กรอบแว่นสายตาส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ใส่นั่งทำงาน ขับรถ หรือเดินเล่น แต่ Oakley Wire Tap 2.0 OX5152 คิดต่าง – กรอบแว่น titanium รุ่นนี้ออกแบบให้ใส่ออกกำลังกายได้ด้วย ไม่หล่น ไม่ขยับ แม้เหงื่อออก นี่คือสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจาก กรอบแว่นสายตา Oakley รุ่นอื่นในตลาดตอนนี้
รุ่น Satin Black (OX5152-01) และ Satin Light Steel (OX5152-03) เป็น 2 รุ่นที่มีจำหน่ายที่ Siam Eyewear พร้อมบริการตัดเลนส์สายตาด้วยเครื่อง ZEISS 4 เครื่อง ตรวจสายตา 20 ขั้นตอน ความแม่นยำ 0.1mm รองรับทุกประเภทเลนส์ตั้งแต่ single vision ไปถึง progressive เริ่มต้นเลนส์ที่ 2,880 บาท
Wire Tap 2.0 คืออะไร และทำไมถึงไม่เหมือน optical frame ทั่วไป
Wire Tap 2.0 เป็น optical frame (กรอบสำหรับใส่เลนส์สายตา) จาก Oakley รุ่น semi-rimless ที่ใช้วัสดุ titanium ทั้งโครง ตัวกรอบออกแบบมาในสไตล์ wireframe แบบ heritage ของ Oakley แต่อัปเกรดเทคโนโลยีและวัสดุใหม่ทั้งหมด สิ่งที่แตกต่างชัดที่สุดคือ กรอบแว่นสายตาทั่วไปออกแบบมาสำหรับการใช้งานในอาคาร แต่ Wire Tap 2.0 ออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้ชีวิต active และต้องการแว่นสายตาหนึ่งคู่สำหรับทุกสถานการณ์
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเมื่อจับแว่นคู่นี้ขึ้นมาคือ น้ำหนักที่เบาอย่างน่าแปลกใจ กรอบ titanium ไม่ใช่วัสดุใหม่ในโลกแว่นตา แต่การนำมาผสมกับ 6-base curve และระบบ Unobtainium นั้นทำให้ Wire Tap 2.0 กลายเป็น optical frame ที่ไม่มีรุ่นอื่นทำแบบเดียวกันได้ในระดับราคาใกล้เคียง
วัสดุ Titanium ที่ไม่ใช่แค่เบา
Titanium ที่ Oakley ใช้ใน Wire Tap 2.0 มีน้ำหนักเบากว่า aluminum อย่างชัดเจน ผู้ที่เคยใช้ทั้งสองวัสดุบอกว่ารู้สึก night and day ต่างกัน นอกจากน้ำหนักแล้ว titanium ทนการกัดกร่อนได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบไทย เหงื่อและความชื้นที่สะสมทุกวันไม่ทำลายโครงสร้างกรอบ ไม่เกิดคราบสนิมหรือรอยด่างเหมือนโลหะทั่วไป
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ titanium มีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ Wire Tap 2.0 ไม่ต้องมี spring hinge ให้เสียหายหรือหลวมตามกาลเวลา แต่ก็ยังปรับตัวเข้ากับหัวได้ดี เมื่อขาแว่นเกิดงอเล็กน้อยจากการใส่ถอดทุกวัน titanium จะดีดตัวกลับสู่ตำแหน่งเดิมได้โดยไม่ต้องนำไปปรับบ่อย
6-Base Curve บน optical frame – สิ่งที่ไม่ค่อยเจอ
นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของ Wire Tap 2.0 เลนส์มีความโค้ง 6-base curve ซึ่งปกติพบในแว่นกีฬาหรือแว่นกันแดด ไม่ใช่กรอบแว่นสายตาทั่วไป ความโค้งระดับนี้ให้การครอบคลุมด้านข้างมากขึ้น แสงจากด้านข้างไม่ลอดเข้าตาได้ง่าย และยังช่วยเพิ่ม peripheral vision ในขณะขี่จักรยาน วิ่ง หรือขับรถ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่การมองเห็นรอบด้านมีผลต่อความปลอดภัย
กรอบแว่นสายตาทั่วไปใช้ base curve ที่ต่ำกว่า เพราะออกแบบมาให้มองตรงหน้าในระยะใกล้ แต่ 6-base curve ใน Wire Tap 2.0 หมายความว่าเลนส์โค้งตามโครงหน้ามากกว่า ส่งผลให้มุมมองรอบด้านดีขึ้น และหน้าตาของกรอบก็ดูมีความ sporty โดยไม่ถึงขั้นดูเหมือนแว่นกีฬาเต็มรูปแบบ
Unobtainium – เทคโนโลยียึดที่ยิ่งเหงื่อออกยิ่งกริป
ชื่อฟังดูแปลก แต่ Unobtainium คือวัสดุ silicone สูตรพิเศษที่ Oakley พัฒนาและจดสิทธิบัตรไว้ คุณสมบัติที่ทำให้มันพิเศษคือ ยิ่งสัมผัสกับความชื้น (เหงื่อ) ยิ่งเพิ่มแรงยึด สวนทางกับวัสดุทั่วไปที่พอเปียกแล้วลื่น กล่าวง่ายคือ ถ้าเหงื่อออกมาก กรอบแว่นจะยึดหัวได้แน่นขึ้น ไม่หล่น
Unobtainium ใน Wire Tap 2.0 อยู่ 2 ตำแหน่ง ตำแหน่งแรกคือที่แผ่นจมูก (nosepads) ซึ่งปรับได้ตามสันจมูกของแต่ละคน ตำแหน่งที่สองคือที่ earsocks บริเวณขาแว่นส่วนที่พาดหลังใบหู ทั้งสองตำแหน่งนี้ทำงานร่วมกัน ทำให้แว่นอยู่นิ่งไม่ว่าจะวิ่ง ก้มหน้า หรือเคลื่อนไหวเร็ว
ข้อที่ควรรู้เรื่องการดูแล Unobtainium – ระยะยาวถ้าสะสมเหงื่อและไม่ทำความสะอาด อาจเกิดคราบขาวหรือพื้นผิวรู้สึกกระด้างขึ้น แก้ได้ง่ายด้วยการเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำเปล่าบิดหมาดหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง ไม่ต้องใช้น้ำยาพิเศษ
ขนาดและการเลือกไซส์สำหรับคนไทย
Wire Tap 2.0 มีให้เลือก 2 ขนาดเลนส์ การเลือกขนาดที่ถูกต้องสำคัญมาก เพราะกรอบนี้ออกแบบมาสำหรับ narrow fit หรือหน้าแคบถึงกลาง ถ้าเลือกกว้างกว่าที่เหมาะสมจะทำให้หลวมและหล่นระหว่างออกกำลังกาย
| ขนาดเลนส์ | สะพานจมูก | ขาแว่น | ความกว้างกรอบรวม | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| 54mm | 19mm | 140mm | ~128mm | หน้าแคบ (ผู้ชาย S/M, ผู้หญิง M/L) |
| 56mm | 19mm | 140mm | ~131-132mm | หน้ากลาง-กว้าง (ผู้ชาย M, ผู้หญิง L) |
วิธีวัดง่ายที่สุดคือวัดความกว้างหน้าผากระหว่างขมับสองข้าง กรอบที่เหมาะควรกว้างใกล้เคียงกับความกว้างหน้า ไม่กว้างกว่า 5-10mm คนไทยส่วนใหญ่มีหน้าที่เหมาะกับขนาด 54mm มากกว่า แต่ควรทดลองสวมก่อนตัดสินใจ เพราะ fit ขึ้นกับสัดส่วนหน้าแต่ละคน โดยเฉพาะความลึกสันจมูกและระยะห่างระหว่างนัยน์ตา
ใส่เลนส์สายตาได้แบบไหนบ้าง
Wire Tap 2.0 รองรับเลนส์สายตาได้หลากหลายมาก ทั้งค่าสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และสำคัญที่สุดคือรองรับ progressive lens (เลนส์โปรเกรสซีฟ) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามอายุและต้องการแว่นหนึ่งคู่สำหรับมองทุกระยะ ไม่ต้องสลับแว่นใกล้-ไกล
ข้อจำกัดที่ควรรู้ล่วงหน้า สำหรับค่าสายตาสูงมาก เกิน -6 ไดออปเตอร์ รุ่น semi-rimless อาจไม่เหมาะเท่ากรอบเต็มเพราะขอบเลนส์ด้านล่างไม่มีกรอบยึด ทำให้เลนส์บางที่มี index สูงอาจเสี่ยงแตกจากแรงกระทบ ควรปรึกษาช่างแว่นก่อนสั่งทำ และพิจารณาใช้เลนส์ index 1.67 หรือ 1.74 เพื่อลดความหนาของขอบเลนส์
เลนส์ Prizm ของ Oakley สำหรับ prescription ก็รองรับในรุ่นนี้ด้วย เลนส์ Prizm เพิ่ม contrast และความชัดในการมองกลางแจ้ง เหมาะสำหรับคนที่ใส่แว่นสายตาขณะขี่จักรยาน วิ่งกลางแจ้ง หรือขับรถในสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลง
5 สีที่มีให้เลือกและวิธีตัดสินใจ
Wire Tap 2.0 มาใน 5 สีกรอบ ทั้งหมดเป็น satin finish ดูพรีเมียมโดยไม่แวว ไม่เหมือน glossy finish ที่รอยนิ้วมือติดง่าย
- Satin Black (01) – สีที่ขายดีที่สุด เข้ากับทุก look ทั้งชุดทำงานและชุดกีฬา
- Pewter (02) – เทาเข้ม ให้ความรู้สึก industrial สำหรับคนไม่ชอบดำ
- Satin Light Steel (03) – เทาอ่อน neutral สะอาดตา ดูทันสมัย
- Satin Chrome (04) – silver สแตนเลส ให้ความรู้สึกโมเดิร์นสูงสุด
- Brushed Grenache (05) – น้ำตาลแดง vintage สำหรับคนต้องการ look แตกต่าง
จากยอดขายกรอบ Oakley ที่ Siam Eyewear สีดำและสี steel เป็นสีที่ลูกค้าไทยเลือกมากกว่า 70% ของยอดขายรวม เพราะเข้ากับการแต่งกายในชีวิตประจำวันได้หลากหลายและดูไม่เก่าตามกาลเวลา สำหรับใครที่เพิ่งซื้อกรอบ Oakley ครั้งแรก Satin Black คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
Wire Tap 2.0 เหมาะกับใครบ้าง และใครควรเลือกรุ่นอื่น
รุ่นนี้เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ใช้ชีวิต active แต่ยังต้องการแว่นสายตาที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องเปลี่ยน เหมาะสำหรับ 3 กลุ่มหลักนี้
- คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่ต้องการใส่ contact lens ขณะออกกำลังกาย Wire Tap 2.0 ไม่หล่นแม้เหงื่อออกมาก
- คนที่ต้องการกรอบแว่นสายตาที่ดูดีในที่ทำงานและสวมต่อเนื่องไปออกกำลังกายได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนแว่น
- ผู้ที่ต้องการใส่ progressive lens แต่อยากได้กรอบที่เบาเป็นพิเศษและใส่ active ได้ Wire Tap 2.0 รองรับทั้งสองความต้องการในคู่เดียว
ใครควรเลือกรุ่นอื่น – ถ้าค่าสายตาสูงมากเกิน -6D หรือต้องการกรอบที่ทนแรงกระแทกมาก ควรพิจารณา Oakley Crosslink ซึ่งเป็น full-rim frame ปรับเทมเปิลได้หลายแบบและรองรับค่าสายตาสูงกว่าได้ดีกว่า ส่วนคนที่ต้องการแว่นสายตากีฬาจริงจัง เช่น ปั่นจักรยานแข่งหรือวิ่ง trail ควรพิจารณาแว่นกีฬา prescription แยกต่างหากที่ออกแบบเฉพาะกิจกรรมนั้น
ราคาและการตัดเลนส์
ราคากรอบ Wire Tap 2.0 ในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 6,890 ถึง 7,500 บาท บางร้านรวมเลนส์ Hoya พื้นฐานไว้ในราคานั้นแล้ว สำหรับกรอบ titanium premium ที่ออกแบบมาเฉพาะทางเรื่องความทนทานและ fit สำหรับ active lifestyle ถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการซื้อแว่นสายตาคู่หนึ่งกับแว่นออกกำลังกายอีกคู่แยกกัน ซึ่งรวมกันอาจสูงกว่ามาก
สำหรับการ ตัดแว่นสายตา กรอบ Wire Tap 2.0 ควรเลือกร้านที่มีประสบการณ์กับกรอบ Oakley และมีเครื่องวัดสายตาที่แม่นยำ เนื่องจากการ fit เลนส์เข้ากรอบ semi-rimless ต้องการความแม่นยำในการกำหนด PD (pupillary distance) และความสูงเลนส์มากกว่ากรอบปกติ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการ progressive lens ซึ่งต้องกำหนดตำแหน่งเลนส์ให้ตรงกับแนวสายตาอย่างแม่นยำ
สเปคเต็มของ Oakley Wire Tap 2.0 OX5152
ก่อนตัดสินใจซื้อ ข้อมูล spec ที่ครบถ้วนช่วยให้วางแผนได้ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องขนาดเลนส์ที่ส่งผลต่อ fit และการเลือกเลนส์ที่เหมาะสม นี่คือ spec ทั้งหมดของ Wire Tap 2.0 ที่ควรรู้ก่อนไปร้าน
- Model: OX5152 Wire Tap 2.0 RX
- วัสดุกรอบ: Titanium premium grade
- สไตล์: Semi-rimless rectangular
- ขนาดเลนส์: 54mm หรือ 56mm (2 ตัวเลือก)
- สะพานจมูก: 19mm (standard) พร้อม adjustable nosepads
- ขาแว่น: 140mm skull style
- ความโค้งเลนส์: 6-base curve
- วัสดุ grip: Unobtainium nosepads + earsocks
- น้ำหนัก: เบามากกว่า aluminum อย่างชัดเจน
- รองรับ Rx: Single vision, progressive, high Rx (ปรึกษาช่างแว่นก่อนสำหรับ high power)
- สี: 5 สี (Satin Black, Pewter, Satin Light Steel, Satin Chrome, Brushed Grenache)
- ราคาในไทย: ประมาณ 6,890-7,500 บาท
เปรียบเทียบ Wire Tap 2.0 กับกรอบแว่นสายตา Oakley รุ่นอื่น
ใน lineup ของ Oakley optical frames มีหลายรุ่นที่ใส่ออกกำลังกายได้ แต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกัน การเลือกให้ถูกรุ่นตั้งแต่แรกสำคัญมากเพราะกรอบแว่นสายตาเป็นของที่ใช้ทุกวัน ตารางด้านล่างเปรียบเทียบ 3 รุ่นที่คนไทยถามหาบ่อยที่สุดเพื่อช่วยในการตัดสินใจ
| คุณสมบัติ | Wire Tap 2.0 | Crosslink (A) | Pitchman R |
|---|---|---|---|
| วัสดุ | Titanium | Stainless steel + TR90 | Plastic (Nylon) |
| สไตล์กรอบ | Semi-rimless | Full-rim | Full-rim |
| ค่าสายตาสูง | ปานกลาง (ไม่เกิน -6D) | ดีมาก (รองรับสูง) | ดี |
| น้ำหนัก | เบามาก | เบา | เบา |
| Unobtainium | มี (earsock + nosepad) | มี | ไม่มี |
| เหมาะกับกีฬา | ดีมาก | ดีมาก | พอใช้ |
| สไตล์ชีวิต | Sporty casual | Athletic professional | Casual lifestyle |
Wire Tap 2.0 ชนะในด้าน น้ำหนัก และ สไตล์ เพราะ titanium เบากว่า steel และ semi-rimless ให้ความรู้สึกเปิดโล่ง ไม่หนักหน้า แต่ถ้าต้องการกรอบที่แข็งแรงกว่าสำหรับค่าสายตาสูง หรือใช้งานหนักสุดๆ Crosslink เหมาะกว่า
การดูแลรักษากรอบ Titanium ให้อยู่ได้นาน
กรอบ titanium ดูแลง่ายกว่าที่คิด ต่างจากกรอบโลหะทั่วไปที่ต้องระวังเรื่องสนิมและการเสื่อมสภาพ titanium ทนทานมากและต้องการการดูแลน้อยมาก กรอบ Oakley Wire Tap 2.0 ที่ดูแลดีสามารถอยู่ได้ 5-8 ปีหรือมากกว่า ซึ่งยาวนานกว่ากรอบ plastic ทั่วไปที่มักเริ่มแตกหักหรือเสียรูปหลัง 2-3 ปี แค่ทำตาม 4 ข้อนี้ก็เพียงพอ
- ล้างด้วยน้ำสะอาดและซับแห้งหลังออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันเกลือจากเหงื่อสะสมที่ข้อต่อ
- เช็ดเลนส์ด้วยผ้า microfiber เท่านั้น ห้ามใช้กระดาษทิชชูหรือเสื้อผ้า เพราะทำให้เลนส์เป็นรอย
- เก็บในกล่องเมื่อไม่ใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อพกไปออกกำลังกาย เพื่อป้องกันแว่นบีบอัดหรือกระแทก
- นำไปปรับที่ร้านแว่นทุก 6-12 เดือน เพื่อให้ nosepads และขาแว่นยังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ แช่น้ำร้อนหรือทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด ความร้อนสูงไม่ทำลาย titanium แต่อาจทำให้เลนส์ prescription เสียรูปได้ และสำหรับ Unobtainium ถ้าเริ่มลื่นมากกว่าปกติให้ลองเช็ดด้วยน้ำเปล่าก่อน เพราะ Unobtainium ต้องการความชื้นเล็กน้อยเพื่อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การทิ้งให้แห้งสนิทโดยไม่มีความชื้นเลยอาจลดประสิทธิภาพการยึดลงชั่วคราว แต่จะกลับมาปกติทันทีที่สัมผัสความชื้นอีกครั้ง เช่น เมื่อสวมแว่นและเริ่มมีเหงื่อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Wire Tap 2.0
Wire Tap 2.0 ต่างจาก Wire Tap รุ่นแรกอย่างไร
Wire Tap รุ่นแรกเป็น titanium wireframe รุ่นเก่าจากช่วงปี 2000s ออกแบบสำหรับตลาดนั้น Wire Tap 2.0 คือการรีดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ตัวกรอบใช้ titanium เกรดสูงกว่า มี 6-base curve ที่ไม่มีในรุ่นเก่า และระบบ Unobtainium ที่อัปเกรดจากเวอร์ชันก่อน น้ำหนักโดยรวมเบากว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน
ใส่ว่ายน้ำหรือดำน้ำได้ไหม
ไม่แนะนำสำหรับการว่ายน้ำหรือดำน้ำ Wire Tap 2.0 เป็น optical frame ที่ทนเหงื่อและฝนได้ แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้แช่น้ำต่อเนื่อง น้ำทะเลและสารเคมีในสระว่ายน้ำ (คลอรีน) อาจทำลาย anti-reflective coating บนเลนส์ได้เมื่อสัมผัสบ่อย ถ้าต้องว่ายน้ำแล้วต้องการมองเห็นชัด ควรพิจารณา goggles prescription แยกต่างหาก
Asian Fit มีหรือเป็น standard sizing
Wire Tap 2.0 OX5152 ไม่มี Asian Fit version แยกต่างหาก แต่ระบบ adjustable nosepads ที่มีอยู่แล้วช่วยชดเชยได้มาก nosepads ปรับได้ตามสันจมูกของแต่ละคน ทำให้คนไทยที่มีสันจมูกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยชาวตะวันตกสามารถปรับให้แว่นนั่งนิ่งได้ดีพอสมควร อย่างไรก็ดี ควรทดลองสวมก่อนซื้อเพื่อให้แน่ใจว่า fit เหมาะสมกับโครงหน้า
สรุป – Wire Tap 2.0 คุ้มค่าสำหรับคนไทย active lifestyle
Oakley Wire Tap 2.0 OX5152 เป็นกรอบแว่นสายตาที่ตอบโจทย์คนไทยที่ใช้ชีวิตออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ต้องการแว่นสายตาที่ดูดีในทุกสถานการณ์ด้วย จุดแข็งหลักคือ titanium น้ำหนักเบาที่ไม่เสื่อมสภาพในสภาพอากาศร้อนชื้น Unobtainium ที่ยึดแน่นขึ้นเมื่อเหงื่อออก และ 6-base curve ที่ให้มุมมองรอบด้านดีกว่า optical frame ทั่วไป
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อมีสองอย่าง อย่างแรกคือค่าสายตาต้องไม่สูงเกิน -6D สำหรับ semi-rimless frame อย่างที่สองคือต้องทดลองสวมเพื่อเช็ค fit เพราะ Wire Tap 2.0 ออกแบบสำหรับหน้าแคบถึงกลาง หน้ากว้างมากอาจไม่เหมาะ สองข้อนี้ตรวจก่อนและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดูรุ่นที่มีในร้านได้ที่ กรอบแว่นสายตา Oakley ทั้งหมด รวมถึงรุ่น Crosslink และ Pitchman R ที่เหมาะกับ use case ต่างกัน การเลือกกรอบให้เหมาะกับค่าสายตาและไลฟ์สไตล์ตั้งแต่แรกจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพราะกรอบที่ fit ดีและใส่สบายคือกรอบที่ใส่ได้นานปีโดยไม่ต้องเปลี่ยน ลองสวมก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า Wire Tap 2.0 คือคำตอบที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์และรูปหน้าของแต่ละคน ไม่ใช่แค่ตามรีวิวออนไลน์อย่างเดียว
