Oakley Radar EV Path เป็นแว่นกีฬาที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเดียว: ทำให้เลนส์ไม่กดแก้มขณะก้มหน้าตอนปั่นหรือวิ่ง และนั่นคือเหตุผลที่รุ่นนี้ยังคงขายดีในปี 2026 แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาต่อเนื่อง ใน Japan รุ่นนี้ยังติด top 10 ของ Kakaku.com ขณะที่รุ่นใหม่อย่าง Sutro Lite ซึ่งออกมาหลังหลายปีก็แทนที่ Radar ไม่ได้อย่างสมบูรณ์
Radar EV Path คืออะไร ทำไมชื่อถึงยาวขนาดนี้
ชื่อ Radar มาจากซีรีส์แว่นกีฬาที่ Oakley พัฒนามาตั้งแต่ปีต้น 2000 และยังคงเป็น platform หลักสำหรับแว่นกีฬาจนถึงปัจจุบัน ส่วน “EV” ย่อมาจาก Extended Vision หมายถึงการขยายมุมมองด้านบนให้กว้างขึ้นกว่า Radar รุ่นเดิม และ “Path” คือรูปทรงของเลนส์
ในซีรีส์ Radar EV มีเลนส์สองทรงหลักคือ Path และ Pitch ซึ่งหลายคนสับสนว่าต่างกันอย่างไร
Radar EV Path: ขอบล่างของเลนส์โค้งเข้าด้านใน ทำให้เลนส์ไม่สัมผัสกับแก้มแม้ก้มหน้าลงต่ำ เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มสูงหรือต้องก้มหน้าบ่อยขณะปั่นจักรยานในท่า aggressive position นักปั่นส่วนใหญ่ที่มีโครงหน้าแบบเอเชียเลือกรุ่นนี้เพราะแก้วตาและกระดูกแก้มโดดเด่นกว่าชาวตะวันตกโดยเฉลี่ย
Radar EV Pitch: เลนส์ครอบคลุมด้านล่างมากกว่า ให้การปกป้องแบบ full-coverage มากขึ้น แต่โอกาสกดแก้มสูงกว่าในคนที่มีโครงหน้าแบบเอเชีย เหมาะกับนักยิงปืนหรือนักกีฬาที่ต้องการมุมมองล่างกว้างสุด
สรุปให้ชัดเจน: ถ้าไม่แน่ใจและมีโครงหน้าแบบคนไทย เลือก Path ก่อน เพราะโอกาสเลนส์กดแก้มน้อยกว่ามาก
สเปกจริงที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
กรอบทำจาก O Matter วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ Oakley พัฒนาเอง น้ำหนักเบามากและทนความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกทั่วไป ไม่บิดเบี้ยวแม้ทิ้งไว้ในรถกลางแดดร้อนจัดของไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่แว่นราคาถูกมักเจอ
ขาแว่นและจมูกแว่นทำจาก Unobtainium ชื่อฟังดูตลกแต่เป็นวัสดุจริงที่มีคุณสมบัติพิเศษ: ยึดเกาะดีขึ้นเมื่อเปียกเหงื่อ ซึ่งตรงข้ามกับวัสดุปกติที่ลื่นขึ้นเมื่อเปียก ในทดสอบของ 220 Triathlon พบว่า Unobtainium grip ยึดหูได้ดีมากแม้หลังว่ายน้ำขึ้นฝั่งและเปลี่ยน leg มาวิ่ง ซึ่งเป็นสภาวะที่ทดสอบ grip ได้โหดที่สุด
ขนาดของเลนส์ Radar EV Path (รุ่น OO9208):
- ความกว้างเลนส์: 38 มม.
- ความสูงเลนส์: 50 มม.
- ความกว้างรวมกรอบ: 138 มม.
- ขาแว่น: 128 มม.
- ความโค้งเลนส์: 8-base curve (โค้งแบบ wrap-around)
ความโค้ง 8-base curve เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยปิดลมและแสงด้านข้างได้ดีกว่าแว่นทรงเรียบ โดยเฉพาะตอนปั่นจักรยานที่ความเร็วสูงซึ่งลมข้างจะรบกวนสายตาได้
เลือกสีเลนส์ Prizm แบบไหนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมไทย
นี่คือจุดที่คนซื้อ Radar EV Path ผิดพลาดมากที่สุด: เลือกสีตามความสวย ไม่ใช่ตามการใช้งาน Prizm ของ Oakley ไม่ใช่แค่สีที่ต่างกัน แต่ละสีถูก calibrate ให้เพิ่ม contrast ในสภาพแสงที่ต่างกันจริงๆ ผ่านกระบวนการที่ Oakley เรียกว่า Fine-Tuned Environment
| เลนส์ Prizm | VLT | เหมาะกับ | สภาพแสง |
|---|---|---|---|
| Road | 12% | ปั่นถนน, วิ่งกลางแจ้ง | แดดจัด (ไทยตลอดปี) |
| Trail | 22% | Trail running, ออกป่า | แสงผสม ร่มเงา |
| Black Polarized | 11% | ริมน้ำ, ขับรถ, lifestyle | แดดจัด + glare |
| Road Black | 9% | ปั่นในสภาพแดดสุดๆ | แดดจัดมากกว่า Road |
| Clear | 95% | วิ่งกลางคืน | แสงน้อย |
VLT (Visible Light Transmission) คือเปอร์เซ็นต์แสงที่เลนส์ปล่อยผ่าน ยิ่งต่ำยิ่งดีสำหรับแดดจัด Prizm Road ที่ VLT 12% ถือเป็น category 3 ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศกรุงเทพที่แดดจัดเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน
สำหรับนักวิ่งที่ออก trail ในไทยเช่น วิ่งบนดอยหรือในสวนป่าที่มีร่มเงาสลับกับพื้นที่โล่ง Prizm Trail ที่ VLT 22% เหมาะกว่า เพราะปล่อยแสงผ่านมากกว่าจึงเห็นรายละเอียดพื้นดินในที่ร่มได้ดีขึ้น
ผลการทดสอบจากนักกีฬาจริงในระดับสากล
Cyclingnews ซึ่งเป็น publication เฉพาะจักรยานที่มีผู้อ่านมากที่สุดในโลก ทดสอบ Radar EV Path ในเงื่อนไขการปั่นจริงและให้คะแนน 84% รวม โดยจุดที่ได้คะแนนเต็ม 10/10 มีสองข้อคือ Comfort (ความสบาย) และ Value (ความคุ้มค่า) ซึ่งผิดปกติมากเพราะแว่นในราคานี้มักได้ value ต่ำ จุดที่หักคะแนนมากที่สุดคือ Field of View ที่ได้ 6/10 เพราะกรอบด้านล่างของ Path ขัดมุมมองเล็กน้อยเมื่อก้มหน้าในท่า aggressive cycling position
220 Triathlon ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่อง triathlon ให้ 84% เช่นกัน โดยเน้นว่า Unobtainium grip ที่ขาแว่นยึดหูได้ดีมากแม้เหงื่อออกตอนว่ายน้ำขึ้นฝั่ง และยังคงกระชับตลอด bike leg และ run leg ซึ่งใช้เวลารวมกันหลายชั่วโมง
Runners World ซึ่งเป็น reference หลักของนักวิ่งทั่วโลก จัด Radar EV Path ไว้ในรายชื่อแว่นวิ่งที่แนะนำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นว่าการที่เลนส์ไม่สัมผัสแก้มทำให้ใส่สบายกว่ามากในการวิ่งระยะไกล ซึ่งตอบโจทย์นักวิ่ง marathon และ ultra-marathon
Radar EV Path กับ Sutro Lite เลือกรุ่นไหน
คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในร้านและ online forum: Radar EV Path กับ Sutro Lite ต่างกันอย่างไร ตอบได้ตรงๆ ว่าทั้งสองตอบโจทย์การใช้งานต่างกันชัดเจน
Radar EV Path: กรอบโอบรับหน้าได้แน่นจากการออกแบบ wrap-around 8-base curve ระบบปิดลมดีกว่า เหมาะกับความเร็วสูงและสภาพแวดล้อมที่มีลม ฝุ่น หรือแมลง
Sutro Lite: ดีไซน์ open-frame แบบ semi-rimless ระบายอากาศดีกว่าในสภาพอากาศร้อน เพราะมีช่องเปิดระหว่างเลนส์กับกรอบ ทรงดูทันสมัยและใส่ casual ได้ง่ายกว่า แต่ปิดลมได้น้อยกว่า Radar
สรุปสั้นๆ: ถ้าใส่ไปแข่ง triathlon หรือปั่นถนนที่ฝุ่นมากหรือมีลมแรง Radar EV Path คือตัวเลือกที่ดีกว่า ถ้าต้องการแว่นที่ใส่วิ่งตอนเช้าแล้วยังพอใส่กาแฟต่อได้โดยไม่ดูเหมือนนักกีฬาเต็มตัว Sutro Lite เหมาะกว่า
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแว่วิ่ง Oakley ทุกรุ่นที่มีจำหน่าย รวมถึง Sutro Lite, Sutro Lite Sweep และ Radar EV Path ได้ที่หน้าแว่นวิ่ง Oakley
ราคาและรุ่นที่หาซื้อได้ในไทย
Radar EV Path ในไทยมีช่วงราคาตั้งแต่ประมาณ 5,500 ถึง 8,500 บาทขึ้นกับสีเลนส์และประเภท
- รุ่น non-polarized (Prizm Road, Prizm Trail): ราคาเริ่มต้น 5,500-6,500 บาท
- รุ่น Prizm Black Polarized: ราคาประมาณ 6,690-8,500 บาท
- มี warranty 2 ปีจาก Luxottica Thailand (ศูนย์ทางการ) พร้อม case และ pouch
- รุ่น Low Bridge Fit (Asian Fit) ระบุด้วย “A” ต่อท้าย เช่น OO9208A
รุ่น Low Bridge Fit หรือ Asian Fit ออกแบบมาสำหรับคนที่มีสันจมูกเตี้ย ปรับระยะห่างระหว่างเลนส์กับใบหน้าให้เหมาะสมกับโครงหน้าเอเชียโดยเฉพาะ ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องใช้ low bridge หรือไม่ สังเกตว่าเมื่อสวมแว่นปกติแล้วแว่นไถลลงมาบ่อยหรือกดจมูกมากเกินไปหรือไม่ ถ้ามีปัญหาแนะนำลอง OO9208A ก่อน
ใส่เลนส์สายตาใน Radar EV Path ได้ไหม
Radar EV Path รองรับเลนส์สายตาได้ผ่านระบบ Oakley Authentic Prescription ซึ่งเป็นการ lab-cut เลนส์สายตาให้โค้งตาม 8-base curve ของกรอบโดยเฉพาะ ทำให้ได้ความคมชัดเทียบเท่าแว่นสายตาปกติ ไม่ใช่แค่ clip-on ที่คุณภาพการมองเห็นต่ำกว่า
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือการตัดเลนส์สายตาใน curved base frame ต้องการขั้นตอนพิเศษกว่าปกติ เลนส์ต้องถูก base curve ให้ตรงกับโค้งของกรอบ ถ้า cut ผิดจะทำให้มองเห็นบิดเบี้ยว โดยเฉพาะบริเวณขอบเลนส์ ถ้าสนใจตัดเลนส์สายตาลงกรอบ Radar แนะนำปรึกษาร้านตัดแว่นสายตาที่มีประสบการณ์ตัดเลนส์กรอบกีฬา curved base โดยเฉพาะ
Siam Eyewear มีประสบการณ์ตัดเลนส์ในกรอบ Oakley มากกว่า 15 ปี รวมถึงกรอบ curved base เช่น Radar EV Path, Jawbreaker และ Sutro ซึ่งต้องการเครื่องมือและความชำนาญที่แตกต่างจากกรอบปกติ ลูกค้าที่ตัดเลนส์สายตากับกรอบ Radar ที่ร้านได้รับการ verify ค่าสายตาและ base curve ก่อนตัดทุกครั้ง
สรุป Oakley Radar EV Path เหมาะกับใคร
หลังจากดูข้อมูลทั้งหมด Radar EV Path คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ:
- นักปั่นจักรยานถนนที่ต้องการ Prizm Road และกรอบที่ไม่กดแก้ม
- นักวิ่ง trail ที่ต้องการแว่นยึดหน้าแน่นขณะวิ่งในพื้นที่ขรุขระ
- นักกีฬา triathlon ที่ต้องการแว่นทำงานได้ดีตลอดทุก leg
- คนที่มีแก้มเด่นและเคยมีปัญหาเลนส์แว่นอื่นกดแก้ม
- นักกีฬาที่ต้องการใส่เลนส์สายตาในกรอบกีฬา curved base
ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแว่นกีฬาที่ยังดูทันสมัยพอใส่ในชีวิตประจำวัน ตรงนั้น Sutro Lite หรือ Frogskins ตอบโจทย์มากกว่า และไม่เหมาะสำหรับกีฬาในร่มหรือสภาพแสงน้อยถ้าเลือกเลนส์ Prizm Road ที่ VLT ต่ำ
ถ้าต้องการดูรุ่น Oakley สำหรับกีฬาทั้งหมดที่มีให้เลือก รวมถึงคำแนะนำว่า รุ่นไหนเหมาะกับกิจกรรมประเภทไหน สามารถดูได้ที่หน้าแว่ว Oakleyของร้าน
การดูแลรักษา Oakley Radar EV Path ให้ใช้งานได้นานปี
แว่ว Oakley Radar EV Path มีราคาเริ่มต้น 5,500 บาท การดูแลรักษาที่ถูกวิธีทำให้ใช้งานได้นาน 5-8 ปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนกรอบ สิ่งที่ควรรู้:
- ทำความสะอาดเลนส์: ใช้น้ำสะอาดล้างก่อนเสมอ ห้ามเช็ดเลนส์แห้งโดยตรง เพราะฝุ่นและทรายจะขีดข่วน coating Prizm ที่ชั้นบนสุด
- เก็บรักษา: ใส่ hard case ที่มาพร้อมแว่นทุกครั้งที่ไม่ใช้ เลนส์ Prizm มี coating หลายชั้นที่เสียหายได้จากรอยขีดข่วนแม้เล็กน้อย
- Unobtainium care: ล้างด้วยน้ำสบู่อ่อนทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นและ grip performance ของยาง Unobtainium ที่ขาแว่น
- เลนส์ร้าว: Oakley รองรับการเปลี่ยนเลนส์ผ่าน authorized service center โดยไม่ต้องเปลี่ยนกรอบทั้งชิ้น ประหยัดกว่าซื้อใหม่
อุณหภูมิที่ควรระวังคือการวางแว่นไว้บนแผงหน้าปัดรถในแดดร้อน สภาพแวดล้อมที่ 80-90 องศาเซลเซียสอาจทำให้ O Matter frame ที่ดูแข็งแรงเกิดการ warp เล็กน้อยเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ควรเก็บไว้ในกระเป๋าหรือ case เสมอ
เปรียบเทียบ Prizm Road กับเลนส์ที่นักปั่นไทยใช้กัน
นักปั่นไทยจำนวนมากยังใช้เลนส์กระจกสีดำมาตรฐาน (Category 3-4) หรือ polarized เพราะซื้อง่ายและราคาถูกกว่า แต่ Prizm Road ทำงานต่างกันอย่างชัดเจน
เลนส์ดำมาตรฐาน (standard dark tint): ลดแสงเข้าอย่างสม่ำเสมอในทุก wavelength ทำให้ภาพมืดลงแต่ไม่ได้เพิ่ม contrast โดยเฉพาะ ปัญหาคือสีแดงของสัญญาณไฟจราจรหรือเส้นทางบนถนนไม่ได้ชัดขึ้น
Prizm Road: ใช้เทคโนโลยี spectral tuning คือปรับ transmission ของแต่ละ wavelength ให้ต่างกัน โดยลด transmission ของสีเขียวและน้ำเงิน แต่รักษา transmission ของสีแดงและส้มไว้ ทำให้สมองแยกความแตกต่างของสิ่งที่มองเห็นได้เร็วขึ้น เช่น เส้นแบ่งเลน (สีขาว/เหลือง), รอยร้าวถนน (สีเข้ม), หรือกรวยจราจร (สีส้ม)
Polarized: ดีมากสำหรับการตัด glare จากผิวน้ำหรือถนนเปียก แต่อาจทำให้มองจอ LCD ของ Garmin หรือ Wahoo computer บนจักรยานยากขึ้น เพราะ LCD screen มี polarization filter เช่นกัน ทำให้ภาพหายไปในบางมุม
สำหรับนักปั่นในเมืองไทยที่ส่วนใหญ่ปั่นบนถนน สรุปง่ายๆ: Prizm Road = ดีที่สุดสำหรับถนน, Prizm Trail = ดีสำหรับออกนอกเมือง, Polarized = ดีถ้าปั่นริมน้ำหรือตอนฝนตก
คำถามที่พบบ่อย Oakley Radar EV Path
Radar EV Path มีขนาดเดียวหรือหลายขนาด
Radar EV Path มีขนาดเดียว (size M) ที่ frame width 138 mm ซึ่งออกแบบมาให้พอดีกับหน้าส่วนใหญ่ รวมถึงหน้าขนาด medium ของคนเอเชีย ไม่มี size S หรือ L ในรุ่นนี้ แต่มี version Low Bridge Fit (OO9208A) สำหรับคนจมูกเตี้ยโดยเฉพาะ
Oakley Radar EV Path กับ Radar Lock Path ต่างกันอย่างไร
Radar EV Path และ Radar Lock Path เป็นคนละรุ่น Radar Lock Path ใช้ระบบล็อคเลนส์แบบ magnetic snap ทำให้เปลี่ยนเลนส์ได้รวดเร็วกว่า เหมาะสำหรับนักกีฬาที่ต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อยตามสภาพแสง ราคาสูงกว่า EV Path ประมาณ 1,500-2,000 บาท ส่วน EV Path เปลี่ยนเลนส์ได้เช่นกันแต่ต้องถอดกรอบด้วยมือ
ซื้อ Oakley Radar EV Path ที่ไหนในไทยได้ของแท้
Oakley ของแท้ในไทยซื้อได้จาก Oakley official store, authorized resellers ที่มีใบอนุญาตจาก Luxottica Thailand, และร้านแว่นที่เป็น authorized service center ควรตรวจสอบว่ามาพร้อม warranty card จาก Luxottica Thailand และ hard case พร้อม cleaning pouch มาในกล่องหรือไม่ ถ้าขาย package ไม่ครบอาจเป็นของนำเข้าแบบ grey market ซึ่งไม่มีการรับประกันจากศูนย์ไทย
ใช้ Radar EV Path วิ่งมาราธอนได้ไหม
ได้ดีมาก Radar EV Path เป็นหนึ่งในแว่นที่ Runners World แนะนำสำหรับนักวิ่งระยะไกล เหตุผลหลักคือ Unobtainium grip ที่ขาแว่นและจมูกแว่นยึดได้แน่นขึ้นเมื่อเหงื่อออก แว่นไม่ขยับแม้วิ่งนาน 4-5 ชั่วโมง และ Path lens design ที่ขอบล่างโค้งเข้าทำให้ไม่กดแก้มตลอดระยะเวลาวิ่ง ซึ่งลดความระคายเคืองในการวิ่ง marathon หรือ ultra ได้มาก