เลนส์โปรเกรสซีฟคืออะไร และทำงานอย่างไร
เลนส์โปรเกรสซีฟออกแบบให้ค่าสายตาไล่ระดับอย่างต่อเนื่องจากบนลงล่าง โซนบนสุดสำหรับมองไกล เช่น ขับรถหรือดูทีวี โซนกลางสำหรับระยะแขน เช่น มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และโซนล่างสำหรับอ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ ต่างจากเลนส์สองชั้น (Bifocal) ที่มีเส้นแบ่งชัดเจนและมองภาพสะดุดเมื่อเปลี่ยนระยะ
จากข้อมูลการวิจัยด้านออปโตเมทรี พบว่าผู้ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟที่ได้รับการวัดสายตาและตั้งค่าพารามิเตอร์ถูกต้องมีอัตราความพึงพอใจสูงถึง 97% หลังปรับตัวครบ 2 สัปดาห์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความสำเร็จของการใส่เลนส์โปรเกรสซีฟขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการวัดสายตา ไม่ใช่แค่ตัวเลนส์
เลนส์โปรเกรสซีฟกับเลนส์สองชั้น ต่างกันอย่างไร
เลนส์สองชั้นและเลนส์โปรเกรสซีฟแก้ปัญหาเดียวกัน แต่ต่างกันที่วิธีการ เลนส์สองชั้นมีเส้นแบ่งชัดเจนและให้แค่ 2 ระยะ ส่วนเลนส์โปรเกรสซีฟไม่มีรอยต่อ ให้ 3 ระยะ และเป็นธรรมชาติกว่าเพราะสมองไม่ต้องปรับตัวกับการมองภาพสะดุด ข้อเสียที่พบบ้างในช่วงแรกคือบริเวณขอบเลนส์ด้านข้างอาจมีความเบลอเล็กน้อย ซึ่งสลายไปเองเมื่อปรับตัวจนเคยชิน
ประเภทของเลนส์โปรเกรสซีฟในปี ล่าสุด
เลนส์โปรเกรสซีฟในตลาดปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามเทคโนโลยีการผลิต
| ประเภท | เทคโนโลยี | เหมาะกับ | ช่วงราคา (ต่อคู่) |
|---|---|---|---|
| Conventional Progressive | แม่แบบสำเร็จรูป | ค่าสายตาพื้นฐาน ไม่ซับซ้อน | ฿3000-8000 |
| Freeform Progressive | คำนวณดิจิทัลรายบุคคล | ทำงานหน้าจอ ขับรถ ใช้งานหนัก | ฿8000-25000 |
| Individual Freeform | คำนวณจากพารามิเตอร์ตาทุกตัว | ค่าสายตาซับซ้อน ต้องการความแม่นยำสูงสุด | ฿25000 ขึ้นไป |
ZEISS เป็นผู้นำด้าน Individual Freeform ด้วยเทคโนโลยี i.Scription ที่วัดพารามิเตอร์ตาได้ละเอียดกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 25 เท่า รวมถึงค่ารูม่านตาในแสงต่างระดับ ทำให้เลนส์ที่ได้มีความแม่นยำสูงที่สุดในตลาด ดูรายละเอียดเลนส์ ZEISS ที่ คอลเลกชันเลนส์ ZEISS ทั้งหมดได้เลย
ใครควรใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ
กลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์จากเลนส์โปรเกรสซีฟคือผู้ที่มีสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ซึ่งมักเริ่มปรากฏหลังอายุ 40 ปีขึ้นไป อาการคือมองใกล้ไม่ชัด ต้องยื่นแขนออกเพื่ออ่านตัวหนังสือ หรือรู้สึกว่าแสงน้อยลงเมื่อมองใกล้ โดยสายตายาวตามอายุไม่ใช่โรค แต่เป็นกระบวนการธรรมชาติที่เลนส์ตาแข็งขึ้นตามอายุ
นอกจากนี้ ผู้ที่มีสายตาสั้นและสายตายาวตามวัยพร้อมกัน ก็เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟเพราะสามารถรวมค่าสายตาทั้งหมดไว้ในเลนส์ชิ้นเดียวได้ ไม่ต้องพกแว่น 2 อัน
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ
- ต้องยื่นแขนออกทุกครั้งที่อ่านข้อความเล็ก
- มองหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วตาล้าผิดปกติ
- ต้องถอดแว่นสายตาสั้นออกเพื่ออ่านหนังสือ
- ปวดหัวหลังจากใช้สายตาหลายระยะสลับกัน
- อ่านตัวอักษรเล็กในที่มีแสงน้อยได้ยากขึ้นกว่าเดิม
วิธีเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟที่ใช่
การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน
1. ความซับซ้อนของค่าสายตา
ค่าสายตาพื้นฐาน (สั้นหรือยาวอย่างเดียว ไม่มีสายตาเอียงมาก) เลนส์ Conventional Progressive อาจเพียงพอ แต่ถ้ามีค่าสายตาเอียงสูง มีค่าสายตาต่างกันมากระหว่างสองข้าง หรือมีค่า ADD (ระยะใกล้) สูง ควรเลือก Freeform หรือ Individual Freeform เพราะให้มุมมองที่กว้างกว่าและลดความเบลอที่ขอบได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
2. ไลฟ์สไตล์และการใช้งาน
คนที่นั่งทำงานหน้าจอ 8 ชั่วโมงต่อวันต้องการโซนกลาง (intermediate) ที่กว้างและชัด ซึ่ง Freeform ตอบโจทย์กว่า ส่วนคนที่ขับรถมากต้องการโซนไกลที่กว้างพอ และสำหรับนักกอล์ฟหรือคนที่ต้องมองระยะกลางบ่อยก็มีเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะกิจกรรม (Specialty Progressive) ออกแบบมาโดยเฉพาะ
3. ขนาดและทรงของกรอบแว่น
กรอบแว่นที่ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟต้องมีความสูงของเลนส์อย่างน้อย 28-30 มิลลิเมตร เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทั้ง 3 โซน กรอบขนาดเล็กหรือกรอบที่เตี้ยมากอาจทำให้โซนการมองหดแคบลง ทำให้ใส่แล้วไม่สะดวก ดูตัวเลือกแว่นสายตาที่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟได้หลายร้อยรุ่น
4. ความสำคัญของการวัดสายตาที่แม่นยำ
พารามิเตอร์ที่จำเป็นสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟมีมากกว่าเลนส์ทั่วไป ได้แก่ ระยะห่างรูม่านตา (PD) ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ความสูงจุดตั้งเลนส์ (Fitting Height) มุมเอียงกรอบ และระยะห่างระหว่างกระจกตากับเลนส์ (Vertex Distance) ถ้าวัดผิดแม้แต่ค่าเดียว โซนการมองจะเลื่อน และใส่แล้วจะไม่สบาย สายตาล้า หรือปวดหัว
นี่คือเหตุผลที่การตัดแว่นกับร้านที่มีอุปกรณ์วัดสายตาครบสำคัญมากสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ซื้อออนไลน์แล้วใส่ค่าจากใบสั่งแว่นเดิม
ปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ต้องใช้เวลากี่วัน
ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการปรับตัว ช่วงแรกอาจรู้สึกว่าพื้นดูโค้งเล็กน้อยเมื่อเดิน หรือมองขอบภาพแล้วเบลอ อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติและจะหายไปเองเมื่อสมองเรียนรู้การใช้โซนต่างของเลนส์
เคล็ดลับปรับตัวที่ได้ผลจริง
- ใส่ต่อเนื่องทุกวัน อย่าสลับกับแว่นเก่า เพราะจะทำให้สมองปรับตัวช้าลง
- เวลามองใกล้ให้ก้มคางเล็กน้อย ไม่ใช่กลอกตาลงมา
- เวลามองไกลให้ตั้งหน้าตรงหรือเงยคางเล็กน้อย
- เริ่มสวมในพื้นที่คุ้นเคยก่อน เช่น ในบ้าน ก่อนออกไปขับรถ
- ถ้าหลัง 2 สัปดาห์ยังรู้สึกไม่สบายตา ให้กลับไปปรับพารามิเตอร์กับช่างแว่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ
เลนส์โปรเกรสซีฟใส่แล้วเมา เกิดจากอะไร
อาการเมา มึน หรือรู้สึกว่าพื้นเอียงในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติของช่วงปรับตัว แต่ถ้าอาการรุนแรงมากหรือไม่ดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ อาจเกิดจากค่าสายตาไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์เลนส์ผิด หรือกรอบแว่นที่ตั้งค่าไม่เหมาะสม ควรกลับไปตรวจสอบกับร้านทันที
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร
ZEISS ใช้เทคโนโลยี Freeform และ Individual Freeform ที่คำนวณจากพารามิเตอร์ตาทุกค่ารวมถึงขนาดรูม่านตาในแสงต่างระดับ ทำให้มุมมองที่ชัดกว้างกว่า และลดบริเวณเบลอที่ขอบได้มากกว่าเลนส์ทั่วไป ซึ่งหมายถึงช่วงปรับตัวที่สั้นกว่าและสบายตากว่าในระยะยาว
เลนส์โปรเกรสซีฟมีอายุการใช้งานนานแค่ไหน
โดยทั่วไปควรเปลี่ยนเลนส์โปรเกรสซีฟทุก 2-3 ปี เนื่องจากค่าสายตายาวตามอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 40-55 ปี และเคลือบเลนส์อาจเสื่อมตามการใช้งาน ควรตรวจสายตาทุกปีเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลง
ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟแบบโฟโตโครมิก (เปลี่ยนสีได้) ได้ไหม
ได้ การรวมเลนส์โปรเกรสซีฟกับเทคโนโลยีเปลี่ยนสีอัตโนมัติ เช่น ZEISS PhotoFusion X ทำให้ได้ทั้งการมองชัด 3 ระยะ และการป้องกัน UV เมื่ออยู่กลางแจ้ง เหมาะมากสำหรับคนที่ออกนอกอาคารบ่อยและไม่อยากพกแว่นกันแดดเพิ่ม
อัปเดตล่าสุด: 2 มีนาคม 2569
เลนส์โปรเกรสซีฟ ZEISS มีรุ่นอะไรบ้าง และราคาเท่าไหร่
ZEISS นำเสนอเลนส์โปรเกรสซีฟหลายระดับ ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานไปจนถึงระดับ Individual ที่แม่นยำสูงสุด โดยแต่ละรุ่นออกแบบมาสำหรับกลุ่มการใช้งานที่แตกต่างกัน
ZEISS Progressive EnergizeMe
ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนที่ใช้จอดิจิทัลเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ เลนส์รุ่นนี้ขยายโซนระยะกลาง (intermediate zone) ให้กว้างขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อลดการปรับโฟกัสซ้ำๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อตาล้า โดย ZEISS รายงานว่าผู้ใช้รู้สึกตาล้าน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไป
ZEISS Progressive Individual 2
คือระดับสูงสุดในไลน์โปรเกรสซีฟของ ZEISS คำนวณจากพารามิเตอร์ตาทุกค่าของแต่ละบุคคล รวมถึงพฤติกรรมการมอง ขนาดรูม่านตา และการตั้งกรอบแว่น ทำให้มุมมองที่ชัดเจนกว้างกว่าเลนส์ทั่วไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาซับซ้อนและต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากเลนส์
ZEISS Progressive DriveSafe
เลนส์โปรเกรสซีฟที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการขับรถ ขยายโซนระยะไกลให้กว้างขึ้นและลดแสงสะท้อน (Glare) กลางคืนได้ถึง 64 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเลนส์ธรรมดา เหมาะกับคนที่ขับรถระยะไกลบ่อยหรือต้องขับกลางคืน
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อเลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก
ผู้ที่ยังไม่เคยใช้เลนส์โปรเกรสซีฟมาก่อนมักมีความเข้าใจผิดหลายอย่างที่ทำให้ตัดสินใจได้ยาก ต่อไปนี้คือข้อเท็จจริงที่ควรรู้
ความเชื่อผิดที่ 1 : เลนส์โปรเกรสซีฟทุกยี่ห้อเหมือนกัน
ความจริงคือเลนส์โปรเกรสซีฟแตกต่างกันมากในแง่ความกว้างของโซนการมอง บริเวณที่เบลอน้อย และความแม่นยำในการผลิต เลนส์ระดับ Individual Freeform ที่ผลิตจากข้อมูลตาของแต่ละบุคคลให้ประสบการณ์การมองที่ต่างจากเลนส์ Conventional อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อยหรือเมื่อมองในมุมต่างๆ
ความเชื่อผิดที่ 2 : เลนส์โปรเกรสซีฟทำให้ตาแย่ลง
ไม่เป็นความจริง การใส่เลนส์ที่ถูกต้องตามค่าสายตาไม่ทำให้ตาแย่ลงหรือดีขึ้น สายตายาวตามอายุเป็นกระบวนการธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับการใส่แว่น การใส่เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้นและลดอาการปวดหัวจากการฝืนตา แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงค่าสายตาพื้นฐาน
ความเชื่อผิดที่ 3 : ปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟยากมาก
จากข้อมูลทางคลินิก ผู้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟระดับพรีเมียมส่วนใหญ่ปรับตัวได้ภายใน 5-7 วัน ไม่ใช่เดือน ส่วนคนที่ใช้เวลานานกว่านั้นมักพบว่าสาเหตุมาจากการวัดพารามิเตอร์ไม่ถูกต้องหรือกรอบแว่นที่ตั้งค่าไม่เหมาะสม ไม่ใช่ปัญหาของตัวเลนส์
เลนส์โปรเกรสซีฟเทียบกับเลนส์ประเภทอื่น
ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบเลนส์โปรเกรสซีฟกับทางเลือกอื่นที่มีในตลาด
| ประเภทเลนส์ | จำนวนระยะ | มีรอยต่อ | ราคาโดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| เลนส์ชั้นเดียว | 1 ระยะ | ไม่มี | ฿500-5000 | สายตาสั้นหรือยาวอย่างเดียว |
| เลนส์สองชั้น (Bifocal) | 2 ระยะ | มี | ฿2000-8000 | ต้องการไกลและใกล้ ไม่ต้องการกลาง |
| เลนส์ออฟฟิศ (Office Lens) | 2 ระยะ (กลาง-ใกล้) | ไม่มี | ฿5000-15000 | ทำงานหน้าจอ ไม่ต้องมองไกล |
| เลนส์โปรเกรสซีฟ | 3 ระยะ | ไม่มี | ฿3000-55000 | ต้องการทุกระยะในเลนส์เดียว |
เลนส์ออฟฟิศและเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เสริมกัน บางคนใช้เลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับใช้งานทั่วไป และเลนส์ออฟฟิศสำหรับนั่งทำงานที่โต๊ะเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้มุมมองที่กว้างสุดในแต่ละสถานการณ์
วิธีดูแลเลนส์โปรเกรสซีฟให้ใช้งานได้นาน
เลนส์โปรเกรสซีฟมีราคาสูงกว่าเลนส์ทั่วไป การดูแลที่ถูกต้องจึงช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาคุณภาพการมองได้
- ทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างเลนส์แว่นที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และน้ำยาอเนกประสงค์ที่อาจทำลายเคลือบเลนส์
- เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ห้ามใช้กระดาษทิชชู กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือผ้าหยาบ เพราะจะขีดข่วนเคลือบ AR Coating
- เก็บแว่นในกล่องเมื่อไม่ใช้งาน อย่าวางคว่ำเลนส์บนพื้นผิวแข็ง
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น วางในรถที่จอดกลางแดด ซึ่งอาจทำให้เคลือบเลนส์แตกลาย
- นำแว่นมาปรับหรือทำความสะอาดอัลตราโซนิกที่ร้านอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ
อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ
ไม่มีอายุที่แน่นอน แต่สายตา ยาว ตาม อายุ มักเริ่ม ปรากฏ ชัดเจน หลัง 40 ปี โดย สัญญาณ ที่ บ่งบอก ว่า ถึง เวลา คือ ต้อง ยื่น แขน ออก เมื่อ อ่าน ข้อความ หรือ รู้สึก ว่า ต้อง ใช้ แสง มาก ขึ้น ใน การ อ่าน หนังสือ บาง คน เริ่ม ใช้ ตั้งแต่ อายุ 38-39 ปี ถ้า อาการ เด่น ชัด ส่วน บาง คน ยัง ไม่ ต้อง จน ถึง 45-50 ปี ทาง ที่ ดี ที่สุด คือ ตรวจ สายตา กับ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อ ประเมิน ค่า ADD ที่ ถูก ต้อง
ใส่คอนแทคเลนส์แทนเลนส์โปรเกรสซีฟได้ไหม
มี คอนแทคเลนส์ แบบ มัลติโฟ คอล (Multifocal Contact Lens) ที่ ทำ งาน คล้าย กับ เลนส์ โปรเกรสซีฟ แต่ ประสิทธิภาพ มัก ต่ำ กว่า โดย เฉพาะ ใน การ มอง ไกล และ ใกล้ พร้อม กัน และ ไม่ เหมาะ กับ คน ที่ มี ค่า สายตา ซับซ้อน มาก บาง คน ใช้ วิธี Monovision คือ ใส่ คอนแทค ที่ ค่า ต่าง กัน สอง ข้าง แต่ ต้อง ใช้ เวลา ปรับ ตัว และ ไม่ เหมาะ กับ ทุก คน เลนส์ โปรเกรสซีฟ แบบ แว่น ยัง คง เป็น ตัวเลือก ที่ ให้ ความ คมชัด สม่ำเสมอ ที่สุด
เลนส์โปรเกรสซีฟ Freeform กับ Conventional ต่างกันมากแค่ไหน
ความ แตกต่าง ที่ เห็น ได้ ชัด เจน ที่สุด คือ มุมมอง ที่ ชัด เจน (Clear Vision Zone) Freeform ให้ โซน ที่ ชัด กว้าง กว่า ถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ ทำ ให้ ไม่ ต้อง หัน หน้า บ่อย เมื่อ มอง ไปรอบ ๆ ส่วน Conventional มัก มี บริเวณ เบลอ ที่ ขอบ เลนส์ มาก กว่า ซึ่ง ทำ ให้ ปวด ศีรษะ หรือ ตา ล้า ได้ ง่าย กว่า ใน ช่วง ปรับ ตัว สำหรับ คน ที่ ค่า สายตา ง่าย และ งบ ประมาณ จำกัด Conventional ก็ เพียง พอ แต่ ถ้า ต้องการ ประสิทธิภาพ สูง สุด Freeform คือ คำ ตอบ
ซื้อเลนส์โปรเกรสซีฟออนไลน์ได้ไหม
ใน ทาง ทฤษฎี ทำ ได้ แต่ ไม่ แนะนำ สำหรับ เลนส์ โปรเกรสซีฟ เพราะ การ วัด Fitting Height (ความ สูง จุด ตั้ง เลนส์) ต้อง ทำ ขณะ สวม กรอบ แว่น จริง ถ้า วัด ผิด เพียง 1-2 มิลลิเมตร โซน การ มอง จะ เลื่อน และ ใส่ แล้ว ปวด หัว มึน หรือ ตา ล้า ได้ ทันที เลนส์ กันแดด ทั่วไป สั่ง ออนไลน์ ได้ ไม่มี ปัญหา แต่ เลนส์ โปรเกรสซีฟ ควร มา วัด สายตา และ ตั้ง กรอบ ที่ ร้าน จริง เพื่อ ความ แม่นยำ สูง สุด
กรอบแว่นสายตาที่เข้ากับเลนส์โปรเกรสซีฟ
การ เลือก กรอบ แว่น สำหรับ เลนส์ โปรเกรสซีฟ มี เกณฑ์ ที่ แตกต่าง จาก เลนส์ ทั่วไป เพราะ ต้อง คำนึง ถึง ความ สูง ของ เลนส์ ที่ เพียง พอ สำหรับ ทั้ง 3 โซน การ มอง
ความสูงเลนส์ที่เพียงพอ
กรอบ แว่น ที่ ดี สำหรับ เลนส์ โปรเกรสซีฟ ควร มี ความ สูง ของ ช่อง เลนส์ (B measurement) อย่าง น้อย 28-30 มิลลิเมตร กรอบ แว่น ที่ เตี้ย กว่า นี้ อาจ ทำ ให้ โซน ระยะ ใกล้ ถูก ตัด ออก ไป หรือ โซน ระยะ ไกล แคบ เกิน ไป ส่งผล ให้ ใส่ แว่น ไม่ สะดวก แม้ เลนส์ จะ ดี แค่ ไหน
แว่นสายตาที่แนะนำสำหรับใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ
กรอบ แว่น ทรง กลม หรือ ทรง รี ที่ มี ขนาด ปาน กลาง ถึง ใหญ่ มัก เข้า กับ เลนส์ โปรเกรสซีฟ ได้ ดี กรอบ ทรง สี่เหลี่ยม ที่ มี ความ สูง เพียง พอ ก็ ใช้ ได้ ส่วน กรอบ Rimless หรือ Half-rim บาง ทรง อาจ มี ข้อ จำกัด เพราะ ขอบ เลนส์ ต้อง บาก เป็น ร่อง ซึ่ง อาจ กระทบ ต่อ ความ แข็งแรง ของ เลนส์ ที่ ขอบ บาง ใน แว่นสายตา ที่ มี ใน ร้าน มี หลาก หลาย ทรง ที่ เหมาะ สำหรับ เลนส์ โปรเกรสซีฟ โดย เฉพาะ
สรุป เลนส์โปรเกรสซีฟเหมาะกับใครในปี ล่าสุด
เลนส์ โปรเกรสซีฟ คือ คำ ตอบ ที่ ตรง ที่สุด สำหรับ คน อายุ 40 ปี ขึ้น ไป ที่ เริ่ม มี สายตา ยาว ตาม อายุ และ ต้องการ มอง ชัด ทุก ระยะ ใน แว่น คู่ เดียว โดย ไม่ ต้องการ รอย ต่อ ที่ มองเห็น ได้ ชัด ความ สำเร็จ ใน การ ใช้ เลนส์ โปรเกรสซีฟ ขึ้น อยู่ กับ 3 ปัจจัย หลัก คือ ความ แม่นยำ ใน การ วัด สายตา คุณภาพ ของ เลนส์ ที่ เลือก และ ความ ถูก ต้อง ของ การ ตั้ง กรอบ แว่น
สำหรับ ผู้ ที่ ต้องการ เลนส์ โปรเกรสซีฟ ที่ มี ความ แม่นยำ สูง สุด Siam Eyewear เป็น ZEISS Vision Center ที่ มี อุปกรณ์ วัด สายตา ระดับ S-Class จาก เยอรมนี และ ทีม ผู้เชี่ยวชาญ ที่ ผ่าน การ อบรม โดย ตรง จาก ZEISS พร้อม รับประกัน ค่า สายตา 90 วัน หาก ผล ออก มา ไม่ ตรง ตาม ที่ วัด ศึกษา ข้อมูล เพิ่มเติม เกี่ยวกับ บริการ ตัด แว่น สายตา หรือ เลือก ดู เลนส์ ZEISS ที่ มี ให้ เลือก กว่า 371 รายการ
แหล่งอ้างอิง
- Sheedy JE et al.: Progressive addition lenses versus single vision lenses for presbyopia: Optometry and Vision Science
- ZEISS: Progressive Lens Technology and Freeform Design: ZEISS Vision Care
- Charman WN: Developments in the correction of presbyopia: Ophthalmic and Physiological Optics
- Prevalence of presbyopia and spectacle coverage in Southeast Asia: WHO World Report on Vision
