oakley featured

Oakley Sutro เลือกยังไงให้เหมาะกับการปั่นและวิ่ง

Oakley Sutro เหมาะกับคนที่อยากได้แว่นทรงสปอร์ตบานพอจะกันลมและละอองถนนได้ดี แต่ยังไม่เทอะทะจนวิ่งแล้วรู้สึกถ่วงหน้า ถ้าจะใช้ทั้งปั่นและวิ่ง จุดที่ต้องดูจริงคือความกว้างกรอบ การกดทับสันจมูก และจังหวะที่แว่นนิ่งตอนก้มหน้าเลี้ยวรถหรือเร่งเพซ

คำตอบแบบสั้นที่สุดคือ Sutro เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งที่มีลม มีแดด และต้องการมุมมองกว้าง โดยเฉพาะปั่นถนน ปั่นในเมือง และวิ่งที่มีช่วงแดดแรง ส่วนงานที่ต้องกระแทกหนักมากหรืออยากได้กรอบแนบหน้าแบบไม่รับลมเลยอาจต้องเทียบรุ่นสปอร์ตที่โค้งกว่านี้ก่อนตัดสินใจ ลองดูข้อมูลรุ่นที่ แว่น Oakley แล้วจะเห็นภาพว่าทรงนี้อยู่ตรงกลางระหว่างแฟชั่นกับกีฬาได้พอดี

Oakley Sutro เหมาะกับปั่นหรือวิ่งมากกว่ากัน

ถ้าให้เลือกอย่างเดียว Sutro มักเด่นกับการปั่นมากกว่าวิ่ง เพราะเลนส์ทรงกว้างช่วยบังลม แสงเฉียง และฝุ่นจากถนนได้ดี เวลายกหัวมองทางหรือก้มแอโร่ เฟรมยังครอบพื้นที่สายตาได้มากพอ ระหว่างปั่นในกรุงเทพที่แดดสะท้อนจากรถและพื้นปูน แว่นทรงนี้ช่วยตัดความล้าได้ชัดเจนกว่ากรอบเล็กทั่วไป

สำหรับวิ่ง Sutro ใช้ได้ถ้าหน้าไม่เล็กเกินไปและจมูกไม่บีบ แต่ต้องยอมรับว่ากรอบกว้างอาจรับลมมากกว่ากรอบวิ่งสายลุยบางรุ่น เวลาวิ่งเร็วบนถนนเปิด ลมที่ลอดเข้าจากด้านข้างอาจทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกว่าแว่นขยับนิดหน่อย หากต้องการเทียบกับทรงอื่นในตระกูลเดียวกัน ให้ดูว่าแว่นชนหมวกกันน็อกไหม และเวลาหันคอซ้ายขวาเลนส์ยังอยู่ในเฟรมสายตาหรือไม่

ภาพที่ร้านมักยกให้ลูกค้าดูคือ ถ้า Sutro คือหมวกกันน็อกแบบเปิดที่ป้องกันดีและหายใจคล่อง กรอบที่เล็กลงกว่าจะเหมือนหมวกเต็มใบที่แน่นกว่า แต่เสียดสีมากกว่า สองแบบนี้ไม่ได้แทนกันตรง ๆ จึงต้องถามว่าต้องการความโล่ง หรือความนิ่งแนบหน้าเป็นหลัก

เลือกทรง เลือกขนาด และเช็กจุดสัมผัสอย่างไร

ก่อนดูสีเลนส์ ให้เช็กสามจุดนี้ก่อนเสมอ หนึ่งคือขอบล่างของเลนส์ต้องไม่ชนแก้มเวลายิ้มหรือก้ม สองคือดั้งจมูกต้องรับน้ำหนักได้โดยไม่กดเป็นรอยแดง สามคือขาแว่นต้องไม่ดันหลังหูจนเจ็บหลังใส่ต่อเนื่องสิบถึงสิบห้านาที ถ้าทั้งสามจุดนี้ผ่าน โอกาสใส่ปั่นหรือวิ่งแล้วไม่หงุดหงิดจะสูงขึ้นมาก

ที่ร้านมักให้ลองใส่แล้วก้มหน้าต่อเนื่องสักช่วงสั้น ๆ จากนั้นหายใจแรงขึ้นเหมือนเร่งเพซ แล้วสังเกตว่ากรอบไหลลงไหม จุดสัมผัสจมูกมีอาการลื่นหรือไม่ และปลายขาแว่นไปชนหมวกหรือสายหูฟังตรงไหนบ้าง การทดสอบแบบนี้สำคัญกว่าแค่ยืนส่องกระจก เพราะตอนใช้งานจริงลำตัวจะสั่น แรงกดจากเหงื่อและลมจะเปลี่ยนพฤติกรรมแว่นทันที

ถ้าหน้าแคบหรือสันจมูกต่ำ Sutro อาจต้องปรับความแน่นของแป้นจมูกมากกว่าปกติ บางคนใส่แล้วรู้สึกว่าแว่นลอยออกจากหน้าเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่ปัญหาทันที แต่ถ้าจะเอาไปวิ่งยาวควรลองหลายท่าพร้อมกัน ทั้งเดินเร็ว วิ่งเบา และก้มเหมือนเติมน้ำก่อนค่อยสรุป ความต่างเพียงไม่กี่มิลลิเมตรตรงดั้งจมูกมีผลกับความนิ่งมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

สำหรับคนใช้หมวกกันน็อก ต้องลองพร้อมหมวกทุกครั้ง เพราะขาแว่นที่ยกสูงหรือหนาไปอาจโดนเปลือกหมวกกด ถ้าใส่แล้วขยับหัวซ้ายขวาได้โดยไม่เกิดแรงดันที่ขมับ แปลว่าระบบพอดีตัวมากพอสำหรับปั่นระยะกลาง ถึงตรงนี้ยังไม่ต้องตัดสินจากความเท่ เพราะแว่นสปอร์ตที่ใส่สบายมักชนะรุ่นที่ดูดุดันกว่าเสมอ

ความกว้างเลนส์ควรเทียบกับหน้าและหมวกกันน็อกตรงไหน

จุดแรกคือความกว้างรวมของกรอบต้องไม่เลยขอบหน้าไปมากจนรู้สึกเหมือนแว่นล้นแก้ม จุดที่สองคือขอบบนของเฟรมไม่ควรดันเข้าหาหมวกจนเวลาเงยหน้ามองสัญญาณแล้วรู้สึกตึง จุดที่สามคือเลนส์ต้องไม่บังมุมมองด้านบนมากเกินไปเวลาปั่นก้มหน้า ถ้าเลือกได้พอดี แว่นจะเหมือนส่วนหนึ่งของหน้า ไม่ใช่ของที่ต้องคอยดึงขึ้นตลอดทาง

คนที่มีหน้าใหญ่จะชอบ Sutro มากกว่าเพราะสัดส่วนไม่หายไปกับใบหน้า ส่วนคนหน้าเล็กต้องระวังว่ากรอบอาจกินพื้นที่มากจนทำให้เห็นแว่นก่อนเห็นหน้า ในร้านจึงมักให้ยืนหน้ากระจกคู่กับหมวกจริง แล้วถามว่ามองตัวเองแล้วยังเห็นสัดส่วนคิ้ว แก้ม และแนวขมับชัดอยู่ไหม ถ้าดูบาลานซ์ตั้งแต่หน้ากระจก การใช้งานกลางแดดจริงจะง่ายขึ้นมาก

เลนส์สีไหนเหมาะกับปั่นกลางวันและวิ่งเย็น

กลางวันควรเริ่มจากเลนส์ที่ลดแสงและเพิ่มคอนทราสต์ได้ดี เพราะแสงในเมืองไทยแรงกว่าที่คิดมาก โดยเฉพาะถนนโล่งที่มีพื้นปูนและรถสีอ่อนสะท้อนแสงกลับมา ถ้าใช้ Sutro ปั่นกลางวัน เลนส์โทนเข้มช่วยลดการหรี่ตา และทำให้มองเส้นทางไกลได้สบายกว่าเลนส์ใสหรือสีอ่อน

ส่วนวิ่งเย็น ถ้าใช้ช่วงแดดเริ่มอ่อนลง เลนส์ที่เปิดภาพมากขึ้นจะช่วยให้เห็นพื้นถนน หลุม และขอบฟุตบาทชัดขึ้น โดยเฉพาะเวลาวิ่งหลังเลิกงานในเมืองที่มีเงาตึกตัดกับแสงถนน ถ้าจะให้เลือกแบบ rule-of-thumb ง่าย ๆ คือแดดจัดเลือกเข้ม แดดอ่อนเลือกกลาง ๆ และถ้าวิ่งใกล้ค่ำให้เน้นเลนส์ที่ยังอ่านพื้นผิวถนนได้ ไม่ใช่เข้มจนมืดเกินไป

สำหรับคนที่ชอบวิ่งปิดท้ายวัน เลนส์ที่ให้ความรู้สึกสว่างขึ้นมักช่วยเรื่องความมั่นใจมากกว่าเลนส์เข้มสุด เพราะลมเย็นและเงาต้นไม้ในสวนสาธารณะทำให้ตาเหนื่อยน้อยลง แต่ถ้าวิ่งบนถนนที่ยังมีรถสวนและไฟหน้ารถ แนะนำให้ลองใส่เดินจริงสั้น ๆ ก่อนเสมอ ร้านแว่นที่ดีจะไม่รีบฟันธงจากสีอย่างเดียว เพราะสีเลนส์กับสภาพแสงกรุงเทพไม่เคยตรงแบบตำราเป๊ะ ๆ

ถ้าอยากเช็กทางเลือกของแว่นในตระกูลเดียวกันแบบภาพรวม ให้ดูหน้าหลัก แว่น Oakley ประกอบ แล้วค่อยไล่เฉพาะรุ่นที่เหมาะกับกีฬา เพราะการเลือกสีเลนส์โดยไม่ดูรูปหน้าและกิจกรรมก่อน มักลงเอยที่ซื้อสีที่ชอบ แต่ใส่จริงแล้วล้าตา

ร้านช่วยลองอะไรให้ก่อนตัดสินใจ

ที่ร้านมักช่วยดูทั้งฟิตติ้งหน้าและฟิตติ้งกับอุปกรณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก สายรัดคาง หรือหูฟังแบบครอบหู จุดสำคัญคือให้แว่นนิ่งเวลาขยับตัวเร็วโดยไม่ต้องคอยดันขึ้น หากลองเดินเร็วแล้วแว่นยังอยู่ทรงเดิม แปลว่าระบบขาแว่นและดั้งจมูกผ่านขั้นต่ำแล้ว

อีกเรื่องที่ควรลองคือใส่ต่อเนื่องอย่างน้อยสิบถึงสิบห้านาที เพราะความสบายตอนเริ่มใส่กับความสบายตอนเหงื่อออกไม่เหมือนกัน บางกรอบตอนแรกยังโอเค แต่พอเริ่มชื้นจะเริ่มลื่นหรือกดตรงขมับ ร้านจึงมักให้ลูกค้าลองยืนคุยไปด้วย ขยับศีรษะไปด้วย และเงยหน้าลงหน้าพร้อมกัน เพื่อดูว่าจุดสัมผัสเปลี่ยนหรือไม่

ถ้าต้องการเลือกต่อให้เข้ากับงานตัดเลนส์หรือเช็กบริการเรื่องกรอบสปอร์ตของร้าน สามารถเทียบแนวทางใน แว่น Oakley ได้อีกครั้งก่อนตัดสินใจ เพราะบางคนไม่ได้ต้องการแค่ความสวย แต่ต้องการแว่นที่ไปต่อกับการใช้งานจริงได้ทั้งเช้าและเย็น โดยไม่ต้องเปลี่ยนกรอบระหว่างวัน

เช็กลิสต์สั้นก่อนซื้อ Sutro

  • ลองใส่พร้อมหมวกกันน็อก ถ้าใช้ปั่นเป็นหลัก
  • ก้มหน้าและหันซ้ายขวาเพื่อเช็กว่ากรอบไหลหรือไม่
  • ดูว่าดั้งจมูกและหลังหูมีรอยกดหลังลองต่อเนื่องหรือไม่
  • เลือกสีเลนส์ให้ตรงแสงใช้งานจริง มากกว่าตรงความชอบในกระจก

ถ้าผ่านสี่ข้อด้านบน Sutro มีโอกาสเป็นแว่นที่ใช้งานสปอร์ตได้คุ้มมาก เพราะทรงนี้ให้มุมมองกว้างและกันลมดีพอสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทั่วไป แต่ถ้าต้องการความแนบหน้าแบบสุดทางอาจต้องมองรุ่นอื่นในตระกูล Oakley เพิ่ม ความต่างไม่ได้อยู่ที่แบรนด์อย่างเดียว แต่อยู่ที่สรีระใบหน้ากับท่าทางเวลาปั่นหรือวิ่งด้วย

สรุปแบบใช้งานจริงคือ Sutro เหมาะกับคนที่ต้องการแว่นสปอร์ตทรงกว้างไว้ปั่นเป็นหลัก และวิ่งได้เมื่อฟิตพอดีหน้า ถ้าอยากให้คุยต่อเรื่องทรง เลนส์ หรือการเทียบรุ่นในฝั่ง แว่น Oakley ก็เริ่มจากกิจกรรมหลักก่อน แล้วค่อยเลือกสีเลนส์ตามแดดและเวลาใช้งาน

ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา