นักปั่นจักรยานที่ปั่นทางยาวในแดดร้อนรู้ดีว่าแว่นกันแดดทั่วไปมีจุดอ่อนชัดเจน – ลมแทรกเข้าด้านข้าง ฝุ่นจากถนนปลิวเข้าตา มองข้างทางได้ไม่ครบ Oakley Wind Jacket 2.0 OO9418 แก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยเลนส์แผ่นเดียวทรง Shield ที่คลุมตาทั้งหมด พร้อมระบบ Switchlock เปลี่ยนเลนส์ได้ภายในไม่กี่วินาทีตามสภาพแสงที่เปลี่ยนไปตลอดวัน รุ่นที่มีในร้านคือ OO9418-27 Matte Translucent Stonewash พร้อมเลนส์ Prizm Snow Sapphire ที่พัฒนามาสำหรับสภาพแสงจัดมาก
Wind Jacket 2.0 คืออะไร ทำไมถึงต่างจากแว่นนักปั่นทั่วไป
Oakley Wind Jacket ชื่อนี้บอกตรงๆ ว่าออกแบบมาเพื่อสู้กับลม ซีรีส์ 2.0 คือการอัพเดตจากรุ่นดั้งเดิม โดยปรับ geometry ของเลนส์และโครงแว่นใหม่ให้กระชับหน้าได้ดีขึ้น สิ่งที่ทำให้ Wind Jacket 2.0 ต่างจากแว่นนักปั่นแบบ 3 เลนส์ (เช่น แว่นที่มีเลนส์กลางและเลนส์ข้างแยกกัน) คือโครงสร้างทั้งหมดเป็น Shield – เลนส์แผ่นเดียวขนาดใหญ่คลุมตาตั้งแต่ขมับซ้ายไปถึงขมับขวาโดยไม่มีขอบกลางขัดสายตา
สำหรับนักปั่นไทยที่ปั่นในถนนที่มีฝุ่นและรถมาก ความสำคัญของ Shield ไม่ได้อยู่แค่ที่ความสวยงาม แต่อยู่ที่ความปลอดภัยด้วย มองเห็นด้านข้างได้กว้างกว่าเดิม สามารถจับตาดูรถที่กำลังแซงได้ทันท่วงที ขณะที่เลนส์ขอบต่ำด้านล่างช่วยมองถนนข้างหน้าได้โดยไม่ต้องก้มหน้ามาก โดยเฉพาะในท่า aero บน road bike ที่ก้มหน้ามาก Wind Jacket 2.0 ช่วยให้มองเห็นได้ในมุมที่กว้างกว่า
Shield Lens ให้อะไรที่แว่น 3 เลนส์ให้ไม่ได้
เลนส์ Shield คือเลนส์แผ่นเดียวไม่มีขอบกลาง ข้อดีหลักมี 3 จุด ที่นักปั่นระดับแข่งขันให้ความสำคัญ
- มุมมองกว้างกว่า – ไม่มีขอบเลนส์ตรงกลางขัดสายตา การมองด้านข้างและมุมล่างทำได้ต่อเนื่อง ช่วยให้ตอบสนองต่อสิ่งกีดขวางและรถยนต์ได้เร็วขึ้น สำคัญมากในการปั่นบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น
- ป้องกันลมและฝุ่นได้สมบูรณ์ – ไม่มีช่องว่างระหว่างเลนส์ ลมและฝุ่นแทรกเข้าได้ยากกว่าแว่นแบบ wrap ทั่วไป ตาไม่แห้งแม้ปั่นด้วยความเร็วสูงหรือในเส้นทางที่มีฝุ่นมาก
- น้ำหนักสมดุล – เลนส์แผ่นเดียวที่ออกแบบให้กระจายน้ำหนักเท่ากัน ไม่เอียงซ้ายขวาในระหว่างปั่น ไม่ต้องดันแว่นบ่อยๆ ระหว่างออกแรง
ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจคือ Shield แบบ OO9418 ไม่รองรับเลนส์สายตา prescription โดยตรง ถ้าต้องการตัดสายตาใส่ต้องใช้ contact lens คู่กัน หรือเลือกกรอบแว่นสายตา Oakley จาก OX series แทน ซึ่งออกแบบมารองรับ prescription โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามสำหรับนักปั่นที่สายตาปกติ Wind Jacket 2.0 เป็นตัวเลือกที่ครบมาก
Prizm Snow Sapphire เหมาะกับการปั่นในไทยหรือเปล่า
สีเลนส์ที่มีในร้านคือ Prizm Snow Sapphire เลนส์สีน้ำเงินเข้มซึ่ง Oakley พัฒนามาสำหรับสภาพแสงจ้ามากอย่างหิมะและสนามสกี ชื่อ “Snow” อาจทำให้สับสนและคิดว่าใช้ได้เฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น แต่ความจริงคือเลนส์นี้ทำงานได้ดีในทุกสภาพแสงจัดมาก รวมถึงแดดเที่ยงวันในเมืองไทยที่มีค่า UV Index ระดับ 11-12 ซึ่งสูงกว่ายุโรปและอเมริกาหลายเท่า
Prizm Snow Sapphire มีค่า VLT หรือ Visible Light Transmission ต่ำมาก หมายความว่าปล่อยแสงผ่านน้อย ลดการแยงตาในสภาพ overexposed ได้ดีเยี่ยม สำหรับนักปั่นในไทยที่ปั่นตอน 10.00-14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงจ้าที่สุดของวัน เลนส์นี้ตอบโจทย์ได้ดีกว่าเลนส์สีน้ำตาลหรือเทาทั่วไปที่มีค่า VLT สูงกว่า ส่วนการปั่นยามเช้าตรู่ก่อน 07.00 น. หรือตอนเย็นหลัง 17.00 น. ควรเปลี่ยนไปใช้เลนส์ที่มี VLT สูงกว่า ซึ่งทำได้ง่ายด้วยระบบ Switchlock
เทคโนโลยี Prizm ในเลนส์นี้ยังช่วย enhance contrast บนถนน ทำให้เห็นรอยร้าว บ่อ และสิ่งกีดขวางได้ชัดขึ้น ซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญจากแว่นกันแดดทั่วไปที่แค่ลดปริมาณแสง แต่ไม่ได้ช่วยให้เห็นรายละเอียดบนถนนดีขึ้น Prizm ทำหน้าที่ optimise spectrum ของแสงที่ผ่านเข้ามาให้เหมาะกับกิจกรรมนั้นๆ โดยเฉพาะ สีน้ำเงิน sapphire ของเลนส์ยังช่วยลด glare จากผิวถนน asphalt ที่สะท้อนแสงสูงในช่วงกลางวัน
Switchlock เปลี่ยนเลนส์ได้ในสนามจริงไหม
ระบบ Switchlock ของ Oakley ออกแบบให้เปลี่ยนเลนส์ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ขั้นตอนคือบิดกลไกที่ขมับด้านหนึ่ง เลนส์จะ unlock และดึงออกได้ง่าย สามารถใส่เลนส์ใหม่และล็อคกลับได้ภายในไม่กี่วินาที ในทางปฏิบัติ นักปั่นหลายคนเตรียมเลนส์ 2 แผ่น – หนึ่งสำหรับแดดจัด (Prizm Snow Sapphire) หนึ่งสำหรับแสงน้อยหรือตอนเย็น (Prizm Road หรือ Prizm Clear) – แล้วเปลี่ยนในช่วงพักระหว่าง stage
ข้อควรระวังคือ Switchlock ควรทำด้วยมือแห้งหรือค่อนข้างแห้ง ถ้ามือเปียกเหงื่อมากการบิดกลไกอาจลำบากขึ้น การใส่ถุงมือจักรยานแล้วพยายามเปลี่ยนเลนส์กลางถนนไม่ใช่ความคิดที่ดี ควรจอดพักก่อนทุกครั้งและเก็บเลนส์สำรองในซองที่แข็งแรงในกระเป๋าหลัง เมื่อฝึกจนชำนาญการเปลี่ยนเลนส์ใช้เวลาไม่ถึง 30 วินาที
เปรียบเทียบ Wind Jacket 2.0 กับ Flight Jacket และ Jawbreaker
Oakley มีแว่น Shield สำหรับนักปั่นหลายรุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกันชัดเจน การเลือกผิดรุ่นอาจทำให้ได้แว่นที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ตารางเปรียบเทียบด้านล่างช่วยสรุปความแตกต่างได้ชัดเจน
| รุ่น | จุดเด่น | เหมาะกับ | Switchlock |
|---|---|---|---|
| Wind Jacket 2.0 OO9418 | Shield เต็มรูปแบบ ป้องกันลมสูงสุด Prizm Snow Sapphire | นักปั่นถนน ไตรกีฬา แสงจัดมาก | ใช่ |
| Flight Jacket OO9401 | น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ Prizm Road ระบายอากาศดี | นักปั่นถนนที่ต้องการน้ำหนักน้อยสุด | ใช่ |
| Jawbreaker OO9290 | Switchlock เลนส์ vented coverage กว้างมาก | นักปั่นถนนและ sportive ระยะไกล | ใช่ |
Wind Jacket 2.0 อยู่ตรงกลางในแง่ความ coverage ให้การป้องกันที่ดีกว่า Flight Jacket แต่ออกแบบมาเพื่อถนนมากกว่า Jawbreaker ที่ค่อนข้าง bulky กว่า สำหรับแว่นจักรยาน Oakley ที่ใช้ทั้งปั่นถนนและวิ่งต่อเนื่อง (brick session ในไตรกีฬา) Wind Jacket 2.0 เป็นตัวเลือกที่ versatile ที่สุดในสาม นักปั่นหลายคนที่ลังเลระหว่าง Flight Jacket และ Wind Jacket 2.0 มักเลือก Wind Jacket 2.0 เมื่อปัญหาหลักคือลมหรือฝุ่นเข้าตา
วัสดุและความทนทานในสภาพอากาศไทย
โครงแว่นทำจาก O Matter วัสดุ nylon ที่ Oakley พัฒนาขึ้นเอง มีข้อดีคือเบา ยืดหยุ่น และทนทานต่อแรงกระแทก ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน O Matter ไม่แตกหักหรือเสียรูปเหมือน plastic ทั่วไปที่บิดงอในความร้อน นอกจากนี้ O Matter ยังทนต่อสารเคมี เช่น ครีมกันแดดและสเปรย์แมลง ซึ่งนักปั่นไทยใช้กันมากในฤดูร้อน
จุดสัมผัสที่จมูกและหลังหูทำจาก Unobtainium วัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งคือยิ่งเปียกหรือเปื้อนเหงื่อ ยิ่งกระชับมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญมากสำหรับนักปั่นในอากาศร้อนชื้นของไทย แว่นจะไม่ไหลหลุดออกมาระหว่างปั่นขึ้นเขาที่เหงื่อออกมาก แตกต่างจากแว่นทั่วไปที่ยิ่งเหงื่อออกยิ่งลื่นและหลุดง่าย
สีที่มีในร้านคือ Matte Translucent Stonewash โทนสีเทาใสแบบ frosted ดูสะอาดและเป็นกลาง ใส่ได้ทั้งในชุดปั่นสีสันจัดจ้านและเสื้อผ้า casual สำหรับคนที่ไม่ต้องการแว่นสีหรือ mirror lens โทนนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะ ไม่จัดจ้านเกินไปสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
การดูแลรักษาแว่น Shield ให้อยู่ได้นาน
เลนส์ Prizm ของ Oakley มีการเคลือบ Plutonite ที่ช่วยป้องกัน UV ได้ 100% แต่การเคลือบนี้สามารถเสียหายได้ถ้าดูแลไม่ถูกต้อง วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง
- ล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนเช็ด – อย่าใช้ผ้าเช็ดเลนส์เมื่อมีฝุ่นอยู่บนเลนส์ เพราะอนุภาคฝุ่นจะขีดข่วนการเคลือบ ล้างด้วยน้ำก่อนเสมอ
- ใช้ผ้า microfiber ที่ให้มาเท่านั้น – Oakley ให้ผ้า microfiber มาในกล่อง ผ้าอื่นอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้
- เก็บในซองที่ให้มา – เลนส์ Shield มีขนาดใหญ่และโค้ง เก็บในซองที่ถูกต้องเพื่อป้องกันรอย
- อย่าวางหน้าแว่นลงบนพื้น – รอยบนเลนส์ Prizm ไม่สามารถซ่อมแซมได้ การวางหน้าแว่นลงพื้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เลนส์ขีดข่วน
ใครเหมาะกับ Oakley Wind Jacket 2.0 บ้าง
Wind Jacket 2.0 เหมาะกับนักปั่นและนักกีฬาที่ต้องการ coverage สูงสุด ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจว่าฝุ่นและลมไม่แทรกเข้าตา รายละเอียดที่ช่วยตัดสินใจ
- นักปั่นถนนที่ปั่นในชั่วโมงแสงจัด – เลนส์ Prizm Snow Sapphire VLT ต่ำช่วยลดความเมื่อยล้าของตาในสภาพ UV Index สูงระดับ 10-12 ซึ่งพบบ่อยในไทยตลอดทั้งปี
- นักไตรกีฬา (Triathlete) – ใส่ได้ทั้งตอนปั่นและวิ่ง coverage ครอบคลุมพอสำหรับทั้งสองกิจกรรม ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นระหว่าง transition
- นักปั่น gran fondo หรือ sportive – ระยะทาง 100 กม. ขึ้นไป Switchlock ช่วยให้เปลี่ยนเลนส์ตามสภาพแสงที่เปลี่ยนไปตลอดวันได้อย่างสะดวก
- คนที่มีปัญหาเรื่องลมเข้าตา – Shield ป้องกันได้ดีกว่า frame แบบ 3 เลนส์มาก เหมาะกับผู้ที่มีอาการตาแห้งหรือมีความไวต่อลมและฝุ่น
- นักปั่นที่ใช้ท่า aero – การก้มหน้าต่ำในท่า aero ทำให้ต้องมองผ่านขอบล่างของเลนส์ Shield ของ Wind Jacket 2.0 รองรับมุมมองนี้ได้ดีกว่าแว่นทรงปกติ
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัดเลนส์สายตาใส่โดยตรง เพราะ Shield lens ไม่รองรับ prescription แบบตรงๆ และไม่เหมาะสำหรับการปั่นในสภาพแสงน้อยหรือฝนที่ visibility ต่ำ ซึ่งควรใช้เลนส์ Clear หรือ Prizm Low Light แทน
ตัดสายตาได้ไหม และควรซื้อที่ไหน
Wind Jacket 2.0 OO9418 เป็นแว่นกีฬา OO series ไม่ใช่ OX series จึงไม่รองรับการตัดเลนส์สายตา prescription โดยตรง นักปั่นที่มีค่าสายตามีทางเลือก 2 ทาง ทางแรกคือใช้ contact lens คู่กับ Wind Jacket 2.0 ทางที่สองคือเลือกกรอบแว่นนักปั่นที่รองรับ prescription และสามารถตัดแว่นสายตาใส่เลนส์สายตาได้โดยตรง
สำหรับผู้ที่ต้องการแว่นสายตาสำหรับการปั่น Siam Eyewear มีกรอบ Oakley OX series พร้อมบริการตัดแว่นสายตาด้วยเลนส์ ZEISS และระบบวัดสายตา 20 ขั้นตอน ค่าสายตาที่แม่นยำสำคัญมากสำหรับนักกีฬาที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เลนส์ ZEISS SmartLife เหมาะสำหรับนักปั่นที่มีสายตาสั้นและต้องการมองทั้งระยะไกลและหน้าปัด Garmin หรือ computer จักรยานในเวลาเดียวกัน ราคาเลนส์เริ่มต้น 2,880 บาท รับประกันมาตรฐานเดียวกันทุกงบประมาณ
สรุป Oakley Wind Jacket 2.0 OO9418 คุ้มค่าสำหรับนักปั่นไทยหรือเปล่า
ถ้าต้องการแว่นกีฬา Shield ที่ปกป้องสมบูรณ์แบบ มองเห็นรอบด้านได้กว้าง และเปลี่ยนเลนส์ตามสภาพแสงได้เร็ว Oakley Wind Jacket 2.0 OO9418 ตอบโจทย์ครบ เลนส์ Prizm Snow Sapphire เหมาะกับแดดจัดของไทยในช่วงกลางวัน วัสดุ O Matter และ Unobtainium รับประกันความทนทานแม้ใช้งานหนักในสภาพเหงื่อออกมากแบบอากาศไทย สำหรับนักปั่นจากยอดขายของร้าน พบว่าแว่น Shield อย่าง Wind Jacket 2.0 เป็นที่นิยมในกลุ่มนักปั่นถนนระยะยาวและกลุ่ม triathlon มากกว่าแว่น wrap ทั่วไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ดูแว่นจักรยาน Oakley ทุกรุ่นที่มีในร้านได้เลย รวมถึง Jawbreaker Sutro Lite และรุ่นอื่นๆ ที่เหมาะกับรูปแบบการปั่นที่แตกต่างกัน ถ้ายังลังเลระหว่าง Wind Jacket 2.0 กับรุ่นอื่น ทีมผู้เชี่ยวชาญที่ Siam Eyewear ช่วยแนะนำได้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับรูปหน้าและสไตล์การปั่นของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oakley Wind Jacket 2.0
Wind Jacket 2.0 กับ Flight Jacket ต่างกันอย่างไร
Wind Jacket 2.0 OO9418 และ Flight Jacket OO9401 เป็นแว่น Shield ทั้งคู่ แต่มีจุดเด่นต่างกัน Wind Jacket 2.0 ให้ coverage ด้านข้างและล่างที่ครอบคลุมมากกว่า เหมาะกับนักปั่นที่ต้องการป้องกันลมสูงสุด ส่วน Flight Jacket เน้นน้ำหนักเบาเป็นหลักและมีรูระบายอากาศที่ช่วยให้ตาไม่ร้อนในสภาพอากาศชื้น นักปั่นส่วนใหญ่ที่ทดลองทั้งสองรุ่นมักเลือก Wind Jacket 2.0 เมื่อปัญหาหลักคือลมและฝุ่น แต่เลือก Flight Jacket เมื่อต้องการน้ำหนักเบาสุดสำหรับการแข่งขัน
Wind Jacket 2.0 มี Asian Fit หรือเปล่า
Oakley Wind Jacket 2.0 OO9418 ไม่มี Asian Fit หรือ Low Bridge Fit version เหมือนกับแว่นบางรุ่น อย่างไรก็ตาม Unobtainium ที่จมูกสามารถปรับได้ในระดับหนึ่ง สำหรับคนไทยที่มีจมูกเตี้ย วิธีที่ดีที่สุดคือลองสวมที่ร้านก่อนซื้อ เพื่อตรวจสอบว่าแว่นกระชับพอดีหรือเปล่า ถ้าแว่นไหลหรือไม่กระชับ อาจต้องพิจารณา Oakley รุ่นอื่นที่มี Low Bridge Fit version
เลนส์ Prizm Snow Sapphire ใช้กับกิจกรรมอะไรได้บ้าง
Prizm Snow Sapphire ออกแบบมาสำหรับสภาพแสงจัดมากเป็นหลัก กิจกรรมที่เหมาะ ได้แก่ สกี สโนว์บอร์ด ปั่นจักรยานถนนในช่วงกลางวัน วิ่งในแดดจัด และกิจกรรมกลางแจ้งทั่วไปที่ทำในช่วงที่ UV Index สูง เลนส์นี้ไม่เหมาะสำหรับการใช้ในร่ม การปั่นตอนเย็น หรือสภาพที่มีเมฆมากและแสงน้อย ซึ่งควรใช้เลนส์ที่มีค่า VLT สูงกว่าแทน การมีเลนส์สำรองไว้เปลี่ยนผ่าน Switchlock จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาซื้อเพิ่ม
ซื้อเลนส์สำรองสำหรับ Wind Jacket 2.0 ได้ที่ไหน
เลนส์สำรองสำหรับ Wind Jacket 2.0 สามารถซื้อได้จาก Oakley dealer ที่ได้รับการรับรอง ควรระบุรุ่น OO9418 ให้ถูกต้องเมื่อสั่งซื้อ เลนส์ที่ compatible ได้แก่ Prizm Road Prizm Road Black Prizm Clear และ Prizm Low Light ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับสภาพแสงที่แตกต่างกัน การมีเลนส์ครบ 2-3 แบบช่วยให้ Wind Jacket 2.0 ใช้งานได้ตลอดทั้งวันและทุกสภาพอากาศ
สเปคเทคนิค Oakley Wind Jacket 2.0 OO9418-27
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| รุ่น / SKU | OO9418-27 Matte Translucent Stonewash |
| เลนส์ | Prizm Snow Sapphire (VLT ต่ำ เหมาะแสงจัด) |
| ประเภทเลนส์ | Shield แผ่นเดียว ไม่มีขอบกลาง |
| เทคโนโลยีเลนส์ | Plutonite UV400 ป้องกัน UVA UVB UVC |
| ระบบเปลี่ยนเลนส์ | Switchlock Technology |
| วัสดุโครงแว่น | O Matter (Nylon lightweight) |
| จุดสัมผัส | Unobtainium nose pads และ earsock |
| การรับรอง | ANSI Z87.1 impact resistance |
ข้อมูล spec ทั้งหมดนี้มาจาก Oakley official และได้รับการยืนยันกับ dealer ที่ได้รับการรับรอง ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่า รุ่น OO9418-27 ที่ต้องการมีในสต็อกหรือเปล่า เพราะ Shield รุ่นนี้มีจำนวนจำกัดในตลาดไทย และ Prizm Snow Sapphire เป็นเลนส์ที่ขายดีในกลุ่มนักปั่นถนนไทยที่ปั่นในช่วงกลางวัน นักปั่นที่ซื้อจากยอดขายของร้านในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาให้คะแนน Wind Jacket 2.0 สูงในด้านความทนทานและการป้องกันลม ส่วนเรื่องน้ำหนักพบว่าเบาพอสำหรับการปั่นระยะยาวเกิน 4 ชั่วโมง
