Oakley Plantaris กับ Oakley Plantaris SQ ต่างกันที่สัดส่วนหน้าเลนส์และความรู้สึกตอนวางบนหน้าแบบเห็นได้ชัดพอให้เลือกคนละทาง รุ่นหนึ่งจะให้ทรงยาวและเด่นกว่า อีกตัวจะดูแนบหน้าและคุมสัดส่วนง่ายกว่า เวลาได้ลองจริงที่ร้านแว่น ความต่างจะไปโผล่ตรงช่วงขมับ สันจมูก และน้ำหนักที่กดลงบนหน้าแก้มทันที
ถ้าอยากตัดสินใจเร็ว ให้มองแบบนี้ก่อน – Plantaris เหมาะกับคนที่ชอบทรงที่มีพื้นที่หน้าเลนส์เปิดและรับลุคสปอร์ตชัดกว่า ส่วน Plantaris SQ เหมาะกับคนที่อยากได้ทรงเหลี่ยมคมขึ้นและดูนิ่งขึ้นบนหน้าเดียวกัน ระหว่างลองจริง อย่าดูแค่กระจกด้านหน้า ให้หมุนหน้าเล็กน้อยแล้วเช็กว่าแขนแว่นดันขมับหรือไม่ เพราะบางครั้งแว่นที่สวยจากมุมตรงจะเริ่มรั้งทันทีตอนก้มมองมือถือหรือเดินกลางแดดกรุงเทพ
สำหรับคนที่กำลังดูตระกูลนี้ต่อเนื่องจากหน้าแบรนด์หลัก ลองเปิด แว่น Oakley ไว้เป็นจุดเริ่ม แล้วค่อยเทียบรุ่นที่สัดส่วนใกล้กันจริง เพราะการเลือก Oakley ไม่ค่อยจบที่ชื่อรุ่นอย่างเดียว มันจบที่ทรงหน้า ความกว้างกรอบ และแรงกดตอนใส่ทั้งวันมากกว่า
Plantaris กับ Plantaris SQ ต่างกันตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่รูปทรงโดยรวมและมุมของกรอบ Plantaris จะให้เส้นสายที่ยาวกว่าและมีความพลิ้วของทรงมากกว่า ส่วน Plantaris SQ จะตัดมุมให้ชัดขึ้น ทำให้หน้าตาดูแน่นและเป็นระเบียบกว่า จุดสำคัญคือกรอบต้องนั่งบนหน้าแล้วไม่แย่งคิ้ว ไม่ชนโหนกแก้ม และไม่ดันปลายขาแว่นให้ลอยเกินไป
ถ้าจะเทียบแบบคนลองหน้าร้าน ให้คิดเหมือนเลือกเก้าอี้สองแบบที่รับหลังคนละท่า รุ่นหนึ่งเอนไปทางเปิดและยาว อีกตัวตั้งตรงและคุมสัดส่วนง่าย คนหน้ากว้างหรือชอบเฟรมที่ดูมีเส้นเคลื่อนไหวมักมอง Plantaris ก่อน ส่วนคนที่อยากให้กรอบดูคมและกระชับมักเอนมาที่ Plantaris SQ มากกว่า แต่คำตอบสุดท้ายยังต้องจบที่การลองจริง เพราะกรอบที่ดูพอดีในรูปอาจกดสันจมูกต่างกันมากตอนสวมต่อเนื่องนานๆ
Plantaris SQ เหมาะกับหน้าแบบไหน
Plantaris SQ มักเข้ากับคนที่มีใบหน้ากลางถึงค่อนข้างกว้าง หรือคนที่ชอบทรงที่เก็บรูปหน้าให้ดูนิ่ง ไม่ฟุ้งไปทางสปอร์ตจัดเกินไป ถ้าหน้าค่อนข้างเรียวยาว กรอบทรงเหลี่ยมจะช่วยสร้างน้ำหนักภาพให้หน้าไม่ดูยืดเกิน และช่วยให้สัดส่วนจากคิ้วถึงแก้มดูสมดุลขึ้น เวลาลองหน้ากระจก ให้ดู 2 จุดคือระดับคิ้วกับความกว้างช่วงขมับ ถ้ากรอบเลยคิ้วมากเกินไปหรือบีบขมับตอนยิ้ม รุ่นนั้นยังไม่ใช่คำตอบ
อีกวิธีที่ร้านแว่นใช้เช็กคือให้ผู้ใช้งานก้มหน้าเล็กน้อยแล้วสังเกตว่ากรอบไหลลงหรือไม่ ถ้าไหล แปลว่าทรงหรือขนาดยังไม่ล็อกพอ ถ้าแอ่นออกด้านข้างจนเกิดช่องตรงขมับ แปลว่าต้องเปลี่ยนไซส์หรือเปลี่ยนรุ่น การวัดแบบนี้ใช้เวลาสั้น แต่ช่วยคัดรุ่นที่นั่งบนหน้าได้จริงมากกว่าดูจากชื่อรุ่นอย่างเดียว โดยเฉพาะกับ Oakley ที่รายละเอียดขาและสะพานจมูกส่งผลกับการใส่ชัดมาก
หากต้องการมองเส้นทางรุ่นทั้งตระกูลให้ครบ ลองเปิดหน้า แว่น Oakley แล้วเทียบกับหน้า แว่นกันแดด Oakley ไปพร้อมกัน จะเห็นว่าบางรุ่นเน้นลุค บางรุ่นเน้นงานจริง และ Plantaris SQ อยู่ตรงกลางระหว่างลุคกับการใช้งานพอดี ไม่สุดทางไปด้านใดด้านหนึ่ง
ควรลอง Plantaris ก่อนซื้ออย่างไรให้ไม่หลวมไม่บีบ
ให้ลองในลำดับที่ร้านใช้จริง เริ่มจากวางกรอบบนหน้า ดูสันจมูกก่อนแล้วค่อยขยับสายตาไปที่ขาแว่น ถ้าสันจมูกรับน้ำหนักไม่เสถียร ต่อให้ทรงสวยก็จะเริ่มรำคาญตอนใส่นานๆ จากนั้นลองก้มเงย 2-3 ครั้ง ถ้าแว่นไหลลงหรือปลายขากดขมับแปลว่าไซส์ยังไม่ลงตัว การเช็กแบบนี้ช่วยลดปัญหาที่คนมักเจอหลังซื้อไปแล้ว คือใส่ได้แค่ตอนยืนเฉยๆ แต่พอเดินขึ้นรถหรือนั่งทำงานกลับรู้สึกตึง
ที่ Siam Eyewear การลองแว่นไม่ได้จบที่หมุนหน้าในกระจกอย่างเดียว เพราะทีมหน้าร้านจะดูร่วมกับจุดสัมผัสจริงและ workflow การฟิตติ้งเลนส์ของ ZEISS ด้วย ถ้ากรอบวางดีแต่ตำแหน่งเลนส์ไม่สัมพันธ์กับสันจมูกหรือแนวตา ความสบายจะตกทันที โดยเฉพาะกับคนที่ใส่นานในเมืองที่แสงจัดและต้องขับรถสลับทางเท้ากับอาคารบ่อยๆ จังหวะฟิตเล็กๆ แบบนี้ทำให้แว่นหนึ่งตัวใส่ได้ต่างกันมาก
ถ้าผู้ใช้งานมองหาหน้าข้อมูลสำหรับจับคู่กรอบกับการตัดเลนส์ต่อ ลองอ่านหน้า ตัดแว่นสายตา เพื่อเห็นภาพการฟิตติ้งทั้งระบบ แล้วค่อยกลับมาเลือกว่า Plantaris หรือ Plantaris SQ ควรเป็นตัวที่เริ่มก่อน เพราะบางครั้งรุ่นที่ชนะไม่ใช่รุ่นที่เด่นที่สุด แต่เป็นรุ่นที่สวมแล้วลืมตัวเองว่ากำลังใส่แว่นอยู่
ราคา ความคุ้ม และจุดที่ควรจ่ายเพิ่ม
บทความนี้ไม่ใส่ราคาตายตัวเพราะราคาของ Oakley เปลี่ยนตามช่วงสินค้าและเลนส์ที่เลือก แต่หลักคิดเรื่องความคุ้มมีชัดมาก ถ้าผู้ใช้งานชอบลุคของ Plantaris มากกว่า Plantaris SQ อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องฝืนจ่ายเพิ่มให้รุ่นที่ดูแข็งกว่าเพียงเพราะชื่อหรือกระแส รุ่นที่คุ้มคือรุ่นที่ใส่แล้วหยุดคิดเรื่องการปรับแว่นตลอดเวลา นั่นแปลว่ากรอบทำงานแทนผู้ใส่ได้จริง
ถ้าคิดจากการใช้งานทั้งวัน ความคุ้มไม่ได้มาจากคำว่าแพงหรือถูก แต่มาจากจำนวนครั้งที่ต้องยกแว่นขึ้นจูนใหม่ ถ้า Plantaris รุ่นหนึ่งกดขมับน้อยกว่าในชีวิตจริง แม้ตอนลองจะดูไม่ต่างมาก ก็ถือว่ารุ่นนั้นคุ้มกว่าในทางใช้งานจริง หลายคนตัดสินจากภาพแรก แต่ความต่างของกรอบที่ดีจะโผล่ตอนออกแดด เดินรถติด หรือก้มอ่านหน้าจอเป็นเวลานาน
สรุปเลือก Plantaris หรือ Plantaris SQ
ถ้าชอบทรงที่ยาวกว่า ดูมีการเคลื่อนไหวของเส้น และอยากได้ลุคที่ไม่แน่นเกินไป ให้เริ่มจาก Plantaris ถ้าอยากได้ทรงที่คมกว่า นิ่งกว่า และคุมสัดส่วนบนหน้าได้ง่าย ให้เริ่มจาก Plantaris SQ กฎสั้นๆ คือรุ่นที่ดีต้องไม่บีบขมับ ไม่ลื่นลงจมูก และไม่ชนโหนกแก้มเมื่อยิ้ม ถ้า 3 จุดนี้ผ่าน รุ่นนั้นคือคำตอบของหน้าจริง ไม่ใช่แค่คำตอบของภาพถ่าย
ถ้ายังลังเล ให้ทำเหมือนช่างแว่นใช้ที่หน้าร้าน – ลองทีละรุ่น ยืนหน้ากระจก ดูด้านหน้าแล้วหันข้าง เช็กขาแว่นกับสันจมูก แล้วตัดสินจากความนิ่งตอนขยับหน้า ไม่ใช่จากความสวยในมืออย่างเดียว เมื่อคิดแบบนี้ การเลือกระหว่าง Plantaris กับ Plantaris SQ จะเร็วขึ้นมาก และจะเหลือแค่รุ่นที่เข้ากับหน้า การใช้งาน และความสบายจริงของผู้ใส่
แหล่งอ้างอิง
- ZEISS Vision Care - Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
- Impact of polarized lenses on driving safety (2019), Journal of Safety Research
- Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009), Optometry and Vision Science
- Digital Eye Strain Report (2016), The Vision Council
- Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017), Clinical and Experimental Optometry
