Oakley vs Rayban เปรียบเทียบ

Oakley vs Rayban เปรียบเทียบแว่นกันแดด 2 แบรนด์ 2026

ถ้าพูดถึงแว่นกันแดดระดับพรีเมียม สองชื่อที่คนพูดถึงบ่อยที่สุดคือ Oakley กับ Rayban แทบทุกคนเคยเจอสถานการณ์นี้: ยืนอยู่หน้าตู้โชว์แว่น แล้วลังเลระหว่างสองแบรนด์นี้ เพราะราคาใกล้เคียงกัน ดูดีทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกว่ามันต่างกันในแบบที่อธิบายไม่ถูก

บทความนี้จะเปรียบเทียบตรง ๆ โดยไม่เอาใจฝ่ายไหน เพื่อช่วยตัดสินใจได้ชัดขึ้น

จุดเริ่มต้นต่างกัน DNA ก็เลยต่างกัน

Oakley ก่อตั้งในปี 1975 ที่แคลิฟอร์เนีย โดย Jim Jannard เริ่มจากการทำด้ามจับมอเตอร์ไซค์ก่อนขยับมาทำแว่น ตั้งแต่ต้น DNA ของแบรนด์คือ กีฬาและประสิทธิภาพ ทุกอย่างที่ Oakley พัฒนาขึ้นมาล้วนมีฐานมาจากการใช้งานจริงในสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นสกี, จักรยาน, กอล์ฟ หรือกรีฑา

Rayban เกิดขึ้นในปี 1936 โดยพัฒนาแว่นให้กับนักบินกองทัพอากาศสหรัฐฯ ก่อนจะกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในหนัง ซีรีส์ และบนใบหน้าของดาราระดับโลกมาหลายทศวรรษ DNA ของ Rayban คือ ความเป็นไอคอนและสไตล์

น่าสนใจที่ว่า ปัจจุบันทั้งสองแบรนด์อยู่ภายใต้บริษัทเดียวกันคือ EssilorLuxottica แต่ทีมออกแบบและทิศทางของแต่ละแบรนด์ยังคงแยกกันชัดเจน

เปรียบเทียบเทคโนโลยีเลนส์

นี่คือจุดที่ Oakley แตกต่างจาก Rayban ชัดเจนที่สุด

Oakley Prizm

เทคโนโลยีเลนส์ที่ Oakley พัฒนาขึ้นมาเรียกว่า Prizm หลักการทำงานคือการกรองคลื่นแสงเฉพาะความถี่ที่รบกวนการมองเห็นออก และเพิ่มความเข้มของสีที่ตาต้องการในแต่ละสภาพแวดล้อม เช่น Prizm Road จะตัดแสงสะท้อนจากถนนและเพิ่มคอนทราสต์ของพื้นผิว ส่วน Prizm Golf จะทำให้เส้นทางลูกกอล์ฟและพื้นหญ้าชัดขึ้น

มีรุ่น Prizm Polarized ซึ่งรวมการตัดแสงสะท้อน (Polarized) เข้ากับการปรับแต่งสีแบบ Prizm ถือเป็นเลนส์ระดับสูงที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่นในระดับราคาเดียวกัน

Rayban G-15 และ Chromance

Rayban มีเลนส์ G-15 ซึ่งเป็นสีเขียวเทาคลาสสิก ออกแบบมาเพื่อให้การมองเห็นเป็นธรรมชาติที่สุด ตัดแสงได้ดีโดยไม่ทำให้สีเพี้ยน เหมาะมากสำหรับใช้งานทั่วไปและขับรถ

Rayban ยังมีเลนส์ Chromance ที่ให้ความคมชัดและสีสันดีกว่า G-15 แต่ถ้าเทียบประสิทธิภาพในสภาพแสงสุดขีดอย่างการปั่นจักรยาน หรือสกี เลนส์ Prizm ของ Oakley ยังทำได้เหนือกว่า

วัสดุกรอบและความทนทาน

Oakley ใช้วัสดุที่พัฒนาขึ้นเอง เรียกว่า O-Matter เป็นไนลอนชนิดพิเศษที่เบาและทนแรงกระแทกสูง แม้จะดูเหมือนพลาสติกธรรมดา แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่าง นอกจากนี้ที่ขาแว่นมักมี Unobtainium ซึ่งเป็นยางซิลิโคนที่ยิ่งเหงื่อออกก็ยิ่งจับกระชับ ไม่หลุดระหว่างออกกำลังกาย

Rayban ใช้วัสดุหลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่น กรอบ Wayfarer และ Clubmaster เป็น Acetate ซึ่งให้ความรู้สึกหนักแน่นและพรีเมียมกว่า ส่วน Aviator เป็นโลหะที่บางและเบา การออกแบบเน้นความสวยงามมากกว่าการยึดเกาะในระหว่างกิจกรรม

ผู้ใช้จากชุมชนแว่นตาในญี่ปุ่นสรุปไว้ตรงมากว่า Oakley “เบาแต่แข็ง” ขณะที่ Rayban “หนักแต่ดูดี” ความต่างตรงนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกได้ชัดเมื่อสวมใส่จริง

รุ่นเด่น: เปรียบกันทีละรุ่น

Oakley Holbrook กับ Rayban Wayfarer

ทั้งสองรุ่นนี้มักถูกนำมาเปรียบกันเพราะดีไซน์ทรงเหลี่ยมใกล้เคียงกัน Oakley Holbrook ใช้ O-Matter น้ำหนักเบาจนสังเกตได้ มีเลนส์ Prizm ให้เลือก เหมาะสำหรับคนที่ใส่แว่นตลอดวันและออกกำลังกายด้วย ส่วน Rayban Wayfarer ให้ความรู้สึกหนักแน่นจาก Acetate เหมาะสำหรับ look ที่ดูตั้งใจแต่งตัวมากกว่า

Oakley Frogskins กับ Rayban Aviator

Oakley Frogskins เป็นทรง Retro ที่ผสมความสนุกสบายกับความทนทาน เป็นรุ่นที่คนชอบ Lifestyle แต่ยังต้องการสมรรถนะ Rayban Aviator เป็น Iconic มากที่สุดในโลก ทรงหยดน้ำที่เห็นในหนังแอคชันตลอด 80 ปีที่ผ่านมา เลือกรุ่นนี้ถ้าต้องการความคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค

ราคาในปี 2026

ราคาเริ่มต้นของทั้งสองแบรนด์ใกล้เคียงกันมากในช่วง 4,500-8,000 บาท สำหรับรุ่นมาตรฐาน ถ้าเลือกเลนส์ Prizm Polarized ของ Oakley หรือเลนส์ Chromance Polarized ของ Rayban ราคาจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7,000-15,000 บาทขึ้นไป

ความต่างคือเงินที่จ่ายเพิ่มใน Oakley มักไปที่เทคโนโลยีเลนส์โดยตรง ขณะที่ใน Rayban ราคาเพิ่มมักมาจากรุ่นพิเศษหรือ Limited Edition ที่เน้นดีไซน์เป็นหลัก

ใครควรเลือกอะไร

ถ้ากิจกรรมหลักคือ ปั่นจักรยาน วิ่ง กอล์ฟ ตกปลา หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการความชัดเจนของการมองเห็น Oakley เป็นคำตอบที่ชัดเจน เพราะเลนส์ Prizm ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยตรง ดูรุ่นที่เหมาะได้ที่หน้า แว่นกันแดด Oakley

ถ้าต้องการแว่นที่ ใส่กับชุดทำงาน ออกงาน หรือแต่งตัวสมาร์ทแบบ Everyday Rayban มักตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะดีไซน์ที่เรียบและ Timeless ไม่สร้างความรู้สึกว่า “ใส่แว่นกีฬา” ในบริบทที่ไม่ใช่กีฬา

แต่ถ้าต้องการแว่นที่ใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและออกกำลังกาย รุ่นอย่าง Oakley Holbrook หรือ Frogskins เป็นจุดกึ่งกลางที่น่าสนใจมาก เพราะดีไซน์ไม่ได้ดูเหมือนแว่นกีฬาเต็มตัว แต่ยังใช้วัสดุและเลนส์ระดับ Performance ได้

สรุปง่าย ๆ

ปัจจัยOakleyRayban
เทคโนโลยีเลนส์Prizm (เหนือกว่าในสภาพแวดล้อมเฉพาะ)G-15 / Chromance (มาตรฐานสูง)
น้ำหนักกรอบเบากว่า (O-Matter)หนักกว่า (Acetate / Metal)
ความทนทานในกีฬาดีกว่าพอใช้ได้
สไตล์ทั่วไปSporty / ActiveClassic / Fashion
ราคาเริ่มต้นใกล้เคียงกันใกล้เคียงกัน

ในท้ายที่สุด ไม่มีแบรนด์ไหนดีกว่าโดยรวม มีแต่แบรนด์ที่ “เหมาะกว่า” สำหรับแต่ละคน ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองมาทดลองสวมที่ร้านจะได้คำตอบชัดกว่าอ่านรีวิวออนไลน์ทุกครั้ง

ดูรุ่น Oakley ทั้งหมดได้ที่ หน้าแบรนด์ Oakley และถ้าสนใจรุ่น Lifestyle โดยเฉพาะ Oakley Frogskins กับ Oakley Holbrook เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก

ดูคอลเลกชันเต็มของ Oakley และ Rayban ได้ที่เว็บไซต์ หรืออ่านคู่มือตัดแว่นเพื่อเลือกร้านที่เหมาะกับความต้องการ

ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

แชทกับเรา