ถ้าต้องเลือกเลนส์กันแดดให้คุ้ม ให้เริ่มจากเช็กว่า Polarized ลดแสงสะท้อนได้จริง และ UV400 กันรังสีได้จริง เพราะสองอย่างนี้ทำงานคนละหน้าที่กัน
สรุปสั้น ๆ: เลนส์ที่เหมาะกับคนขับรถหรือเจอแดดจัดบ่อยควรลองในร้านก่อน โดยดูทั้งแสงสะท้อน ความสบายตา และการวางกรอบบนหน้า
Polarizedคืออะไรและช่วยอะไรตอนเจอแสงสะท้อน
Polarizedคือเลนส์ที่ใส่ตัวกรองไว้เพื่อตัดแสงสะท้อนแนวนอนจากพื้นน้ำ ถนนเปียก กระจก และโลหะเงา ภาพที่ได้เลยนิ่งขึ้น อ่านรายละเอียดบนถนนได้ง่ายขึ้น และลดอาการหรี่ตาเวลาขับรถกลางวัน คนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพจะเห็นผลชัดกว่าที่คิด เพราะพื้นถนนและกระจกอาคารสะท้อนแสงเยอะกว่าที่มองจากในห้องแอร์
หลักจำง่ายๆคือ Polarizedจัดการแสงแยงตา ส่วน UV400จัดการรังสี มันทำงานคนละชั้น ถ้าจะซื้อเลนส์กันแดดให้คุ้มต้องถามให้ครบสองข้อคือกันสะท้อนดีไหม และกันUVได้จริงไหม ร้านแว่นที่ดีจะอธิบายทั้งคู่ตรงๆ ไม่ปล่อยให้ผู้ใช้งานเดาเองจากสติกเกอร์บนสินค้า
วิธีดูว่าเลนส์เป็น Polarizedจริงหรือไม่ด้วยการทดสอบง่ายๆ
ทดสอบที่ง่ายสุดคือดูผ่านหน้าจอมือถือหรือจอรถที่มีแสงสะท้อน แล้วค่อยหมุนแว่นช้าๆ ถ้าเลนส์เป็นPolarizedจริง ความเข้มของภาพจะเปลี่ยนชัดเมื่อหมุนผ่านมุมหนึ่ง เพราะฟิล์มกรองแสงตอบสนองกับทิศทางของแสงสะท้อน อีกวิธีคือเอาแว่นสองอันซ้อนกันแล้วหมุน หากเป็นเลนส์Polarizedทั้งคู่ ภาพที่ซ้อนกันจะมืดลงมากเมื่อหมุนถึงจุดตัดกัน
ที่ร้านเรามักให้ลองทั้งฟิล์มทดสอบและสวมเดินจริง เพราะบางคู่ตอนถือดูเหมือนโอเค แต่พอสวมแล้วกรอบดันต่ำหรือกดสันจมูก พอแสงสะท้อนหลุดเข้ามาก็รู้เลยว่าไม่ใช่คู่ที่ใช่
ถ้าต้องการเช็กเร็วแบบไม่ใช้อุปกรณ์เยอะ ให้ลองมองผ่านเลนส์ไปยังพื้นผิวน้ำหรือกระจกที่สะท้อนชัด แล้วเอียงศีรษะไปมา 2 ชั้น ชั้นแรกดูว่าแสงสะท้อนหายหรือเบาลงหรือไม่ ชั้นที่สองดูว่าภาพยังคมพออ่านป้ายและเส้นถนนไหม เลนส์ที่ดีต้องลดแสงแยงตาโดยไม่ทำให้โลกกลายเป็นสีทึบจนใช้จริงลำบาก
Polarizedเหมาะกับขับรถกลางวันไหมและต่างจากUV400ยังไง
เหมาะมากสำหรับขับรถกลางวัน โดยเฉพาะตอนแดดจัด ถนนร้อน และรถคันหน้าสะท้อนกระจกหลังแรงๆ แต่ควรเข้าใจข้อจำกัดด้วย บางจอ LCD ในรถหรือบนแผงหน้าปัดอาจมืดลงผิดปกติเมื่อมองผ่านเลนส์Polarized เพราะฟิลเตอร์ของจอกับฟิลเตอร์ของเลนส์ตัดแสงคนละทิศกัน ถ้าใช้งานรถเป็นหลักควรลองนั่งจริงในรถก่อนตัดสินใจ
UV400ต่างออกไป มันคือเกราะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตที่ตามองไม่เห็น ถ้าเลนส์เข้มแต่ไม่กันUV ยังเสี่ยงกับดวงตาอยู่ เลนส์สีเข้มทำให้รูม่านตาขยาย แต่ถ้าไม่มีตัวกรอง UV ที่ดี แสงอันตรายยังผ่านได้อยู่ดี ดังนั้นเลนส์ที่คุ้มจริงต้องมีทั้งการกรองแสงสะท้อนและการกันUVครบ ไม่ใช่เลือกอย่างเดียวแล้วคิดว่าจบ
ถ้าใช้งานขับรถ เดินริมถนน และออกแดดกลางวันบ่อย Polarizedคุ้มกว่าเลนส์สีเข้มธรรมดาชัดเจน เพราะช่วยให้สายตาเกร็งน้อยลง ใช้เวลาหรี่ตาน้อยลง และมองรายละเอียดบนพื้นถนนได้ดีขึ้น ร้านทั่วไปที่มีฟิตติ้งจริงจะให้ลองทั้งในแสงธรรมชาติและแสงไฟในร้านก่อน เพื่อดูว่าความสบายตาสมเหตุสมผลหรือไม่
ความต่างของเลนส์Polarizedกับเลนส์ธรรมดาใน 3 สถานการณ์
สถานการณ์แรกคือตอนเดินริมถนนหลังฝนตก เลนส์ธรรมดายังเห็นเงาสะท้อนจากพื้นเปียกเป็นแผ่นใหญ่ ส่วนPolarizedช่วยตัดเงานั้นออกจนเส้นขอบทางและหลุมเล็กๆเด่นขึ้น สถานการณ์ที่สองคือตอนอยู่ริมทะเลหรือริมสระ น้ำจะสะท้อนแสงจ้ามาก เลนส์Polarizedทำให้มองน้ำและพื้นหลังได้สบายตากว่า สถานการณ์ที่สามคือตอนขับรถกลางวัน แสงสะท้อนจากฝากระโปรงหรือกระจกรถคันอื่นจะลดลง ทำให้มองไกลได้ไม่ล้าเร็ว
ถ้าจะพูดแบบสั้นที่สุด เลนส์ธรรมดาแค่ทำให้มืดลง ส่วนPolarizedช่วยจัดระเบียบแสงที่รบกวนสายตา ภาพจึงไม่ใช่แค่เข้มขึ้น แต่สะอาดขึ้น เหมือนเปลี่ยนจากเช็ดกระจกด้วยผ้าแห้งธรรมดาไปเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ที่เก็บคราบมันได้จริง คนที่เคยลองทั้งสองแบบจะจับความต่างได้ทันที โดยเฉพาะตอนเจอแสงสะท้อนแรงในบ่ายของกรุงเทพ
ข้อควรรู้คือPolarizedไม่เหมาะกับทุกกรณี บางคนทำงานกับหน้าจอที่ต้องมองมุมเฉพาะ หรือขับรถที่ต้องอ่านแผงหน้าปัด LCD ตลอดเวลา อาจรู้สึกว่าภาพมืดแปลกไป ดังนั้นเวลาลองที่ร้านให้ดู 2 อย่างพร้อมกันคือความสบายตาและความอ่านชัดของหน้าจอจริง ถ้าสองอย่างนี้ผ่าน ค่อยจ่ายเงินจะไม่เสี่ยงเท่าเชื่อคำว่าโปรโมชันอย่างเดียว
เช็กลิสต์ทดสอบเลนส์ในร้านก่อนตัดสินใจ
เช็กลิสต์ที่ควรใช้มี 5 จุด เริ่มจากดูความชัดเมื่อหันมุมแว่นไปมา ดูภาพสะท้อนบนหน้าจอหรือกระจก ลองอ่านป้ายตัวเล็กในแสงธรรมชาติ ลองสวมเดินดูในแสงไฟร้าน และเช็กว่าด้านข้างแว่นบีบขมับหรือกดสันจมูกหรือไม่ ถ้าผ่านครบเลนส์นั้นมักใช้งานจริงได้ดี ไม่ใช่แค่ดูดีตอนถืออยู่ในมือ
อีกจุดที่ช่างแว่นจะดูคือทรงหน้าและตำแหน่งสะพานจมูก เพราะเลนส์Polarizedจะคุ้มก็ต่อเมื่อกรอบวางตรงระดับตา ถ้าแว่นลื่นลงต่ำ แสงสะท้อนจะหลุดเข้าช่องบนและล่างง่ายขึ้น ตรงนี้คือเหตุผลที่ลองแว่นหน้ากระจกสำคัญกว่าดูรูปสินค้าในหน้าจอมาก ร้านแว่นที่ชำนาญจะให้ลองหลายองศา ไม่รีบปิดการขายทันที
ที่ร้านเรามักให้ลองทั้งฟิล์มทดสอบและสวมเดินจริง เพราะบางคู่ตอนถือดูเหมือนโอเค แต่พอสวมแล้วกรอบดันต่ำหรือกดสันจมูก พอแสงสะท้อนหลุดเข้ามาก็รู้เลยว่าไม่ใช่คู่ที่ใช่
ราคาและความคุ้มควรดูตรงไหน
ความคุ้มของเลนส์Polarizedไม่ได้อยู่ที่คำว่าPolarizedอย่างเดียว แต่อยู่ที่วัสดุเลนส์ การเคลือบผิว ความทนรอย และความเหมาะกับงานใช้จริง ถ้าต้องใส่กลางแจ้งทุกวัน การจ่ายเพิ่มเพื่อได้เลนส์ที่สบายตาและทนกว่าเลนส์สีเข้มธรรมดามักคุ้มกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถตอนแดดบ่ายหรือเดินกลางเมืองบ่อยๆ
ถ้าอยากดูหมวดแว่นกันแดดที่ใช้กับแสงจ้าได้ดี ลองเริ่มจาก แว่นกันแดด แล้วค่อยแยกไปดูรุ่นที่เหมาะกับการขับรถหรือใช้กลางแจ้งต่อ
บทสรุปสั้นๆคือ Polarizedเหมาะกับคนที่เจอแสงสะท้อนจริงทุกวัน ส่วนUV400คือพื้นฐานที่ควรมีอยู่แล้วบนเลนส์กันแดดทุกคู่ ถ้าจะให้คุ้ม ให้เริ่มจากการลองใช้ในสภาพแสงจริง ไม่ใช่เลือกจากสีเลนส์หรือชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว การลองจริงในร้านจะตอบคำถามได้เร็วกว่ารีวิวสั้นๆบนหน้าจอมาก
คำตอบสั้นๆที่ควรรู้ก่อนเลือก
Polarizedคือเลนส์ที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากผิวเรียบ
มันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างมืดลงเท่ากัน แต่ช่วยตัดแสงที่วิ่งในแนวนอนจากน้ำ ถนน กระจก และโลหะเงา ภาพจึงนิ่งขึ้นและสบายตาขึ้นมากเวลาต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ
UV400คือการกันรังสี ไม่ใช่การกันสะท้อน
ถ้าเลนส์มีแค่สีเข้มแต่ไม่มีUV400 ยังไม่พอสำหรับการปกป้องดวงตา เลนส์ที่ดีควรมีทั้งการกันUVและการลดแสงสะท้อนให้เหมาะกับงานใช้จริง
ทดสอบจริงในร้านคือวิธีเช็กที่เชื่อได้ที่สุด
หมุนเลนส์ดูหน้าจอ ลองเอียงศีรษะ และอ่านรายละเอียดในแสงจริง ถ้าภาพนิ่งขึ้นและสบายตาขึ้นพร้อมกัน เลนส์นั้นมีแนวโน้มคุ้มกับเงินที่จ่ายมากกว่าเลนส์ที่เดาเอาจากคำโปรโมชัน