Oakley Crosslink vs Crosslink Zero vs Crosslink Fit เปรียบเทียบกรอบแว่นสายตา

Oakley Crosslink vs Crosslink Zero vs Crosslink Fit (A) เปรียบเทียบกรอบแว่นสายตา Oakley สำหรับคนไทย 2026

กรอบแว่นสายตา Oakley ซีรีส์ Crosslink มี 3 รุ่นหลักที่ออกแบบสำหรับไลฟ์สไตล์ active ดีไซน์คล้ายกันแต่เป้าหมายต่างกันชัดเจน Crosslink OX8118 คือรุ่นมาตรฐานราคาเข้าถึงได้ Crosslink Zero OX8080 ใช้ titanium เพื่อน้ำหนักเบาสูงสุด และ Crosslink Fit (A) OX8142 ออกแบบ nose bridge ใหม่เพื่อใบหน้าเอเชียโดยเฉพาะ บทความนี้เปรียบเทียบทั้ง 3 รุ่นเพื่อให้ตัดสินใจได้ตรงกว่าเดิม

ทำไม Oakley ถึงออกแบบ Crosslink ซีรีส์หลายรุ่น

ซีรีส์ Crosslink ได้รับการพัฒนาจาก Oakley เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการกรอบแว่นสายตาอเนกประสงค์ที่รองรับทั้งชีวิตออฟฟิศและกิจกรรมกีฬาในแว่นเดียว ปัญหาของกรอบแว่นสายตาทั่วไปคือมักออกแบบมาสำหรับการนั่งทำงานอย่างเดียว เมื่อต้องวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว แว่นมักลื่น เลื่อน หรือไม่มั่นคงพอ

Oakley แก้ปัญหานี้ด้วยระบบ 3-Point Fit ที่กระจายน้ำหนักกรอบไปพร้อมกันที่จมูกทั้งสองข้างและขมับพร้อมกัน แทนการพึ่งพาจมูกเป็นหลักเหมือนกรอบแว่นสายตาทั่วไป ผลที่ได้คือแว่นที่นิ่งกว่าระหว่างเคลื่อนไหว และกดเจ็บน้อยกว่าอย่างมีนัยยะเมื่อใส่นาน

แต่ความต้องการของผู้ใช้งานยังหลากหลายมากกว่านั้น ทั้งเรื่องโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกันระหว่างชาวตะวันตกและชาวเอเชีย ระดับค่าสายตาที่ส่งผลต่อน้ำหนักเลนส์ งบประมาณที่ต่างกัน และระดับกิจกรรมกีฬาที่ไม่เหมือนกัน Oakley จึงพัฒนา 3 รุ่นในซีรีส์เดียว เพื่อให้แต่ละคนเลือกได้ตรงตามความต้องการจริง ไม่ใช่ตามที่แบรนด์กำหนดแบบ one-size-fits-all

Oakley Crosslink OX8118: รุ่นมาตรฐานของซีรีส์

Crosslink OX8118 รุ่นดั้งเดิมใช้ O-Matter เป็นวัสดุกรอบหลัก ซึ่งเป็น nylon-based polymer ที่ Oakley วิจัยพัฒนาและจดสิทธิบัตรเอง มีคุณสมบัติเบา ทนแรงกระแทก และยืดหยุ่นได้ดีในสภาพอากาศร้อน ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทย เพราะอุณหภูมิสูงทำให้พลาสติกทั่วไปอ่อนตัวและเสียรูปได้

ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 56-18-139mm (lens width 56mm, bridge 18mm, temple 139mm) น้ำหนักรวมประมาณ 28-30 กรัม ซึ่งถือว่าเบาในระดับกรอบสายตา full-rim ทั่วไป

ฟีเจอร์ที่ทำให้ Crosslink OX8118 ต่างจากกรอบสายตาทั่วไปที่สุดคือ Adjustable Earstem ที่ปรับมุมได้ 5 องศา ช่วยให้ปรับ fit ให้พอดีกับรูปหัวที่แตกต่างกันได้ โดยไม่ต้องนำไปให้ช่างปรับด้วยความร้อน ปลาย earstem ทำจาก Unobtainium® วัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษคือยิ่งเปียกเหงื่อยิ่งเกาะดีขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับวัสดุทั่วไปที่มักลื่นเมื่อชื้น

ในสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้นเกือบตลอดปี ฟีเจอร์นี้มีความสำคัญมากกว่าที่คิด คนที่วิ่งหรือปั่นจักรยานกลางแจ้งจะรู้สึกถึงความต่างชัดเจน เพราะแว่นจะยิ่งเกาะอยู่กับที่มากขึ้นเมื่อเหงื่อออก ไม่ลื่นหลุดระหว่างออกกำลังกาย

ที่ร้านมี Crosslink (A) OX8118 ในสี Satin Black และ Polished Grey Smoke ทั้งสองสี suffix (A) หมายถึง Asian Fit ที่เพิ่ม nose pad แบบ adjustable ช่วยให้คนจมูกเตี้ยใส่ได้พอดีกว่ารุ่น standard

ข้อดีและข้อควรรู้ของ Crosslink OX8118

  • ราคาเริ่มต้นต่ำสุดในซีรีส์ ความคุ้มค่าสูง
  • O-Matter ทนทาน ไม่แตกหักง่าย เหมาะกับการใช้งานหนัก
  • Earstem ปรับมุมได้ 5° แก้ปัญหากรอบเอียงหรือหนีบไม่พอดีได้เอง
  • น้ำหนักประมาณ 28-30 กรัม เบาสำหรับกรอบ full-rim
  • มี Asian Fit (A) รองรับจมูกเตี้ย nose pad ปรับได้
  • รองรับเลนส์สายตาทุกประเภท ทั้งเลนส์ชั้นเดียว progressive และ bifocal

Oakley Crosslink Zero OX8080: เลือกเบาสูงสุดด้วย Titanium Temple

Crosslink Zero คือรุ่น premium ในซีรีส์ ความแตกต่างหลักเมื่อเทียบกับ OX8118 คือ temple arms ทำจาก titanium แทนที่จะเป็น stainless steel ผลคือน้ำหนักรวมอยู่ที่ประมาณ 22-24 กรัม ซึ่งเบากว่า Crosslink มาตรฐานประมาณ 20-30%

ตัวเลข 5-8 กรัมที่ต่างกันฟังดูเล็กน้อย แต่เมื่อใส่แว่นต่อเนื่อง 8-12 ชั่วโมงต่อวัน น้ำหนักสะสมนั้นส่งผลชัดเจน คนที่มีปัญหาปวดบริเวณสันจมูกหรือขมับหลังใส่แว่นนานมักพบว่าการเปลี่ยนมาใช้กรอบที่เบากว่า 5-8 กรัมช่วยได้จริง

Titanium ยังมีข้อดีเรื่องความทนทานต่อการบิดตัวในระยะยาว กรอบ O-Matter ธรรมดาใช้งานไปหลายปีอาจเริ่มยืดออกหรือเสียรูปที่บริเวณ hinge โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทยที่มีความชื้นสูงตลอดปี Titanium temple ของ Zero มีความแข็งแรงเชิงโครงสร้างที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ยังคงรูปทรงเดิมได้นานกว่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ fit ที่คงที่สม่ำเสมอกว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี

ดีไซน์ของ Crosslink Zero มีความ minimalist กว่า OX8118 ตัดส่วนเสริมที่ไม่จำเป็นออก ให้ความรู้สึกสะอาดและดูเป็นมืออาชีพมากกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการแว่นสายตาที่ใส่ในออฟฟิศ meeting หรือประชุมลูกค้าได้ดูดี แต่พอเวลาออกกำลังกายตอนเย็นหรือวันหยุดก็ยังรองรับได้ดี

Crosslink Zero เหมาะกับคนแบบไหน

Crosslink Zero เหมาะกับ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ คนที่ใส่แว่นสายตานาน 10 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน คนที่มีค่าสายตาสูง (เกิน -4.00D หรือ +3.00D) ซึ่งเลนส์จะหนักกว่าปกติอยู่แล้วและน้ำหนักกรอบที่ลดลงจะช่วยได้มาก และคนที่ต้องการลงทุนระยะยาวกับกรอบที่จะคงสภาพดีกว่าและอยู่นานกว่าก่อนต้องเปลี่ยนใหม่

Oakley Crosslink Fit (A) OX8142: ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยตรง

Crosslink Fit (A) คือรุ่นที่ Oakley ออกแบบสำหรับ Asian Fit โดยเฉพาะ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Crosslink Fit (A) ไม่ใช่การนำ Crosslink มาตรฐานมาเพิ่ม nose pad ทีหลัง แต่เป็นการ redesign กรอบทั้งชิ้น ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ nose bridge geometry ที่มีความลึกน้อยกว่า pantoscopic tilt (มุมที่กรอบเอนลงจากขมับ) ถูก optimize สำหรับโครงสร้างใบหน้าเอเชีย และ frame curve โดยรวมที่ match กับ cheekbone ที่สูงกว่าของคนเอเชียมากกว่ารุ่นมาตรฐาน

ผลที่ได้คือแว่นที่นั่งอยู่บนใบหน้าในระนาบที่ถูกต้อง เลนส์สายตาอยู่ในตำแหน่ง optical center ที่ช่างตัดแว่นออกแบบไว้ ไม่เลื่อนลงกดข้างแก้ม และไม่ทิ้งรอยแดงที่สันจมูก ซึ่งเป็นปัญหาที่คนไทยจำนวนมากเจอกับกรอบ standard ที่ออกแบบสำหรับตลาดตะวันตก

ที่ร้านมี OX8142 ในสี Satin Black Redline ซึ่งให้ความรู้สึก sport-inspired ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ทำไม Crosslink Fit (A) ถึงต่างจากแค่การเพิ่ม nose pad

หลายคนเข้าใจผิดว่า Asian Fit แค่เพิ่มชิ้นพลาสติกที่จมูก ความจริงคือการปรับ nose pad ที่หลังทำงานได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะ pantoscopic angle และ frame wrap ที่ถูกออกแบบมาสำหรับใบหน้าตะวันตก ยังคงอยู่และส่งผลต่อ optical performance ของเลนส์สายตา โดยเฉพาะเลนส์ progressive ที่ต้องการความแม่นยำสูงในการวาง optical center

Crosslink Fit (A) แก้ปัญหานี้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ปลายปัญหา ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าและยั่งยืนกว่าการปรับหลังซื้อ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใส่แว่นทั้งวันและต้องการความสบายสูงสุดตลอดการใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบ Crosslink ทั้ง 3 รุ่น

รายละเอียดCrosslink OX8118Crosslink Zero OX8080Crosslink Fit (A) OX8142
วัสดุกรอบO-MatterO-Matter + Titanium templeO-Matter
น้ำหนักโดยประมาณ28-30 กรัม22-24 กรัม28-30 กรัม
Asian Fitมีรุ่น (A)มีรุ่น (A)Redesigned สำหรับ Asian
Nose Bridgeมาตรฐาน + nose pad ปรับได้มาตรฐาน + nose pad ปรับได้Redesigned ต่ำกว่า
Pantoscopic AngleมาตรฐานมาตรฐานAsian geometry
EarstemAdjustable SS 5°Titanium adjustableAdjustable SS
Unobtainium tipsใช่ใช่ใช่
รองรับเลนส์สายตาทุกประเภททุกประเภททุกประเภท
ระดับราคาเริ่มต้นสูงกว่า ~20-30%ใกล้เคียง OX8118

เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับตัวเอง

ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองพิจารณาจากคำถาม 3 ข้อนี้: ใส่แว่นกี่ชั่วโมงต่อวัน ค่าสายตาสูงแค่ไหน และเคยมีปัญหาแว่นลื่นหรือกดจมูกไหม คำตอบทั้ง 3 ข้อจะชี้ไปที่รุ่นที่เหมาะกับตัวเองได้ชัดเจน

ถ้าต้องการคำแนะนำตรง คนไทยส่วนใหญ่ที่มีจมูกเตี้ยหรือเคยมีปัญหาแว่นลื่นและเลื่อนบ่อย ควรเริ่มที่ Crosslink Fit (A) OX8142 ก่อน เพราะ geometry ถูกออกแบบมาเพื่อโครงสร้างใบหน้าแบบนี้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งการปรับหลังซื้อ

คนที่ใส่แว่นนานหรือมีค่าสายตาสูงควรเลือก Crosslink Zero OX8080 เพราะน้ำหนักที่ลดลงจาก titanium temple จะช่วยลดแรงกดที่จมูกและขมับตลอดทั้งวัน ในระยะยาวเรื่องนี้ส่งผลต่อความสบายจริง

สำหรับคนที่งบประมาณจำกัดหรือต้องการกรอบที่ทนทานราคาสมเหตุสมผล Crosslink OX8118 ยังเป็นตัวเลือกที่ดีมาก โดยเฉพาะรุ่น (A) ที่มี nose pad ปรับได้ ครอบคลุมความต้องการพื้นฐานได้ครบ และรองรับเลนส์คุณภาพสูงได้เช่นเดียวกับรุ่น premium ในซีรีส์เดียวกัน กรอบราคาต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าเลนส์ที่ตัดลงไปจะด้อยคุณภาพลงตาม เพราะเลนส์เป็นคนละชิ้นกับกรอบ

O-Matter คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ

O-Matter เป็น nylon polymer ที่ Oakley พัฒนาขึ้นเองและจดสิทธิบัตรไว้ตั้งแต่ปี 1980s คุณสมบัติหลักที่ทำให้แตกต่างจากพลาสติกทั่วไปคือ stress resistance ที่สูงกว่า ยืดหยุ่นได้ดีในช่วงอุณหภูมิกว้าง ตั้งแต่อากาศเย็นจัดถึงร้อนจัด โดยไม่เปราะหรืออ่อนตัวมากผิดปกติ

สำหรับไทยที่อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30-38 องศาตลอดทั้งปี O-Matter มีความสำคัญมากในเรื่อง dimensional stability หรือความสามารถในการรักษารูปทรงโดยไม่ยืด บิด หรือเปลี่ยนรูปจากความร้อน กรอบพลาสติกทั่วไปที่ราคาถูกกว่ามักมีปัญหานี้หลังใช้งาน 1-2 ปี

อีกข้อดีของ O-Matter คือรับแรงกระแทกได้ดีกว่าวัสดุทั่วไปในระดับเดียวกัน ถ้าแว่นตกลงพื้นหรือถูกกระแทก กรอบจะ flex ก่อนแตก แทนที่จะแตกทันที ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานในระยะยาว

การเลือกเลนส์สายตาสำหรับกรอบ Oakley Crosslink

ทั้ง 3 รุ่นรองรับเลนส์สายตาได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ชั้นเดียว เลนส์ progressive สำหรับสายตาผสม หรือเลนส์ bifocal แต่มีข้อควรรู้สำหรับคนที่มีค่าสายตาสูง กรอบ Oakley ซีรีส์ sport มักมี base curve ที่สูงกว่ากรอบ fashion ทั่วไป ซึ่งส่งผลต่อการ calculate prescription ในเลนส์ เพราะเลนส์ที่มีความโค้งสูงขึ้นจะมี prismatic effect ต่างกัน ต้องคำนวณ wrap-compensated prescription ให้ถูกต้องก่อนผลิตเลนส์ ถ้าร้านที่ตัดไม่มีประสบการณ์กับกรอบ sport อาจใช้ค่าสายตาตรงจาก prescription ใบซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำในกรอบที่มี wrap มาก

สำหรับคนค่าสายตาสูงเกิน -4.00D หรือ +3.00D แนะนำเลนส์ Index 1.67 หรือ 1.74 เพื่อลดความหนาของเลนส์ ซึ่งยังช่วยลดน้ำหนักรวมของแว่น ทำให้กรอบ Crosslink ที่เบาอยู่แล้วยิ่งเบาขึ้นอีก

การตัดแว่นสายตากับกรอบ Oakley จึงควรทำที่ร้านที่มีประสบการณ์กับกรอบ sport-oriented และมีอุปกรณ์วัดสายตาที่แม่นยำ Siam Eyewear ใช้เครื่อง ZEISS 4 เครื่องวัดสายตาแบบ 20 ขั้นตอน เพื่อให้ค่าที่ได้แม่นยำถึง 0.1mm ก่อนลงเลนส์ทุกคู่

ราคาและความคุ้มค่าของแต่ละรุ่น

กรอบ Oakley Crosslink ซีรีส์มีราคาที่แตกต่างกันตามวัสดุและฟีเจอร์ โดย Crosslink OX8118 เป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์ในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากที่สุด Crosslink Fit (A) OX8142 มีราคาใกล้เคียงกัน เพราะการ redesign ไม่ได้เพิ่มต้นทุนวัสดุมากนัก ส่วน Crosslink Zero OX8080 มีราคาสูงกว่าประมาณ 20-30% เนื่องจาก titanium temple ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่า

เมื่อรวมต้นทุนเลนส์สายตาเข้าไปด้วย ราคากรอบที่ต่างกันจะกลายเป็นสัดส่วนที่น้อยลง โดยเฉพาะถ้าเลือกเลนส์ ZEISS คุณภาพสูงซึ่งเริ่มต้นที่ 2,880 บาท ในกรณีนี้การลงทุนกับ Crosslink Zero ที่เบากว่าอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะกรอบที่ดีกว่ายังคงสภาพได้นานกว่าและไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย

การดูแลรักษากรอบ Crosslink ให้อยู่นาน

กรอบ O-Matter ของ Crosslink ทนทานกว่าพลาสติกทั่วไปมาก แต่ยังมีข้อควรระวังบางอย่างที่ควรรู้ ข้อแรกคืออย่าทิ้งแว่นไว้ในรถที่จอดกลางแดด เพราะอุณหภูมิภายในรถที่จอดแดดในไทยอาจสูงถึง 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้ O-Matter เริ่มอ่อนตัวและ frame เสียรูปได้ แม้จะทนกว่าพลาสติกธรรมดามาก แต่ยังไม่ immune กับความร้อนสูงระดับนี้

ส่วน Unobtainium ที่ปลาย earstem ควรล้างด้วยน้ำเปล่าเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพราะเหงื่อและไขมันที่สะสมอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้นในระยะยาว เช็ดด้วยผ้าแว่นนุ่มและเก็บในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

Titanium temple ของ Crosslink Zero ไม่ต้องการการดูแลพิเศษเพิ่มเติม แต่ควรหลีกเลี่ยงการงอ hinge มากเกินไปบ่อย เพราะแม้ titanium จะทนทาน แต่ metal fatigue สามารถเกิดได้หากงอซ้ำบริเวณเดิมนานเป็นปี

ระบบ Crosslink และฟีเจอร์ที่ทุกรุ่นมีร่วมกัน

นอกจากความต่างแล้ว ทั้ง 3 รุ่นมีฟีเจอร์หลักที่เหมือนกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Crosslink:

ระบบ 3-Point Fit กระจายน้ำหนักไปที่จมูกทั้งสองข้างและขมับพร้อมกัน แทนการพึ่งพาจมูกเป็นหลัก ส่งผลให้แว่นมั่นคงกว่า ไม่กดเจ็บจุดเดียวนาน

Unobtainium® earstem tips วัสดุที่ยิ่งสัมผัสเหงื่อยิ่งเพิ่ม grip ตามสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยซึ่งเหงื่อออกง่าย ฟีเจอร์นี้เป็นประโยชน์มากกว่าที่คิดในการใช้งานจริง

Adjustable earstem angle ปรับมุมได้เพื่อให้แว่นนั่งพอดีกับรูปหัวที่แตกต่าง ไม่ต้องพึ่งช่างทุกครั้งที่ต้องปรับ

Prescription-ready lens bays ทุกรุ่นรองรับเลนส์สายตาสั่งทำได้โดยตรง ไม่ต้องใช้ adapter หรือดัดแปลงใด

Crosslink กับการใช้งานกีฬาในไทย

กลุ่มลูกค้าที่เลือกกรอบ Crosslink ที่ร้านมากที่สุดคือนักปั่นจักรยานและนักวิ่งที่มีค่าสายตาและต้องการแว่นสายตาที่ใส่ขณะออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใส่ contact lens ทุกครั้ง

ข้อดีของกรอบ Crosslink ในบริบทนี้คือ full-rim design ที่ครอบเลนส์ไว้มั่นคงกว่า semi-rimless หรือ rimless ระหว่างเคลื่อนไหว และ Unobtainium ที่ earstem ทำให้แว่นไม่หลุดแม้เหงื่อออกมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทก เช่น MTB downhill หรือกีฬาต่อสู้ กรอบแว่นกันแดดรุ่น shield อย่าง Oakley Sutro หรือ Oakley Jawbreaker ยังให้การปกป้องที่ครอบคลุมกว่าสำหรับกรณีที่ต้องการ coverage รอบทิศทาง เลือกตามประเภทกิจกรรมหลักของตัวเองจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่มีกรอบเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์

สรุป: Crosslink ซีรีส์เหมาะกับใคร

กรอบแว่นสายตา Oakley Crosslink ทั้ง 3 รุ่นมีจุดแข็งที่ต่างกันชัดเจน ไม่มีรุ่นไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่แต่ละรุ่นดีที่สุดสำหรับกลุ่มคนที่ออกแบบมาให้ เลือกตาม lifestyle ค่าสายตา และโครงสร้างใบหน้าของตัวเองได้เลย:

  • Crosslink Fit (A) OX8142 – คนไทยจมูกเตี้ย หรือเคยมีปัญหาแว่นลื่นและกดแก้ม รู้สึกว่ากรอบมาตรฐานไม่เคยนั่งพอดี ควรเริ่มที่รุ่นนี้ก่อน
  • Crosslink Zero OX8080 – ค่าสายตาสูง -4.00D ขึ้นไป หรือใส่แว่นนาน 10+ ชั่วโมงต่อวัน ต้องการน้ำหนักเบาสูงสุดและกรอบที่คงสภาพได้นานกว่า
  • Crosslink OX8118 – งบประมาณที่เข้าถึงได้ ต้องการกรอบทนทานราคาสมเหตุสมผล ใช้งานหนักทั้งออฟฟิศและกีฬา

ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ OX8118 OX8080 และ OX8142 มีจำหน่ายที่ Siam Eyewear พร้อมบริการวัดสายตาและตัดเลนส์ในชุดเดียว ไม่ต้องซื้อกรอบที่หนึ่งและตัดเลนส์อีกร้าน เพราะการ fit ที่ถูกต้องต้องอาศัยการวัดสายตาและใส่กรอบจริงพร้อมกัน ราคาเลนส์สายตาที่ตัดกับ Siam Eyewear เริ่มต้นที่ 2880 บาท ทุกระดับราคาได้มาตรฐาน ZEISS เหมือนกัน

ดูรายละเอียดแต่ละรุ่นและสีที่มีได้ที่หน้า กรอบแว่นสายตา Oakley และดูแบรนด์ทั้งหมดพร้อมคอลเลกชันล่าสุดได้ที่ Oakley ถ้าไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับใบหน้าและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ช่างที่ร้านช่วยแนะนำได้ตั้งแต่การเลือกกรอบจนถึงการวัดสายตาและตัดเลนส์ให้เหมาะกับค่าสายตาจริงของแต่ละคน

ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

แชทกับเรา