Oakley PLAZMA (A) รีวิว เลนส์ Photochromic Asian Fit ปรับสีอัตโนมัติ เหมาะกับสภาพอากาศไทย 2026

Oakley PLAZMA (A) รีวิว เลนส์ Photochromic Asian Fit ปรับสีอัตโนมัติ เหมาะกับสภาพอากาศไทย 2026

แว่นกันแดด Oakley ส่วนใหญ่ที่เห็นในไทยล้วนใช้เลนส์ Prizm ทั้งสิ้น แต่มีเทคโนโลยีเลนส์อีกประเภทหนึ่งที่เหมาะกับชีวิตคนไทยมากกว่าในหลายสถานการณ์ นั่นคือเลนส์ Photochromic หรือเลนส์ที่ปรับความเข้มสีเองอัตโนมัติตามปริมาณแสง UV ที่รับ Oakley PLAZMA (A) OO9019A คือรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีนี้ พร้อม Asian Fit ที่ออกแบบมาสำหรับโครงหน้าคนเอเชียโดยเฉพาะ รีวิวนี้อธิบายว่า Photochromic ทำงานอย่างไร ต่างจาก Prizm อย่างไร และเหมาะกับการใช้งานในไทยแบบไหน

Oakley PLAZMA คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจสำหรับคนไทย

PLAZMA เป็นแว่นกีฬา full-wrap style ที่ออกแบบมาสำหรับ outdoor sport และกิจกรรมกลางแจ้งที่แสงเปลี่ยนแปลงบ่อย ลักษณะเฟรมเป็นทรง wrap ปกคลุมรอบดวงตา ปกป้องจากลมและแสงแดดจากทุกทิศทาง ไม่มีช่องว่างด้านข้างเหมือนแว่นแฟชั่นทั่วไป ทำให้เลนส์ไม่กระจายแสงจากขอบเข้าตา แม้ในสภาพที่แดดเฉียงต่ำในยามเช้าหรือเย็น ซึ่งพบบ่อยในพื้นที่ออกกำลังกายของคนเมืองในไทย

จุดเด่นที่ทำให้ PLAZMA แตกต่างจาก Oakley รุ่นอื่นในสายกีฬา คือเลนส์ Photochromic ที่เปลี่ยนความเข้มสีได้เองโดยไม่ต้องสั่งการ ไม่ต้องพกแว่นสองคู่หรือหยุดเพื่อเปลี่ยนเลนส์กลางทาง รุ่น (A) ย่อมาจาก Asian Fit ซึ่งปรับ geometry ของเฟรมให้เหมาะกับโครงหน้าคนเอเชียที่มักมีสันจมูกไม่สูงเท่าคนตะวันตก รุ่นที่มีในไทยคือ OO9019A-03 เฟรมสี Grey Ink พร้อมเลนส์ Photochromic

เปรียบง่ายๆ คือ PLAZMA เป็นแว่ง Oakley ที่ฉลาดพอจะปรับตัวเองตามสภาพแสงที่เจอในแต่ละวัน แทนที่จะเป็นเลนส์ตายตัวที่ดีเฉพาะในสภาพแสงที่กำหนด ความสะดวกนี้มีค่ามากในบริบทของนักกีฬาไทยที่ต้องออกกำลังกายทั้งช่วงเช้ามืดที่ยังมืดสลัว ช่วงสายที่แดดจัด และบางครั้งต้องแวะเข้าร้านอาหารหรืออาคารระหว่างกิจกรรม

เลนส์ Photochromic ทำงานอย่างไร และ Misconception ที่ต้องรู้

เลนส์ Photochromic มีสารเคมีที่ตอบสนองต่อรังสี UV (Ultraviolet) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์ที่มองไม่เห็น เมื่อ UV กระทบเลนส์ สารเคมีเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุล ทำให้เลนส์เข้มขึ้น เมื่อ UV ลดลง สารเคมีกลับสู่โครงสร้างเดิม เลนส์ค่อยๆ ใสขึ้นเอง กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ทำให้คุณภาพเลนส์เสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น

สิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด: เลนส์ Photochromic ตอบสนองต่อ UV เท่านั้น ไม่ใช่ความร้อน ไม่ใช่ความสว่าง ผลที่ตามมาคือ วันที่อากาศร้อนจัดแต่มีเมฆปกคลุมมาก UV ต่ำ เลนส์อาจไม่เข้มมากนัก ในขณะที่วันที่อากาศเย็นแต่แดดจัดไม่มีเมฆ UV สูง เลนส์จะเข้มมาก ความร้อนของอากาศไม่มีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนสีของเลนส์ชนิดนี้ ซึ่งหลายคนสับสน

ข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทย: กระจกหน้ารถกรอง UV ออกได้ประมาณ 98-99% ดังนั้นขณะนั่งอยู่ในรถ เลนส์ Photochromic จะยังคงค่อนข้างใส ไม่เข้มเหมือนกลางแจ้ง หลายคนซื้อ Photochromic ตั้งใจจะใส่ขับรถแล้วพบว่าเลนส์ไม่เข้มเท่าที่คาด นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องของสินค้า แต่เป็นข้อเท็จจริงทางฟิสิกส์ ถ้าต้องการเลนส์ที่เข้มขณะขับรถ ควรเลือก Polarized แทน แต่ถ้าออกกำลังกายกลางแจ้งหรือปั่นจักรยานที่ไม่ได้อยู่ในรถ Photochromic ทำงานได้ดีมาก

ตัวเลขจริงของการปรับสีเลนส์ PLAZMA

  • ระยะเวลาเลนส์เข้มขึ้นเมื่อออกกลางแจ้ง UV สูง: 30-60 วินาที
  • ระยะเวลาเลนส์ใสขึ้นเมื่อเข้าร่มหรืออาคาร: 2-5 นาที
  • ค่า VT (Visible Transmittance) เมื่อเลนส์เข้มสุดในแดดจัด: ประมาณ 20% (Category 3)
  • ค่า VT เมื่อเลนส์ใสสุดในร่ม: ประมาณ 80% (เกือบไม่มีสี)
  • สีเลนส์เมื่อเข้มสุด: เทา neutral ไม่ shift สีเหมือน Prizm

UV Index ในไทยกับ Photochromic ทำไมถึงเข้ากันดีเป็นพิเศษ

ประเทศไทยมีค่า UV Index เฉลี่ย 8-12 เกือบตลอดทั้งปี ระดับ Very High (8-10) ไปจนถึง Extreme (11+) สูงกว่าประเทศในยุโรปหรือญี่ปุ่นในฤดูร้อนถึง 2-3 เท่า UV ระดับนี้ทำให้เลนส์ Photochromic ตอบสนองได้เต็มที่ เข้มถึง Category 3 ซึ่งเทียบได้กับแว่นกันแดดมาตรฐานที่วางขายทั่วไปในไทย ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเลนส์จะ “ไม่เข้มพอ” สำหรับแดดไทย เพราะ UV ของเราสูงพอที่จะกระตุ้นสารเคมีในเลนส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดปี

ชีวิตคนไทยในเมืองเหมาะกับ Photochromic มาก เพราะมีการเข้า-ออกระหว่างกลางแจ้ง UV สูงและอาคาร AC บ่อยครั้ง นักวิ่งที่ออกจากคอนโดในยามเช้า เจอแดดทันที แวะซื้อน้ำที่ร้านสะดวก แล้วออกวิ่งต่อ เลนส์ Photochromic จัดการการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องถอดแว่นหรือหยุดกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น

เปรียบเทียบกับประเทศยุโรปที่ UV Index ฤดูร้อนอยู่ที่ 5-7 เลนส์ Photochromic อาจเข้มได้แค่ Category 1-2 ซึ่งผู้ใช้บางคนมองว่าไม่เพียงพอ แต่ในไทยที่ UV ระดับ Extreme เลนส์เดียวกันเข้มถึง Category 3 สม่ำเสมอ ทำให้ผลลัพธ์ดีกว่ามากสำหรับสภาพภูมิอากาศเขตร้อน

จากข้อมูลลูกค้าที่ Siam Eyewear พบว่า ผู้ที่ใช้ชีวิต outdoor ทั้งกลางแจ้งและในร่มสลับกันตลอดวัน มีความพึงพอใจกับ Photochromic สูงกว่าเลนส์ตายตัว เพราะไม่ต้องพกแว่นหลายคู่และไม่มีปัญหาเลนส์มืดเกินไปเมื่อเข้าร้านหรืออาคาร ข้อร้องเรียนอันดับ 1 ของลูกค้าแว่นกีฬาเลนส์เข้มตายตัวในไทยคือ “เข้าอาคารแล้วมองไม่ชัด” ซึ่ง Photochromic แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด

Asian Fit (A) ต่างจากรุ่น Standard อย่างไร

รุ่น OO9019A (Asian Fit) ปรับแตกต่างจาก OO9019 (Standard) ใน 3 จุดหลักที่สำคัญสำหรับคนไทย ความแตกต่างเหล่านี้ดูเล็กน้อยในตัวเลข แต่ผลต่อการสวมใส่จริงมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใส่ระหว่างออกกำลังกายนาน 1-2 ชั่วโมงขึ้นไป

สันจมูก (Nose Bridge) สูงขึ้น 2 มิลลิเมตร

ปรับสูงขึ้น 2 มิลลิเมตร เพื่อรองรับสันจมูกที่ไม่สูงของคนเอเชีย ในรุ่น Standard สำหรับคนไทยมักพบว่าแว่นจะไหลลงมาปิดแก้มและรูจมูก ทำให้ขอบเลนส์ล้ำลงมาในระดับสายตาและลด field of view โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกายที่เหงื่อออกมาก ทำให้แว่นยิ่งลื่นไหลง่ายขึ้น รุ่น Asian Fit แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดโดยไม่ต้องดัดเพิ่มเติมหลังซื้อ

ความโค้งของขาแว่น (Temple Curvature) ปรับใหม่

ปรับให้พอดีกับโครงศีรษะและใบหูของคนเอเชีย ซึ่งมักมีหัวกว้างกว่าและหูอยู่ตำแหน่งต่างจากคนตะวันตก ขาแว่ง Standard อาจหลวมเกินไปทำให้แว่นหลุดได้ง่ายขณะวิ่งหรือปั่น ขาแว่ง Asian Fit โค้งในมุมที่พอดีกว่าสำหรับโครงศีรษะเอเชีย ทำให้แว่นอยู่กับที่มากขึ้นในทุกกิจกรรมที่มีการสั่นสะเทือนหรือเปลี่ยนทิศทางบ่อย

ระยะเลนส์กับดวงตา (Vertex Distance) ลดลง

ลดลงเล็กน้อยในรุ่น Asian Fit ทำให้เลนส์ชิดหน้ามากขึ้น ลดช่องว่างที่แสงแดดหรือลมจะแทรกเข้ามาจากด้านข้างและด้านล่าง ให้การปกป้องที่ครอบคลุมกว่า โดยเฉพาะสำหรับกิจกรรม outdoor ที่ความเร็วสูง เช่น ปั่นจักรยานหรือวิ่งระยะไกลที่มีลมเข้าตาตลอด Vertex Distance ที่น้อยลงยังช่วยให้ peripheral vision ชัดกว่า เพราะขอบเลนส์ครอบคลุมมุมมองได้กว้างขึ้น

Photochromic vs Prizm เลือกอะไรดีกว่าสำหรับคนไทย

คำถามนี้พบบ่อยในหมู่คนที่สนใจ แว่นกันแดด Oakley เพราะทั้งสองเป็นเทคโนโลยีเลนส์ แต่ทำงานคนละมิติ ไม่ได้แข่งขันกัน เข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เลือกได้ถูกกับการใช้งานจริง

Photochromic (PLAZMA)Prizm (รุ่นอื่น)
หน้าที่หลักปรับความเข้มของเลนส์ตาม UV อัตโนมัติเพิ่มคอนทราสต์สีสำหรับกิจกรรมเฉพาะ
เหมาะสำหรับแสงแปรปรวน เข้า-ออกอาคารบ่อยกิจกรรมเฉพาะในแสงคงที่ (ปั่น วิ่ง กอล์ฟ)
ปรับได้เองใช่ อัตโนมัติตาม UVไม่ ต้องเลือกสีที่เหมาะก่อน
สีที่มองเห็นNeutral grey ไม่ shift สีเพิ่มสีเฉพาะ (แดง เขียว ฟ้า ตามรุ่น)
ใช้ในรถไม่เข้มเพราะกระจกรถกรอง UVได้ผลปกติ
ราคาสูงกว่าเล็กน้อยหลากหลายตามรุ่น

Photochromic และ Prizm ไม่ได้ขัดแย้งกัน Oakley มีรุ่นที่ใช้ทั้ง Prizm และ Photochromic พร้อมกันในบางรุ่น แต่สำหรับ PLAZMA OO9019A-03 รุ่นที่มีในไทยใช้เลนส์ Photochromic แบบ neutral grey ซึ่งให้การรับรู้สีธรรมชาติที่สุด ไม่มีการ shift สีเหมือน Prizm ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นสีตามความเป็นจริงของสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องการ color enhancement เพิ่มเติม

เลือก Photochromic เมื่อ: ชีวิตมีการเข้า-ออกอาคารบ่อย ต้องการแว่นใบเดียวสำหรับทุกสภาพแสง ไม่อยากพกหลายคู่ หรือออกกำลังกายในสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงตลอด เลือก Prizm เมื่อ: ออกกำลังกายในสภาพแสงคงที่ ต้องการเพิ่ม performance สำหรับกิจกรรมเฉพาะ หรือต้องการเลนส์ที่ทำงานได้แม้ขณะอยู่ในรถ

สเปคและวัสดุ Oakley PLAZMA (A) OO9019A-03

  • เฟรม: O Matter (Oakley’s ultra-lightweight engineering polymer ที่พัฒนามากว่า 30 ปี)
  • น้ำหนัก: ประมาณ 25-27 กรัม เบากว่าเฟรมโลหะส่วนใหญ่อย่างชัดเจน
  • เลนส์: Plutonite กรอง UV 100% ทุกความยาวคลื่น UVA UVB UVC และป้องกัน Blue Light ระดับสูง
  • เทคโนโลยีเลนส์: Photochromic VT range 20-80% ปรับอัตโนมัติ
  • Fit system: Three-point fit (จมูก 2 จุด ขาแว่นแต่ละข้างอีก 1 จุด)
  • การออกแบบ: Full wrap shield lens ปกป้องดวงตาจากทุกทิศทาง
  • สีเฟรมที่มีในไทย: Grey Ink (OO9019A-03)
  • ราคา: ประมาณ 5,500-7,500 บาท

O Matter คือวัสดุเฟรมที่ Oakley พัฒนาเองมากว่า 30 ปี ทนทานต่อความร้อนและแรงกระแทกมากกว่า polycarbonate ทั่วไป และยืดหยุ่นได้โดยไม่แตกหัก เหมาะมากสำหรับ outdoor sport ในไทยที่อากาศร้อนและชื้น ความร้อนจากแดดไทยไม่ทำให้ O Matter บิดตัวหรืออ่อนแอลงเหมือน plastic บางชนิด ทำให้แว่นยังคง fit เดิมตลอดการใช้งาน

Three-point fit คือระบบที่ Oakley ใช้ในแว่นกีฬาทุกรุ่น แทนที่จะกดลงบนจมูกจากด้านบนเหมือนแว่นทั่วไป แว่นสัมผัสที่ด้านข้างของจมูก 2 จุด และขาแว่นทั้งสองข้าง รับน้ำหนักกระจาย ไม่ทิ้งรอยบนสันจมูกแม้ใส่นาน และไม่กดทับประสาทที่ bridge จมูกซึ่งทำให้ปวดหัวเมื่อใส่นานในสภาพอากาศร้อนของไทย

วิธีดูแลเลนส์ Photochromic ให้ใช้งานได้นาน

เลนส์ Photochromic ต้องการการดูแลเพิ่มเติมเล็กน้อยเทียบกับเลนส์ทั่วไป เพื่อรักษาประสิทธิภาพการเปลี่ยนสีให้คงอยู่นานที่สุด สิ่งที่ทำลายสารเคมี Photochromic มากที่สุดคือแอลกอฮอล์ ความร้อนสูงที่สะสมในระยะยาว และการขีดข่วนจากวัสดุที่ไม่เหมาะสม

  • ทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน หรือสเปรย์ทำความสะอาดเลนส์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์สูงทำลายสารเคมี Photochromic ได้โดยตรง
  • หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษทิชชู เสื้อผ้า หรือผ้าที่ไม่ใช่ microfiber เช็ดเลนส์ เพราะจะเกิดรอยขีดข่วนที่มองเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเลนส์ปรับสี
  • เก็บแว่นในกล่องแข็งเมื่อไม่ใช้งาน อุณหภูมิในรถที่จอดกลางแดดในไทย (80-100 องศาเซลเซียส) อาจเร่งการเสื่อมของสารเคมี Photochromic ให้เร็วขึ้นได้
  • ประสิทธิภาพ Photochromic เสื่อมลงตามเวลาตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่ใช้งานได้ 2-3 ปีก่อนที่จะสังเกตเห็นว่าเลนส์เข้มได้น้อยลงในแดดเดิม ซึ่งเป็นปกติของเทคโนโลยีนี้

Oakley PLAZMA (A) เหมาะกับใครในไทย

Oakley PLAZMA (A) OO9019A เหมาะที่สุดสำหรับกลุ่มคนดังต่อไปนี้

  • นักวิ่งและนักปั่นจักรยานที่ออกกำลังกายในสภาพแสงแปรปรวน เช่น เข้าป่า เข้าอุโมงค์ ออกมาแดดจัด ต้องการแว่นที่ปรับตามสภาพแสงโดยอัตโนมัติ
  • คนที่ใช้ชีวิต outdoor แต่ต้องเข้าออกอาคาร AC บ่อยครั้งในแต่ละวัน ไม่อยากใส่แว่นกันแดดเข้มในอาคารจนมองไม่ชัด
  • คนไทยที่สันจมูกไม่สูง ต้องการ Asian Fit ที่กระชับไม่ไหลเวลาออกกำลังกายและเหงื่อออกมาก
  • ผู้ที่ต้องการแว่นใบเดียวสำหรับหลายสถานการณ์ ไม่อยากแบกกระเป๋าพกแว่นหลายคู่ตลอดวัน
  • นักกีฬา Triathlon หรือ Multi-sport ที่สลับกิจกรรมหลายอย่างในสภาพแสงต่างกันตลอดวัน

ไม่เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการแว่นขณะขับรถเป็นหลัก เพราะเลนส์ไม่ตอบสนองในรถเนื่องจากกระจกรถกรอง UV หรือผู้ที่ต้องการเลนส์ Prizm เฉพาะกิจกรรมในแสงคงที่ อย่างเช่น ปั่นจักรยาน road ระยะยาวที่แดดคงที่ตลอด ที่ต้องการ Prizm Road เพื่อเพิ่มคอนทราสต์ถนนและสิ่งกีดขวางโดยเฉพาะ

ตัดเลนส์สายตาใน PLAZMA ได้ไหม

PLAZMA เป็นแว่นกีฬาที่ออกแบบมาพร้อมเลนส์ non-prescription สำหรับสายตาปกติ สำหรับผู้ที่ต้องการใส่เลนส์สายตาในแว่ง Oakley ทางเลือกที่ถูกต้องคือ OX Series ซึ่งเป็นกรอบแว่นสายตา Oakley ออกแบบมาสำหรับเลนส์สายตาโดยเฉพาะ มีหลายรุ่นให้เลือกตั้งแต่ทรงคลาสสิกไปจนถึงทรงสปอร์ต และบาง OX Series ก็รองรับเลนส์ Photochromic ได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการ ตัดแว่นสายตา กับกรอบ Oakley ควรปรึกษาร้านที่มีประสบการณ์กับแว่น Oakley โดยตรง เพราะแต่ละรุ่นมีข้อจำกัดด้านค่าสายตาและชนิดเลนส์ที่เหมาะสมต่างกัน การวัดสายตาอย่างละเอียดก่อนตัดเลนส์ช่วยให้ได้เลนส์ที่พอดีกับกรอบและค่าสายตาได้แม่นยำที่สุด ป้องกันปัญหาเลนส์หนาเกินไปหรือ prismatic effect จากการวัดสายตาไม่แม่นยำ

สรุป Oakley PLAZMA (A) 2026

Oakley PLAZMA (A) OO9019A-03 คือตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไทยที่ต้องการแว่นกีฬาอเนกประสงค์และไม่อยากจุกจิกกับการเปลี่ยนเลนส์หรือพกหลายคู่ เลนส์ Photochromic ทำงานได้ดีมากในไทยเพราะ UV Index สูงตลอดปี ทำให้เลนส์ตอบสนองได้เต็มประสิทธิภาพ Asian Fit ช่วยให้แว่นกระชับโดยไม่ต้องดัดหรือปรับเพิ่ม และ O Matter frame เบาและทนทานสำหรับการใช้งาน outdoor ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาว่าใช้งานหลักในรถหรือกลางแจ้ง เพราะเลนส์ Photochromic ไม่ทำงานในรถ ถ้าต้องการแว่นที่ดีทั้งกลางแจ้งและขับรถ อาจต้องพิจารณา Prizm Polarized รุ่นอื่นแทน สำหรับการเลือก แว่นกันแดด Oakley ที่เหมาะกับ lifestyle และการใช้งานจริง ร้านที่ให้คำแนะนำเฉพาะทางจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำและคุ้มค่ากว่า ทั้งในการเลือกรุ่น เลือกสีเลนส์ และเลือกระหว่าง Photochromic กับ Prizm ตามสไตล์ชีวิตจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oakley PLAZMA

เลนส์ Photochromic ใน PLAZMA เปลี่ยนสีได้เร็วแค่ไหนในแดดไทย

ในสภาพ UV Index 10-12 ของไทย เลนส์จะเข้มเกือบสูงสุดภายใน 30-45 วินาที ซึ่งเร็วกว่าในสภาพ UV ต่ำของยุโรปที่ใช้เวลา 60-90 วินาที UV สูงกระตุ้นสารเคมีได้รวดเร็วกว่า ทำให้ PLAZMA ทำงานได้ดีมากในสภาพอากาศของไทยตลอดทุกฤดูกาล

PLAZMA ใส่ไปออกกำลังกายตอนเช้ามืดได้ไหม

ได้ เพราะเลนส์ Photochromic ในที่มืดหรือแสงน้อยจะใสมาก (VT สูงถึง 80%) ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนในสภาพแสงน้อย ต่างจากแว่นกันแดด Standard ที่เลนส์เข้มตายตัว ซึ่งทำให้มองเห็นยากในช่วงเช้ามืดหรือเวลาเมฆมาก นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับนักวิ่งที่ออกซ้อมตั้งแต่ตีห้าถึงห้าโมงเช้า

PLAZMA (A) กับ Flight Jacket (A) ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองเป็นแว่นกีฬา wrap-style ของ Oakley ที่มี Asian Fit แต่ต่างกันที่เทคโนโลยีเลนส์ Flight Jacket ใช้เลนส์ Prizm แบบตายตัว (เลือกสีได้หลายแบบ) และมีระบบเปลี่ยนเลนส์ Jawslock ที่สะดวก PLAZMA ใช้ Photochromic ที่ปรับสีเองอัตโนมัติ ไม่ต้องพกเลนส์สำรอง ถ้าต้องการ performance เฉพาะกีฬา เลือก Flight Jacket ถ้าต้องการความสะดวกแบบ all-in-one เลือก PLAZMA

ซื้อ PLAZMA (A) ที่ไหนได้รับประกันของแท้

ควรซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองจาก Oakley อย่างเป็นทางการ ซึ่งให้การรับประกันจาก Oakley โดยตรง สำหรับสินค้าที่ซื้อจากแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชื่อดัง ควรตรวจสอบร้านค้าว่าเป็น Authorized Dealer ก่อนทุกครั้ง เพราะตลาด Oakley ปลอมในไทยมีอยู่จริง โดยเฉพาะรุ่นที่เป็น Limited Edition หรือ Signature Series ที่มีราคาสูง

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Oakley รุ่นอื่นนอกจาก PLAZMA Oakley มีแว่นกีฬาหลายสายตั้งแต่ Jawbreaker สำหรับนักปั่นระยะไกล Radar EV สำหรับนักวิ่ง Sutro สำหรับ lifestyle sport และ Kato สำหรับนักกีฬาที่ต้องการ aerodynamic สูงสุด แต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกันตามประเภทกิจกรรม ความแตกต่างของเลนส์ระหว่าง Photochromic และ Prizm แบบต่างๆ คือสิ่งแรกที่ควรพิจารณาก่อนเลือกรุ่น เพราะเลนส์ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานจริงมากกว่าดีไซน์เฟรม

แหล่งอ้างอิง

  1. Impact of polarized lenses on driving safety (2019) — Journal of Safety Research
  2. Prizm Lens Technology — Oakley — Oakley, Inc.
  3. Digital Eye Strain Report (2016) — The Vision Council
  4. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017) — Clinical and Experimental Optometry
  5. ANSI Z87.1-2020 — Occupational and Educational Personal Eye and Face Protection — American National Standards Institute
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

แชทกับเรา