S Elliot คือการนำเอาไอคอนแห่งยุคอย่าง Rayban Aviator มาปรับให้เหมาะกับเด็กในทุกประการ ทรง Teardrop คลาสสิกขนาดเล็กลง กรอบโลหะน้ำหนักเบา และขาแว่นที่ออกแบบให้คล่องตัวสำหรับวัยเด็กที่ชอบวิ่งเล่นและออกกำลังกาย
Elliot เหมาะกับเด็กที่มีใบหน้ารูปหัวใจ ไข่ หรือสี่เหลี่ยม เส้นโค้งของกรอบทรง Teardrop ช่วยลดความเข้มของเส้นกราม เปิดใบหน้าส่วนบนให้ดูสมดุล และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองมากกว่ากรอบเหลี่ยม สีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเด็กไทยคือ Gold และ Black เพราะดูสะอาด เข้ากับชุดได้ทุกแบบ และมีอายุการใช้งานนานโดยไม่ดูล้าสมัย
จุดแข็งของ Elliot คือฟิตใบหน้าทรงไข่ของเด็กไทยได้ดี เพราะ Teardrop ที่กว้างด้านล่างให้พื้นที่มองเห็นกว้าง ขณะที่น้ำหนักกรอบโลหะบางที่เฉลี่ยน้อยกว่า 20 กรัม ทำให้เด็กไม่รู้สึกหนักแม้สวมใส่นานหลายชั่วโมง
Rayban Junior RJ9075S – ทรงรีสุภาพ เหมาะทุกโอกาส
RJ9075S เป็นกรอบทรงรีขนาดกะทัดรัด ที่ให้ความรู้สึกเรียบร้อยและดูแลง่าย เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องสวมใส่ทั้งในกิจกรรมกลางแจ้งและชีวิตประจำวัน เช่น ไปโรงเรียน เที่ยวชายหาด หรือทำกิจกรรมกีฬา เลนส์ UV400 กรองรังสี UV-A และ UV-B ได้ 99 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในรุ่นเลนส์ธรรมดาและรุ่นเลนส์ Polarized
กรอบวัสดุ Injected Nylon หรือที่เรียกว่า Propionate มีความยืดหยุ่น ทนแรงกระแทก และไม่แตกเปราะง่ายเหมือนกรอบ Acetate ราคาถูกทั่วไป เหมาะมากสำหรับเด็กที่มีพลังงานสูงและอาจทำแว่นกระแทกหรือหล่นบ่อยในระหว่างวัน วัสดุชนิดนี้ยังมีน้ำหนักเบากว่าโลหะ ซึ่งช่วยลดแรงกดที่จมูกและหลังหูเมื่อสวมนานหลายชั่วโมง
RJ9075S เหมาะกับเด็กที่มีใบหน้ารูปกลม สี่เหลี่ยม หรือหัวใจ เพราะเส้นโค้งของกรอบรีช่วยนุ่มนวลเส้นสายของใบหน้าและให้ภาพรวมที่สมดุล มีให้เลือกหลายสีรวมถึง Tortoise, Black, และสีสดสำหรับเด็กที่ชอบสีสัน
Rayban Junior RJ9064S – ทรงสี่เหลี่ยม สไตล์ทันสมัย
RJ9064S มาในทรงสี่เหลี่ยมที่ให้ลุคทันสมัยกว่า เหมาะกับเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการสไตล์ที่ดูโตกว่าอายุ กรอบสี่เหลี่ยมช่วยเสริมความสมดุลให้กับใบหน้ารูปไข่หรือรูปกลม เพราะเส้นตรงของกรอบช่วยตัดทอนเส้นโค้งของใบหน้า ให้ดูมีมิติและโครงหน้าชัดขึ้น
รุ่นนี้มีให้เลือกหลายสีสัน รวมถึงโทนสีสดใสสำหรับเด็กที่ชอบแสดงตัวตน อย่างสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว รวมถึงโทนสีคลาสสิกอย่าง Havana หรือ Black สำหรับเด็กที่ชอบแนวเรียบง่ายและใส่ได้ทุกโอกาส กรอบสี่เหลี่ยมมักได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 11 ถึง 14 ปีที่เริ่มมีรสนิยมของตัวเอง
วิธีเลือกขนาดกรอบ Rayban Junior ให้พอดีหน้าเด็ก
ขนาดที่พอดีคือหัวใจสำคัญที่สุด แว่นที่กว้างหรือแคบเกินไปจะกดจมูก ทิ่มขมับ หรือหลุดหน้า ซึ่งทำให้เด็กไม่อยากสวมใส่และเสียจุดประสงค์ด้านการป้องกัน UV ไปทั้งหมด
| อายุโดยประมาณ | ความกว้างหน้าของเด็ก | ขนาดเลนส์แนะนำ |
|---|---|---|
| 6 ถึง 8 ปี | น้อยกว่า 120 มม. | 44 ถึง 46 มม. |
| 9 ถึง 11 ปี | 120 ถึง 125 มม. | 46 ถึง 49 มม. |
| 12 ถึง 14 ปี | 125 ถึง 130 มม. | 49 ถึง 52 มม. |
วิธีวัดที่แม่นยำที่สุดคือวัดความกว้างใบหน้าของเด็กจากขมับด้านหนึ่งถึงขมับอีกด้านด้วยสายวัดหรือไม้บรรทัด กรอบที่พอดีควรไม่กดแก้ม วางบนจมูกได้สบายโดยไม่ต้องดันขึ้นบ่อย และขาแว่นไม่รู้สึกบีบขมับ ถ้าเด็กบ่นว่าหนักหรือรำคาญมักหมายความว่ากรอบใหญ่เกินไปสำหรับหน้าของเขา
สำหรับเด็กไทยที่จมูกแบนกว่าเด็กฝรั่ง ควรตรวจสอบว่า Nose Pad ปรับได้หรือไม่ กรอบโลหะอย่าง Elliot RJ9097S มี Nose Pad แบบถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งช่วยให้ช่างแว่นปรับให้แน่นขึ้นสำหรับจมูกเตี้ยได้ ส่วนกรอบ Propionate อย่าง RJ9075S และ RJ9064S มี Nose Pad แบบตัน ซึ่งปรับได้น้อยกว่าแต่เบากว่า
Polarized หรือ Non-Polarized สำหรับเด็กไทย เลือกอะไรดีกว่า
คำถามนี้ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเด็กเป็นหลัก สำหรับเด็กไทยที่ใช้ชีวิตกลางแจ้งบ่อย ไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ เล่นฟุตบอล ปั่นจักรยาน หรือท่องเที่ยวทางน้ำ เลนส์ Polarized ให้ประโยชน์ชัดเจนกว่า เพราะตัดแสงสะท้อนจากผิวน้ำ พื้นถนนเปียก และกระจกรถยนต์ได้ดี ทำให้ภาพคมชัดขึ้นและตาเด็กล้าน้อยลงในวันที่แสงจ้ามาก
แต่ถ้าเด็กใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือนาฬิกา LCD กลางแจ้งบ่อย เลนส์ Polarized อาจทำให้หน้าจอดูมืดหรือมีลายรบกวนบางมุม ในกรณีนี้ Non-Polarized UV400 เพียงพอสำหรับการป้องกัน UV ทั่วไป และราคาถูกกว่า Polarized ประมาณ 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหมาะกับครอบครัวที่คิดจะซื้อแว่นใหม่ทุกปีตามการเติบโตของเด็ก
ใส่เลนส์สายตาในกรอบ Rayban Junior ได้หรือเปล่า
เด็กที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาว สามารถตัดแว่นสายตากับกรอบ Rayban Junior ได้โดยใส่เลนส์ Prescription ร่วมกับฟิล์ม UV400 และฟิล์มกันแดดในคราวเดียวกัน ซึ่งสะดวกกว่าการให้เด็กสวมคอนแทคเลนส์ร่วมกับแว่นกันแดดแยกคู่ โดยเฉพาะในเด็กที่อายุยังน้อยหรือไม่ชอบสวมคอนแทคเลนส์
สำหรับเด็กที่มีค่าสายตามากกว่า -3.00 ไดออปเตอร์ แนะนำให้ใช้เลนส์ High-Index เพื่อให้เลนส์บางลงและน้ำหนักเบาลง ซึ่งช่วยให้แว่นนั่งจมูกได้ดีขึ้นและเด็กสวมสบายกว่า เลนส์ High-Index 1.60 เหมาะสำหรับค่าสายตา -3.00 ถึง -5.00 ส่วน 1.67 เหมาะสำหรับค่าสายตา -5.00 ขึ้นไป การวัดสายตาเด็กควรทำโดยนักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์ก่อนตัดแว่นเสมอ เพราะค่าสายตาเด็กเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าผู้ใหญ่
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนกรอบ Rayban Junior ใหม่
เด็กเติบโตเร็ว กรอบที่พอดีวันนี้อาจเล็กเกินไปในอีก 12 ถึง 18 เดือน สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนกรอบใหม่ ได้แก่
- กรอบกดขมับหรือทิ่มหลังหูทำให้เด็กบ่น
- แว่นหลุดออกจากจมูกง่ายแม้ปรับสายแว่นแล้ว
- เด็กบอกว่ามองเห็นไม่ชัดแม้กรอบไม่แตก ซึ่งอาจบ่งบอกว่าค่าสายตาเปลี่ยนแล้ว
- รอยกดทับที่จมูกเด่นชัด บ่งบอกว่ากรอบกดมากเกินสัดส่วน
- เด็กหยุดสวมใส่โดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมักหมายถึงไม่สบายและไม่กล้าบอก
Rayban Junior มีจุดแข็งด้านความคงทนสูง แต่ควรนำมาตรวจสอบสภาพและปรับขาแว่นปีละ 1 ถึง 2 ครั้งโดยช่างแว่นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แว่นฟิตใบหน้าเด็กที่กำลังเจริญเติบโตได้ตลอดเวลา การปรับขาแว่นให้พอดีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ร้านแว่นส่วนใหญ่
แว่น Rayban Junior ของแท้ ดูยังไง
Rayban Junior ปลอมมีระบาดในตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะที่วางขายตามแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชื่อดัง วิธีสังเกตเบื้องต้น ได้แก่
- โลโก้ Rayban บนเลนส์ต้องคมชัด ไม่เบลอหรือพิมพ์ตกขอบ
- ขาแว่นมีโลโก้และรหัสรุ่น เช่น RJ9097S เขียนชัดไม่จางหาย
- กรอบโลหะต้องไม่มีรอยเชื่อม รอยสีแตก หรือสีไม่สม่ำเสมอ
- เลนส์ต้องมีโลโก้ RB ที่มุมบนซ้าย พิมพ์ชัดด้วย UV ink ไม่ใช่สติ๊กเกอร์
- น้ำหนักรวมรู้สึกดีในมือ ไม่เบาผิดปกติหรือหนักเกินไป
ปัญหาหลักของ Rayban Junior ปลอมคือเลนส์ไม่ได้มาตรฐาน UV400 จริง แม้จะพิมพ์ฉลากไว้ก็ตาม เลนส์ที่ไม่กัน UV จริงจะทำให้รูม่านตาของเด็กขยายเพราะแสงดูมืดลง แต่ UV ยังเข้าตาได้เต็มที่ ซึ่งอันตรายกว่าไม่ใส่แว่นเสียอีก เพราะรูม่านตาที่ขยายรับ UV เข้าไปมากกว่าปกติ
สรุป ซื้อ Rayban Junior ที่ไหน และเลือกรุ่นไหนดี
สรุปง่ายๆ คือ เลือกรุ่นตามรูปหน้าและไลฟ์สไตล์ของเด็ก ถ้าเด็กชอบ Aviator และหน้าไข่หรือหัวใจ เลือก Elliot RJ9097S ถ้าต้องการกรอบทรงรีอเนกประสงค์ที่ทนทานกว่า เลือก RJ9075S และถ้าเด็กวัยรุ่นต้องการสไตล์ทันสมัยกว่า เลือก RJ9064S ทรงสี่เหลี่ยม
Siam Eyewear มี Rayban Junior ครบทั้ง 3 รุ่น พร้อมบริการตัดแว่นใส่เลนส์สายตาและเลนส์กันแดดกับทุกกรอบ โดยทีมช่างที่ผ่านมาตรฐาน ZEISS 20 ขั้นตอน การซื้อจากแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสออนไลน์มีความเสี่ยงสูงทั้งเรื่องของปลอมและการไม่ได้ลองก่อนซื้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความฟิตและความปลอดภัยของเด็ก ถ้าอยากให้ลูกได้รับการปกป้อง UV ที่แท้จริงพร้อมแว่นที่พอดีหน้า ควรมาลองกรอบกับสายตาจริงที่ร้านและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยปรับ
การปกป้องสายตาตั้งแต่วัยเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี เพราะความเสียหายจาก UV สะสมโดยไม่มีอาการและไม่สามารถย้อนกลับได้ในภายหลัง การเลือกแว่นกันแดดที่ดีให้ลูกตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีและผลลัพธ์ยั่งยืนไปตลอดชีวิต Rayban Junior เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับนิสัยการปกป้องสายตาที่ถูกต้องและดีต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการเลือก Rayban Junior Elliot RJ9097S หรือรุ่นอื่นๆ ในไลน์ Junior ล้วนเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและมีมาตรฐาน
ดูรายละเอียด Rayban ทุกรุ่น ที่ Siam Eyewear มีให้เลือกได้เลย หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่ากรอบ แว่นกันแดด Rayban รุ่นไหนเหมาะกับเด็กที่บ้านมากที่สุด ทีมงานยินดีให้คำแนะนำ
เปรียบเทียบ Rayban Junior 3 รุ่น แบบรวดเดียว
| รุ่น | ทรงกรอบ | วัสดุ | เหมาะกับรูปหน้า | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|
| Elliot RJ9097S | Teardrop (Aviator) | โลหะ (Metal) | ไข่ หัวใจ สี่เหลี่ยม | น้ำหนักเบา คลาสสิก Nose Pad ปรับได้ |
| RJ9075S | รี (Oval) | Injected Nylon (Propionate) | กลม สี่เหลี่ยม หัวใจ | ทนแรงกระแทก เบา ราคาเข้าถึงง่าย |
| RJ9064S | สี่เหลี่ยม (Square) | Injected Nylon (Propionate) | ไข่ กลม | สไตล์ทันสมัย เหมาะวัยรุ่น หลายสีสัน |
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Rayban Junior
Rayban Junior เหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่
Rayban Junior ออกแบบสำหรับเด็กอายุประมาณ 6 ถึง 14 ปี โดยแบ่งตามขนาดกรอบ 44 มม. ถึง 52 มม. สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีหรือมีหน้าเล็กมาก อาจต้องวัดหน้าจริงก่อนตัดสินใจ เพราะโครงสร้างใบหน้าเด็กวัยนี้มีความแตกต่างกันมาก บางคนหน้าเล็กยังอยู่ในกรอบขนาด 44 มม. ได้สบาย บางคนหน้าใหญ่กว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน ต้องลองกรอบจริงเสมอ
Rayban Junior ราคาเท่าไหร่ในไทย
Rayban Junior ของแท้ในไทยมีราคาอยู่ระหว่างประมาณ 2,500 บาท ถึง 4,500 บาทขึ้นอยู่กับรุ่นและชนิดเลนส์ (ธรรมดาหรือ Polarized) ราคาที่ต่ำกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญควรระวังเรื่องของปลอม โดยเฉพาะที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะต้นทุนการผลิตเลนส์ UV400 จริงและกรอบ Polycarbonate คุณภาพสูงไม่สามารถถูกมากกว่านี้ได้
UV400 กับ UV380 ต่างกันอย่างไร ต้องเลือกอะไร
UV400 หมายถึงการกันรังสี UV ได้ถึงความยาวคลื่น 400 นาโนเมตร ซึ่งครอบคลุมทั้ง UV-A (315-400 nm) และ UV-B (280-315 nm) ส่วน UV380 กันได้ถึง 380 นาโนเมตร ซึ่งยังมีช่องว่างในช่วง 380-400 nm ที่ UV-A สามารถผ่านเข้าได้ สำหรับเด็กไทยที่อยู่กลางแดดสูงควรเลือก UV400 เท่านั้น Rayban Junior ทุกรุ่นได้รับการรับรอง UV400 อย่างเป็นทางการจาก Luxottica ผู้ผลิต
เด็กควรสวมแว่นกันแดดตั้งแต่อายุเท่าไหร่
American Academy of Ophthalmology แนะนำให้เริ่มปกป้อง UV ตั้งแต่เด็กเริ่มออกแดด ซึ่งรวมถึงทารกที่อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งนาน สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่ยังสวมแว่น Rayban Junior ไม่ได้เพราะหน้าเล็กเกินไป ควรใช้หมวกปีกกว้างและพยายามหลีกเลี่ยงแดดช่วง 10.00-16.00 น. แทน
ดูแลรักษาแว่น Rayban Junior ให้อยู่นานสำหรับเด็กที่ซนเป็นพิเศษ
แม้ Rayban Junior จะทนทานกว่าแว่นกันแดดทั่วไป แต่การดูแลรักษาที่ถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มาก เด็กมักไม่คุ้นชินกับการวางแว่นในกล่องทุกครั้งที่ถอด ผู้ปกครองควรสอนนิสัยที่ดีตั้งแต่แรก
- เก็บแว่นในกล่อง Hard Case ทุกครั้งที่ไม่ใส่ หลีกเลี่ยงการวางคว่ำบนเลนส์
- เช็ดเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ห้ามใช้กระดาษทิชชูหรือเสื้อผ้าซับเลนส์ เพราะมีผิวสาก
- ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนก่อนเช็ด ไม่ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์หรือน้ำยาทำความสะอาดกระจก
- อย่าทิ้งแว่นไว้ในรถที่จอดกลางแดด อุณหภูมิในรถที่สูงถึง 60-80 องศาเซลเซียสทำให้วัสดุกรอบบิดเบี้ยวได้
- นำมาปรับขาแว่นที่ร้านทุก 6 ถึง 12 เดือน เพราะเด็กเติบโตและสัดส่วนใบหน้าเปลี่ยนเร็ว
เลนส์ Polycarbonate ใน Rayban Junior ทนแรงกระแทกได้ดีกว่า CR-39 มาก แต่ยังเป็นรอยขีดข่วนได้จากวัสดุแข็ง ฟิล์มเคลือบ Anti-Scratch ที่มาพร้อมกับ Rayban Junior ทุกรุ่นช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้กันรอยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเลนส์มีรอยขีดข่วนมากจนมองเห็นไม่ชัด ควรเปลี่ยนเลนส์ใหม่แทนที่จะใช้กรอบใหม่ทั้งคู่ ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
Rayban Junior vs แว่นกันแดดเด็กทั่วไป ราคาต่างกันคุ้มไหม
คำถามที่ผู้ปกครองถามบ่อยที่สุดคือ จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อ Rayban Junior หรือแว่นกันแดดเด็กราคา 200-500 บาทก็พอ คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการ
แว่นกันแดดเด็กราคาถูกส่วนใหญ่มีเลนส์ที่สามารถกรอง UV ได้บางส่วน แต่การรับรองมาตรฐาน UV400 จริงจาก Luxottica ซึ่งเป็นผู้ผลิต Rayban ครอบคลุมการทดสอบในหลายเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่า นอกจากนี้ความคงทนของกรอบและเลนส์ Polycarbonate แท้จาก Rayban Junior ยังต้านทานแรงกระแทกได้ดีกว่ากรอบพลาสติกทั่วไปอย่างชัดเจน ซึ่งลดความเสี่ยงจากเลนส์แตกและกระเด็นเข้าตาเด็กได้
ถ้าลูกออกแดดบ่อย ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ หรือมีค่าสายตาที่ต้องตัดเลนส์กับกรอบ Rayban Junior เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะราคา 2,500-4,500 บาทสำหรับการปกป้องสายตาเด็กตลอด 1-2 ปีถือเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลมาก ถ้าเปรียบกับค่าตรวจรักษาสายตาในอนาคตที่อาจเกิดจากการสะสม UV ตั้งแต่ยังเด็ก
Rayban Junior เทียบกับแว่นเด็กแบรนด์อื่น ต่างกันอย่างไร
ในตลาดแว่นกันแดดเด็กระดับพรีเมียม Rayban Junior มักถูกนำไปเทียบกับแบรนด์ยุโรปอื่นๆ จุดแข็งของ Rayban Junior คือความสมดุลระหว่างคุณภาพ ความทนทาน ดีไซน์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าแบรนด์ระดับสูงบางแบรนด์ ในขณะที่ยังคงรักษามาตรฐานการผลิตและการรับรองมาตรฐานสากลครบถ้วน รวมถึงการรับประกันจาก Luxottica ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอุตสาหกรรมแว่นตา เครือข่ายบริการหลังการขายในไทยก็ครอบคลุมมากกว่าแบรนด์ที่ไม่มีตัวแทนอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ สามารถดูรายการแว่นกันแดด Rayban ทุกรุ่นที่มีในไทยได้ที่ Siam Eyewear ซึ่งมีทั้งไลน์ผู้ใหญ่และ Junior ให้เปรียบเทียบได้พร้อมกัน การได้ลองสวมจริงและรับคำแนะนำจากช่างผู้เชี่ยวชาญทำให้เลือก Rayban Junior สำหรับลูกได้ถูกต้องและมั่นใจกว่าการสั่งออนไลน์โดยไม่ได้ลองกรอบจริง
