แว่นกีฬา Oakley หลายรุ่นใช้ได้ทั้งปั่นและวิ่ง แต่ Oakley Flight Jacket ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เดียวคือนักปั่นจักรยานที่ต้องการมุมมองสูงสุดในท่า drops ไม่ใช่แว่นอเนกประสงค์ทั่วไป ความต่างนี้สำคัญมากก่อนซื้อ เพราะถ้าเลือกผิด จะได้แว่นที่ประสิทธิภาพไม่ตรงกับการใช้งานจริง
Oakley Flight Jacket คืออะไร
Flight Jacket (รหัส OO9401) เป็นแว่นกีฬาของ Oakley ที่ตัดกรอบด้านบนออกจนหมด เรียกว่า Open-Edge Design ซึ่งแตกต่างจาก Jawbreaker ที่ยังคงมีขอบกรอบรอบเลนส์ครบ เหตุผลที่ตัดออกคือเพื่อขจัดการบังสายตาในทิศทางขึ้นบน
เมื่อนักปั่นก้มคอลงในท่า aerodynamic หรือท่า drops บนแฮนด์หนวด มุมมองด้านบนจะกว้างขึ้นทันที ไม่มีขอบกรอบมาบังทิศทางที่สำคัญที่สุดขณะแข่ง ในสนามแข่งจักรยานระดับโปร ความต่างของมุมมองเพียง 5-10 องศาอาจหมายถึงความสามารถในการจับสัญญาณถนนหรือเส้นทางได้เร็วขึ้น
นักปั่นระดับโปรอย่าง Nino Schurter แชมป์โลก XC MTB หลายสมัย และ Marcel Kittel นักสปรินต์ถนนชื่อดัง เลือกใช้ Flight Jacket ในการแข่งขัน ซึ่งสะท้อนว่าดีไซน์นี้ใช้งานได้จริงในสภาพความเร็วและสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วง
ทำไม Open-Edge Design ถึงสำคัญสำหรับนักปั่น
นักปั่นจักรยานถนนและ Triathlon ปั่นในท่า drops หรือท่าก้มคอตลอดการแข่ง ในท่านี้ลูกตาจะมองขึ้นเพื่อดูถนนข้างหน้า แว่นที่มีขอบกรอบด้านบนจะอยู่ในแนวสายตาพอดี ทำให้รู้สึกว่ามองเห็นน้อยลงหรือมีสิ่งกีดขวางในมุมมอง
Oakley แก้ปัญหานี้ด้วยการตัดขอบกรอบด้านบนออกทั้งหมด ผลลัพธ์คือนักปั่นมองเห็นถนนได้กว้างขึ้นโดยไม่มีสิ่งขัดขวาง ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ในการปั่นหลายชั่วโมง ความสบายตาที่สะสมตลอดเส้นทางมีผลต่อความเมื่อยล้าอย่างมาก
เลนส์ Plutonite ชิ้นเดียวขนาดใหญ่ครอบตาได้กว้าง ยึดกับโครงด้วยระบบ Three-Point Fit ซึ่งจัดแนวแสงออปติกได้แม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งกรอบรอบด้าน ผ่านมาตรฐาน ANSI Z80.3 ทั้งด้านออปติกและการรับแรงกระแทก กันรังสี UV ได้ 100% ถึง 400nm
3 จุดเด่นที่ทำให้ Flight Jacket แตกต่างจากแว่นกีฬาทั่วไป
1. Advancer Nosepiece กลไกระบายลมลดฝ้า
ปัญหาหลักของแว่นสปอร์ตทุกรุ่นคือฝ้าขณะออกกำลังกาย ยิ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ฝ้าจะเกิดเร็วและบดบังทัศนวิสัยอย่างรวดเร็ว Flight Jacket แก้ด้วย Advancer Nosepiece ซึ่งทำงานด้วยหลักการคันงัด
เมื่อกดส่วนด้านหลังของแป้นจมูก ด้านหน้าจะเปิดออก สร้างช่องว่างระหว่างเลนส์กับใบหน้า ลมจะไหลเวียนผ่านช่องนั้นพาความร้อนชื้นออกไป ลดการเกิดฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักปั่นที่ออกซ้อมตอนเช้าในสภาพอากาศกรุงเทพซึ่งร้อนชื้นตั้งแต่ 7 โมงเช้า จะเห็นความต่างนี้ชัดมาก
ฟีเจอร์นี้ไม่มีใน Jawbreaker รุ่นมาตรฐาน Jawbreaker มีช่องระบายอากาศบนเลนส์ (vents) แต่ไม่มีกลไกปรับเปิดปิดแบบนี้ ทำให้ Flight Jacket เหมาะกว่าในสภาพอากาศร้อนชื้น
2. ขาแว่น 2 ขนาด รองรับหมวกจักรยานทุกแบบ
ในกล่องมีขาแว่น 2 แบบ คือขาสั้นสำหรับใช้งานปกติ และขาแบบยาวสำหรับสอดใต้หมวกจักรยาน ปรับมุมเอียง (Rake) ได้ 3 ระดับเพื่อให้กระชับกับทรงหน้าและหมวกแต่ละแบบ
นักปั่นที่เคยมีปัญหาขาแว่นเสียดสีกับขอบหมวกจักรยานหรือแว่นหลวมเมื่อสวมหมวก จะพบว่าระบบขาแว่นของ Flight Jacket แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด ไม่ต้องซื้ออะไหล่เพิ่มเพราะมาพร้อมในกล่อง
3. แป้นจมูก 2 ขนาด รองรับทรงหน้าเอเชีย
มาพร้อมแป้นจมูก Unobtainium 2 ขนาดเพื่อรองรับทรงจมูกที่แตกต่างกัน รวมถึง Asian Fit ที่จมูกเตี้ยกว่ามาตรฐาน สำหรับคนไทยที่จมูกเตี้ยซึ่งมักมีปัญหาแว่นสปอร์ตลื่นลงเมื่อเหงื่อออก Unobtainium จะยึดเกาะดีขึ้นเมื่อสัมผัสกับความชื้น ซึ่งต่างจากพลาสติกทั่วไปที่ยิ่งชื้นยิ่งลื่น
เลือกเลนส์ Prizm ไหนเหมาะกับสภาพแสงของไทย
Prizm ไม่ใช่แค่สีเลนส์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ปรับคอนทราสต์เฉพาะช่วงสีที่กิจกรรมนั้นต้องการ เช่น Prizm Road เพิ่มคอนทราสต์ในช่วงสีที่ช่วยให้เห็นรอยร้าวบนถนน เส้นตีเลน หรืออุปสรรคบนผิวจราจรได้ชัดขึ้น ซึ่งต่างจากเลนส์กันแดดทั่วไปที่แค่ลดความสว่าง
Flight Jacket มีตัวเลือก Prizm หลายแบบ แต่ละแบบมีค่าการส่งผ่านแสง (Light Transmission) ต่างกัน ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเลนส์นั้นเหมาะกับสภาพแสงแบบใด
| เลนส์ Prizm | Light Transmission | สภาพแสง | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Prizm Road Jade | 15% | แสงจ้า | ปั่นถนนกลางวัน ช่วยเห็นพื้นผิวถนนชัดขึ้น |
| Prizm Sapphire | 12% | แสงจ้าจัด | กลางวันแดดเต็ม ฤดูร้อนของไทย |
| Prizm Low-Light | ~85% | แสงน้อย | เช้าตรู่ ครึ้มฟ้า หรือช่วงใกล้ค่ำ |
| Prizm Polarized | แปรผัน | แสงจ้า+สะท้อน | ถนนเปียกหรือพื้นผิวมีแสงสะท้อนสูง |
| Photochromic | ปรับอัตโนมัติ | เปลี่ยนตลอด | สภาพแสงเปลี่ยนบ่อยในรอบเดียว |
Prizm Road Jade เหมาะกับสภาพอากาศไทย
สำหรับสภาพอากาศไทยที่แดดจ้าส่วนใหญ่ Prizm Road Jade เป็นตัวเลือกหลักสำหรับนักปั่นถนน เพราะ 15% transmission ยังรับแสงได้พอดีไม่มืดเกินไป ขณะที่เทคโนโลยี Prizm เสริม contrast ให้เห็นรอยร้าว ตะเข็บถนน หรืออุปสรรคบนผิวจราจรได้ชัดขึ้น เหมาะกับการปั่นบนถนนในกรุงเทพและต่างจังหวัด
Prizm Low-Light สำหรับนักปั่นเช้า
นักปั่นไทยส่วนใหญ่ออกซ้อมตอนเช้าตรู่ก่อนแดดขึ้น ช่วงเวลา 5-7 โมงเช้า Prizm Low-Light ที่ประมาณ 85% transmission เหมาะที่สุด ให้ความสว่างของโลกตามธรรมชาติในขณะที่ยังช่วยเพิ่ม contrast ในสภาพแสงน้อย นักปั่นชาวญี่ปุ่นที่รีวิวรุ่นนี้ระบุว่า Low-Light เหมาะมากสำหรับการปั่นในสภาพอากาศครึ้มฟ้าหรือช่วงเช้าที่แสงยังน้อย
Prizm Polarized ดีไหม
Polarized ดีสำหรับลด glare โดยเฉพาะบนถนนเปียกหรือเส้นทางที่มีแสงสะท้อนจากน้ำ แต่มีข้อควรระวัง ในสนามแข่งนักปั่นระดับโปรหลายคนหลีกเลี่ยง Polarized เพราะอาจลดคอนทราสต์ที่ Prizm สร้างขึ้นได้เล็กน้อย และในบางกรณีทำให้อ่านหน้าจอ GPS หรือไฟจราจรได้ยากขึ้น สำหรับนักปั่นที่ไม่ได้แข่งขัน Polarized ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปั่นทั่วไปในเมือง
Oakley Flight Jacket vs Jawbreaker เลือกอะไร
ทั้งสองรุ่นมาจากสายการออกแบบเดียวกัน ใช้วัสดุ O-Matter เหมือนกัน และใช้เลนส์ Prizm เหมือนกัน แต่ตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน ดูรีวิว Oakley Jawbreaker เพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบรายละเอียด
| จุดเปรียบเทียบ | Flight Jacket | Jawbreaker |
|---|---|---|
| กรอบด้านบน | ไม่มี (Open-Edge) | มีกรอบครบ |
| มุมมองด้านบน | กว้างกว่า เหมาะท่า drops | บังเล็กน้อย |
| การระบายอากาศ | ดีกว่า (Advancer Nosepiece) | มี vents แต่น้อยกว่า |
| เปลี่ยนเลนส์ | ยากกว่า ไม่เหมาะเปลี่ยนบ่อย | ง่ายและเร็ว |
| ความกระชับ | ปานกลาง | กระชับกว่า wrap มากกว่า |
| ขาแว่น | 2 ขนาดแถมมา รองรับหมวก | ปรับได้ มี flared tips |
| เหมาะสำหรับ | ปั่นเร็ว Road/Triathlon ท่า aggressive | ปั่นทั่วไป ต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อย |
| ราคา MSRP | ~7,100-8,900 บาท | ใกล้เคียงกัน |
สรุปง่ายๆ ถ้ามี Jawbreaker อยู่แล้วและพอใจ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เว้นแต่มีปัญหาฝ้าบ่อยหรือต้องการวิวที่กว้างขึ้นในท่า drops แบบชัดเจน แต่ถ้ากำลังจะซื้อแว่นจักรยานคู่แรกและปั่น Road หรือ Triathlon เป็นหลัก Flight Jacket เหมาะกว่า
Flight Jacket เหมาะกับนักวิ่งหรือไม่
นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด Flight Jacket มักถูกโปรโมตว่าเหมาะทั้งปั่นและวิ่ง แต่นักรีวิวจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริการะบุตรงกันว่า ดีไซน์นี้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับนักปั่นในท่า drops หรือ aggressive position ไม่ใช่การวิ่งตรง
ขาแว่นที่ออกแบบมาสำหรับหมวกจักรยานอาจไม่กระชับพอในขณะวิ่งที่มีการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ในท่าวิ่งตรง Open-Edge Design ไม่ได้ให้ประโยชน์เด่นชัดเหมือนท่า drops เพราะมุมสายตาต่างกัน
นักวิ่งที่ต้องการแว่ง แว่นวิ่ง Oakley โดยเฉพาะ ควรพิจารณา Radar EV Path หรือ EV ZERO Path ซึ่งออกแบบมาสำหรับการวิ่งตรง มีขาแว่นที่กระชับกว่าในท่ายืนตรง และน้ำหนักเบากว่าในบางรุ่น
Oakley Flight Jacket กับแว่นจักรยาน Oakley อื่นๆ
ใน แว่นจักรยาน Oakley ทั้งหมด Flight Jacket อยู่ในกลุ่ม Road/Race ระดับสูง ร่วมกับ Jawbreaker และ Radar EV Path แต่ละรุ่นมีตำแหน่งการใช้งานที่ชัดเจน
- Flight Jacket – Road cycling ท่า aggressive, มุมมองบนเปิดกว้าง, ระบายอากาศดีที่สุด
- Jawbreaker – Road cycling ทั่วไป, เปลี่ยนเลนส์ง่าย, กระชับมากกว่า
- Radar EV Path – Versatile สำหรับทั้งปั่นและวิ่ง, กรอบเต็ม, ทนทาน
- Sutro Lite – Lifestyle + ปั่น Casual, น้ำหนักเบามาก, สไตล์ดูดี
ถ้าต้องการแว่นจักรยานที่ใช้ได้ทั้งปั่นและใช้ชีวิตประจำวัน Flight Jacket ไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าจุดประสงค์หลักคือประสิทธิภาพในการแข่งหรือปั่นซ้อมจริงจัง Flight Jacket คือรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งนั้นโดยตรง
ข้อมูลจำเพาะ Oakley Flight Jacket
- รหัสสินค้า: OO9401
- วัสดุกรอบ: O-Matter (โพลีเมอร์น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น ทนแรงกระแทก)
- วัสดุเลนส์: Plutonite (ผ่านมาตรฐาน ANSI Z80.3 ด้านออปติกและแรงกระแทก)
- กันรังสี UV: 100% ถึง 400nm
- แป้นจมูก: Unobtainium + Advancer Nosepiece (ปรับระบายอากาศได้)
- ขาแว่น: 2 ขนาด (สั้น + ยาว) ปรับ Rake ได้ 3 ระดับ
- ขนาดหน้า: Medium-Large
- ราคา MSRP: ประมาณ 7,100-8,900 บาท ขึ้นกับตัวเลือกเลนส์ Prizm
- มีตัวเลือก Asian Fit (สะพานจมูกสูงกว่าสำหรับโครงหน้าเอเชีย)
ตัดเลนส์สายตากับ Oakley Flight Jacket ได้หรือไม่
Oakley Flight Jacket ใช้เลนส์ Plutonite ชิ้นเดียวโค้ง (single lens) ซึ่งตัดเลนส์สายตาลงได้ยากกว่ากรอบแว่นสายตาทั่วไป เนื่องจากความโค้งของเลนส์สปอร์ตระดับสูงส่งผลต่อการบิดเบือนของภาพในเลนส์สายตา
Oakley มีบริการ Oakley Prescription สำหรับรุ่นที่รองรับ แต่ราคาและข้อจำกัดค่าสายตาจะแตกต่างกัน ค่าสายตาสูงกว่า -4.00 หรือมีค่าเอียงสูงอาจมีข้อจำกัดเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่สายตาสั้นและต้องการ กรอบแว่นสายตา Oakley แบบตัดเลนส์ได้ง่ายกว่า รุ่น OX Series (กรอบแว่นสายตา) หรือ Field Jacket (แว่นสปอร์ตเลนส์แยก 2 ชิ้น) อาจเหมาะกว่าเพราะรองรับค่าสายตาได้กว้างกว่า
ซื้อ Oakley Flight Jacket ที่ไหน ราคาเท่าไหร่
ราคา MSRP ของ Oakley Flight Jacket อยู่ที่ประมาณ 203-253 USD หรือราว 7,100-8,900 บาท ขึ้นอยู่กับตัวเลือกเลนส์ โดย Prizm Low-Light จะราคาถูกกว่า ส่วน Photochromic หรือ Polarized จะราคาสูงกว่า
ควรซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อรับประกันของแท้และบริการหลังการขาย การซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือมีความเสี่ยงได้รับของปลอมที่เลนส์ไม่ผ่านมาตรฐาน UV protection ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตามากกว่าไม่ใส่แว่นเลย
ถ้าต้องการใส่เลนส์สายตาในกรอบ Oakley หรือปรึกษาว่ารุ่นไหนเหมาะกับค่าสายตาและรูปแบบกิจกรรมของตัวเอง สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตัดแว่นสายตากับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจแว่นกีฬาโดยตรงได้เลย การวัดสายตาที่แม่นยำจะช่วยให้เลนส์ที่ตัดลงในกรอบสปอร์ตให้ภาพที่คมชัดและไม่บิดเบือน
สรุป Oakley Flight Jacket เหมาะกับใคร
Flight Jacket คือแว่นจักรยานที่เฉพาะเจาะจงที่สุดรุ่นหนึ่งของ Oakley ออกแบบมาสำหรับนักปั่นที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แว่นอเนกประสงค์
เหมาะสำหรับ:
- นักปั่นถนนและ Triathlon ที่ปั่นในท่า drops หรือ aero บ่อย
- นักปั่นที่มีปัญหาฝ้าจากเหงื่อในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย
- ผู้ที่ต้องการมุมมองด้านบนกว้างสูงสุดในขณะปั่น
- นักปั่นที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อย
- ผู้แข่งขันที่ต้องการแว่นระดับที่โปรใช้
ไม่เหมาะสำหรับ:
- นักวิ่งที่ต้องการแว่นวิ่งโดยเฉพาะ
- ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเลนส์บ่อยตามสภาพแสง
- นักปั่น Casual ที่ปั่นท่าตรงเป็นหลัก
- ผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ปั่นจักรยาน
จากยอดสอบถามที่ร้าน Siam Eyewear นักปั่นส่วนใหญ่มักลังเลระหว่าง Flight Jacket กับ Jawbreaker คำตอบขึ้นอยู่กับว่าปั่นในท่า aggressive บ่อยแค่ไหน และมีปัญหาฝ้าหรือไม่ ถ้าใช่ทั้งสองข้อ Flight Jacket คือคำตอบที่ดีกว่า
วิธีดูแลรักษา Oakley Flight Jacket ให้อยู่นาน
แว่นสปอร์ตราคาสูงต้องการการดูแลที่ถูกวิธี โดยเฉพาะเลนส์ Prizm ที่มีสารเคลือบพิเศษ การดูแลผิดวิธีจะทำให้สารเคลือบเสียหาย ทำให้ประสิทธิภาพ Prizm ลดลงก่อนเวลา
- ล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนเช็ดเสมอ ห้ามเช็ดแห้งๆ เพราะฝุ่นจะขูดเลนส์
- ใช้ผ้า microfiber ที่มาพร้อมกล่องเท่านั้น ห้ามใช้เสื้อหรือกระดาษทิชชู
- หลังปั่นที่มีเหงื่อเยอะ ควรล้างน้ำสะอาดทันที อย่าปล่อยให้เกลือจากเหงื่อตกค้างบนเลนส์
- เก็บในกล่องแข็งที่มาพร้อมกัน ห้ามวางเลนส์คว่ำลงบนพื้นแข็ง
- หลีกเลี่ยงการวางในรถที่ร้อนจัด ความร้อนสูงเกิน 60 องศาอาจทำให้กรอบ O-Matter บิดได้
- ทำความสะอาด Unobtainium บนแป้นจมูกและขาแว่นเป็นประจำ เพราะมีแนวโน้มสะสมเหงื่อและสิ่งสกปรก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oakley Flight Jacket
Oakley Flight Jacket เหมาะกับหัวใหญ่หรือหัวเล็ก
Oakley Flight Jacket ออกแบบมาสำหรับ Medium-Large face โดยทั่วไป กรอบ O-Matter มีความยืดหยุ่นพอสมควร แต่สำหรับผู้ที่มีหัวเล็กมาก อาจรู้สึกว่าแว่นหลวมเล็กน้อย โดยเฉพาะขาแว่นที่ออกแบบมาสำหรับหมวกจักรยาน การปรับ Rake ของขาแว่นจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง
Flight Jacket ต่างจาก Field Jacket อย่างไร
Field Jacket เป็นรุ่นน้องที่ใช้เลนส์แยก 2 ชิ้นแทนเลนส์ชิ้นเดียว ทำให้ตัดเลนส์สายตาลงได้ง่ายกว่ามาก Field Jacket มี Advancer Nosepiece เหมือนกัน แต่กรอบแตกต่าง ผู้ที่ต้องการตัดเลนส์สายตาควรพิจารณา Field Jacket แทน
เปลี่ยนเลนส์ Flight Jacket เองได้หรือไม่
เปลี่ยนได้ แต่ยากกว่า Jawbreaker มาก เลนส์ Flight Jacket ยึดด้วยระบบที่ต้องใช้แรงกดที่จุดถูกต้อง ถ้าไม่มีประสบการณ์อาจทำให้กรอบหรือเลนส์เสียหายได้ แนะนำให้ดูวิดีโอ tutorial จาก Oakley ก่อนทำเอง หรือให้ช่างแว่นช่วย
มีประกันสินค้าหรือไม่
Oakley ให้การรับประกันจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมข้อบกพร่องจากการผลิต ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือการใช้งานผิดวิธี ควรเก็บใบเสร็จและซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อสิทธิ์ในการรับประกัน
Oakley Flight Jacket Asian Fit สำหรับคนไทย
Oakley มี Flight Jacket ในรุ่น Asian Fit ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโครงหน้าชาวเอเชีย ความแตกต่างหลักอยู่ที่สะพานจมูกที่สูงขึ้นและปรับแต่งมาให้เข้าตำแหน่งที่ถูกต้องบนจมูกที่เตี้ยกว่ามาตรฐานตะวันตก ทำให้เลนส์อยู่ในระดับที่ถูกต้องและไม่ลื่นลงเมื่อเหงื่อออก
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ การเลือก Asian Fit จะให้ความกระชับและมุมมองออปติกที่ดีกว่า เพราะเลนส์จะอยู่ในระยะห่างจากดวงตาที่เหมาะสม ถ้าเลือกรุ่นปกติโดยไม่ได้ลองสวมก่อน มีโอกาสที่แว่นจะอยู่ไม่นิ่งขณะปั่น ทำให้เสียสมาธิและประสิทธิภาพลดลง
ก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ลองสวมจริงเสมอ และถ้ามีแผนตัดเลนส์สายตาลงในกรอบ Oakley ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาที่มีประสบการณ์กับแว่นกีฬาก่อน เพราะค่าสายตาและเทคโนโลยีเลนส์ที่ใช้ต้องคำนึงถึงความโค้งของกรอบสปอร์ตด้วย
ทดสอบแสงก่อนซื้อ – วิธีเลือก Prizm ที่ใช่
ปัญหาที่นักปั่นหลายคนเจอคือซื้อ Prizm มาแล้วรู้สึกว่าสีเลนส์ไม่เหมาะกับช่วงเวลาที่ปั่น เช่น ซื้อ Prizm Road ที่ 15% transmission มาแล้วพบว่าปั่นเช้าตรู่ที่ยังมืดอยู่ เลนส์มืดเกินไปจนมองทางไม่ถนัด
วิธีที่ดีที่สุดคือพิจารณาตามเวลาที่ปั่นมากที่สุด ถ้าปั่นเช้า 5-7 โมง เลือก Low-Light ถ้าปั่น 7-10 โมง เลือก Road Jade ถ้าปั่นช่วงกลางวันแดดจัด เลือก Sapphire หรือ Polarized และถ้าปั่นหลายช่วงเวลาในรอบเดียว เลือก Photochromic ที่ปรับอัตโนมัติ
นักปั่นบางคนมีเลนส์ Prizm สำรองไว้ 2 แบบ คือ Low-Light สำหรับปั่นเช้า และ Road Jade หรือ Sapphire สำหรับช่วงกลางวัน แต่สำหรับ Flight Jacket ที่เปลี่ยนเลนส์ยากกว่า Jawbreaker อาจไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวก ในกรณีนี้ Photochromic น่าจะตอบโจทย์กว่า
สรุปแล้ว Oakley Flight Jacket เป็นแว่นกีฬาที่ออกแบบมาอย่างมีจุดประสงค์ชัดเจน ไม่ใช่แว่นที่พยายามทำทุกอย่างได้ครบ แต่สิ่งที่ทำได้ คือการให้มุมมองที่ดีที่สุดสำหรับนักปั่นในท่า aggressive พร้อมระบบระบายอากาศที่เหนือกว่า นั่นคือเหตุผลที่นักปั่นโปรระดับโลกเลือกใช้รุ่นนี้ในการแข่งขัน
