Oakley Corridor A OO9248A รีวิว คู่มือเลือก Shield Lens Asian Fit สำหรับคนไทย 2026

Oakley Corridor A OO9248A รีวิว คู่มือเลือก Shield Lens Asian Fit สำหรับคนไทย 2026

Oakley Corridor A OO9248A คือแว่นกันแดด Shield Lens ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโครงสร้างใบหน้าแบบเอเชียโดยเฉพาะ กรอบ O Matter น้ำหนักเพียง 28 กรัม เลนส์ Prizm Sapphire ค่า VLT 41% และระบบ Unobtanium ที่จับยึดแน่นขึ้นเมื่อเจอเหงื่อ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กิจกรรมกลางแจ้งในอากาศร้อนชื้นของไทยได้ดีกว่าแว่น Shield ทั่วไปที่ออกแบบมาสำหรับโครงหน้าตะวันตก

Corridor A คืออะไร และทำไมถึงต้องมีรุ่น Asian Fit

แว่นกันแดดส่วนใหญ่ในตลาดถูกออกแบบมาสำหรับสรีระของชาวตะวันตก ซึ่งโดยเฉลี่ยมีสันจมูกสูงกว่า โครงกระดูกโหนกแก้มโดดเด่นกว่า และระยะห่างระหว่างขมับกว้างกว่าคนเอเชีย ผลที่ตามมาคือผู้ใช้งานชาวไทยมักเจอปัญหาซ้ำๆ เช่น แว่นหล่นเมื่อก้มหน้า ขาแว่นกดขมับแน่นเกินไป หรือเลนส์อยู่ห่างจากตามากเกินไปจนมองเห็นกรอบเป็นเงาบังทิวทัศน์

Oakley แก้ปัญหานี้อย่างจริงจังด้วย Fit A หรือ Asian Fit ซึ่งไม่ใช่แค่การลดความกว้างของสะพานจมูกเล็กน้อย แต่เป็นการปรับแบบใหม่ทั้งหมดประกอบด้วย สะพานจมูกที่ต่ำและแคบลง มุมเอียงของเลนส์ที่ชันขึ้นเพื่อให้ใกล้ตามากขึ้น และความโค้งของขาแว่นที่ปรับตามโครงกะโหลกศีรษะที่แบนราบกว่า Corridor A คือแว่น Shield Lens ที่ผ่านกระบวนการ Fit A อย่างครบถ้วน

ชื่อ “Corridor” มาจากแนวคิดเรื่อง Visual Corridor หรือช่องมองเห็นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักกีฬาและผู้ใช้งานกลางแจ้ง Shield Lens ขนาดใหญ่คลุมจากคิ้วลงมาถึงบริเวณโหนกแก้ม ทำให้มุมมองภาพรวมกว้างกว่าแว่นเลนส์คู่ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และลดปริมาณแสงที่เข้าทางด้านข้างและด้านล่างได้ดีกว่า

สเปคครบทุกข้อที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

กรอบ O Matter น้ำหนักเบาในระดับที่รู้สึกได้

กรอบ Corridor A ผลิตจาก O Matter วัสดุเรซินที่ Oakley พัฒนาขึ้นเอง มีน้ำหนักประมาณ 28 กรัม เบากว่า Sutro ที่น้ำหนัก 34 กรัม และเบากว่า Jawbreaker ที่อยู่ที่ 38 กรัม ความแตกต่าง 6 ถึง 10 กรัมอาจดูน้อยในตอนแรก แต่เมื่อสวมใส่ต่อเนื่อง 3 ถึง 4 ชั่วโมงในอากาศร้อนของไทย ความเบานี้สังเกตได้ชัดเจน โดยเฉพาะในแง่ความล้าของสันจมูกและบริเวณขมับ

O Matter มีคุณสมบัติยืดหยุ่น ทนต่อแรงกระแทกได้ดี และยังคงทรงกรอบได้แม้ในอุณหภูมิสูง ไม่บิดงอเมื่อโดนแสงแดดตรงๆ หรือความร้อนสะสมในรถยนต์ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยกับแว่นพลาสติกราคาถูกในสภาพอากาศของไทยที่แดดแรงตลอดทั้งปี วัสดุชนิดนี้ยังดูแลรักษาง่าย เช็ดทำความสะอาดได้ทุกวัน ทนต่อเหงื่อและน้ำมันจากผิวหนังโดยไม่เสื่อมสภาพในระยะยาว

ระบบ 3-Point Fit กับ Unobtanium จับแน่นยิ่งขึ้นเมื่อเจอเหงื่อ

Corridor A ใช้ระบบ 3-Point Fit ซึ่งยึดแว่นไว้ที่จุดสัมผัสหลัก 3 จุดได้แก่ สะพานจมูก ขมับซ้าย และขมับขวา ไม่ใช่แค่วางพักบนจมูกเหมือนแว่นทั่วไป แผ่นยาง Unobtanium ที่ปลายขาแว่นและแผ่นรองจมูกมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้หลายคนประหลาดใจ คือยิ่งเจอเหงื่อและความชื้นยิ่งจับแน่น แทนที่จะลื่นออกเหมือนยางซิลิโคนทั่วไป

ในสภาพอากาศของไทยที่ความชื้นสัมพัทธ์สูงตลอดทั้งปีและอุณหภูมิมักเกิน 35 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน เหงื่อคือปัญหาหลักที่ทำให้แว่นกีฬาเลื่อนและหล่น Unobtanium แก้ปัญหานี้ได้โดยตรง ผู้ใช้งานในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้แว่น Oakley ระบบ Unobtanium รายงานว่าแว่นยังคงอยู่กับที่แม้ในช่วงที่ออกแรงหนักและมีเหงื่อออกมากที่สุด

เลนส์ Prizm Sapphire VLT 41% เหมาะกับทุกสภาพแสงในไทย

เลนส์ Prizm Sapphire ที่มาพร้อม Corridor A OO9248A-05 รุ่น Matte Stonewash ไม่ได้ถูกเลือกมาแค่ความสวยงาม Prizm Sapphire มีค่า VLT (Visible Light Transmission) อยู่ที่ 41% หมายความว่าแสงจะผ่านเข้าตาประมาณ 41% ของแสงที่ตกกระทบเลนส์ทั้งหมด ค่านี้อยู่ในช่วงที่เรียกว่า All-Day Sweet Spot คือไม่มืดเกินไปในวันที่มีเมฆครึ้ม ไม่สว่างจ้าเกินไปในวันแดดจัด ทำให้ใช้งานได้ตั้งแต่เช้าจนเย็น

เปรียบเทียบกับ Prizm ตัวอื่น Prizm Black มีค่า VLT เพียง 11% เหมาะกับแดดจัดมากแต่มืดในร่ม Prizm Grey มี VLT 17% สำหรับแดดปานกลางถึงจัด Prizm Sapphire ที่ VLT 41% จึงอยู่กึ่งกลางที่ใช้งานได้หลากหลายกว่า ทั้งยังให้ความคมชัดของโทนสีฟ้าและเขียวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เหมาะมากกับกิจกรรมริมน้ำ ชายหาด กีฬาทางน้ำ หรือใช้ขับรถชมวิวทะเลในประเทศไทย

เทคโนโลยี Prizm ทำงานโดยการกรองช่วงคลื่นแสงที่กลบรายละเอียดสีออก จากนั้นเพิ่มความเข้มของช่วงคลื่นที่ตาต้องการจริงๆ ผลลัพธ์คือตาเหนื่อยน้อยลงเมื่อใช้งานต่อเนื่อง เพราะสมองไม่ต้องประมวลผลข้อมูลภาพที่ไม่จำเป็นมากเท่ากับการใช้เลนส์กรองแสงทั่วไป Prizm Sapphire ผ่านมาตรฐาน ANSI Z80.3 สำหรับ UV Protection 400nm

Asian Fit – ความแตกต่างที่วัดได้

Corridor A (Asian Fit) แตกต่างจาก Corridor รุ่น Standard ใน 4 จุดหลัก ได้แก่ หนึ่ง สะพานจมูกสูงจากพื้น (Nose Pad Height) ต่ำกว่าประมาณ 2 มิลลิเมตร สอง มุมเอียงของเลนส์ (Lens Tilt) มากขึ้น ทำให้เลนส์อยู่ใกล้ตามากขึ้นและลดช่องว่างที่ลมจะเข้า สาม ความโค้งของขาแว่นปรับให้เข้ากับโครงกะโหลกที่แบนกว่า และสี่ ความกว้างรวมของกรอบ (Frame Width) ลดลงเล็กน้อยให้เหมาะกับโครงหน้าที่แคบกว่าโดยเฉลี่ย

การปรับเหล่านี้ทำให้ Corridor A วางตัวบนใบหน้าได้มั่นคงกว่า ไม่ลงต่ำจนบัง field of view ด้านล่าง และไม่กดสันจมูกจนทิ้งรอยหลังสวมใส่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้งานชาวไทยหลายคนเคยเจอกับแว่นกีฬาต่างประเทศรุ่น Standard

เปรียบเทียบ Corridor A กับ Oakley รุ่นอื่น

ผู้ใช้งานที่กำลังเลือกระหว่าง Corridor A กับรุ่นอื่นในตระกูล Oakley มักสับสนว่าแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไรบ้าง ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น

รุ่นน้ำหนักสไตล์เลนส์ (VLT)เหมาะกับ
Corridor A OO9248A28gShield / LifestylePrizm Sapphire (41%)ไลฟ์สไตล์ ทะเล กีฬาเบา
Sutro A OO9406A34gShield / SportsPrizm Road Jade (15%)ปั่นจักรยาน วิ่ง กีฬาหนัก
Latch A OO934935gLifestyle / SnapPrizm Violet (15%)ไลฟ์สไตล์ ทั่วไป
HSTN Metal OO927932gLifestyle / MetalPrizm Black (11%)ไลฟ์สไตล์ เมือง แดดจัด

Corridor A อยู่ตรงกลางระหว่าง Sutro ที่เน้นประสิทธิภาพกีฬาเต็มรูปแบบ และ Latch ที่เน้นไลฟ์สไตล์ล้วนๆ ถ้าต้องการแว่นที่ใส่ได้ทั้งออกกำลังกายเบาๆ ไปทะเล หรือใช้ขับรถในชีวิตประจำวัน Corridor A ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในกลุ่มนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการแว่นกีฬาจริงจังสำหรับการแข่งขัน ควรพิจารณา Jawbreaker หรือ Sutro ที่มีระบบระบายอากาศออกแบบมาโดยเฉพาะ

Corridor A เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร

Corridor A เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้งานที่ต้องการแว่นอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งในไทย ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยานสบาย ไปชายทะเล เดินป่าระดับกลาง หรือขับรถกลางแจ้งในช่วงกลางวัน Shield Lens ขนาดใหญ่ให้พื้นที่รับภาพกว้าง ลดลมและฝุ่นเข้าตา ขณะที่ Asian Fit ทำให้สวมใส่สบายโดยไม่กังวลว่าแว่นจะหล่นหรือกดสันจมูก

สำหรับผู้ที่มีค่าสายตาและต้องการตัดเลนส์สายตาในกรอบ Oakley ควรทราบว่ากรอบ Shield มีความโค้งของเลนส์สูงกว่าปกติ ซึ่งต้องการเทคนิคการตัดเลนส์เฉพาะทาง การตัดแว่นสายตากับร้านที่มีความเชี่ยวชาญด้านกรอบกีฬาและเครื่อง Free-Form จะช่วยให้เลนส์ที่ตัดใหม่เข้ากับองศาโค้งของกรอบได้อย่างแม่นยำ ไม่เกิดอาการบิดเบือนเมื่อมองในมุมต่างๆ ซึ่งสำคัญมากสำหรับความปลอดภัยในการขับขี่และกิจกรรมกีฬา

Corridor A อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแว่นสำหรับการแข่งขันไตรกีฬา ปั่นจักรยานความเร็วสูง หรือกีฬาที่ต้องการการระบายอากาศสูงสุด รุ่นเหล่านั้นควรพิจารณา Jawbreaker หรือ Radar EV Path ที่มีช่องระบายลมออกแบบมาโดยเฉพาะ

จากยอดขายของร้านในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มที่สนใจแว่น Shield แบบ Oakley มากที่สุดในไทยคือนักปั่นจักรยานระดับ Recreation ที่ปั่นสัปดาห์ละ 2 ถึง 4 ครั้ง และผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมริมทะเลหรือกลางแจ้งทั่วไป รองลงมาคือผู้ที่ต้องการแว่นดีไซน์กีฬาแต่ใส่ได้ทั้งวัน ซึ่งตรงกับจุดประสงค์หลักของ Corridor A พอดี

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับแว่น Shield

หลายคนคิดว่าแว่น Shield Lens ดูใหญ่เกินไปสำหรับหน้าคนเอเชีย ความจริงคือ Corridor A ถูก Scale ลงให้เหมาะสำหรับโครงหน้าเอเชียโดยเฉพาะ เมื่อสวมใส่แล้วสัดส่วนจะดูสมดุลกว่ารุ่น Standard มาก เพราะระยะห่างระหว่างขมับ ความกว้างของกรอบ และตำแหน่งสะพานจมูกถูกปรับให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้าโดยเฉลี่ยของชาวเอเชียแล้ว

อีกความเข้าใจผิดคือแว่น Shield ทำความสะอาดยาก เลนส์ชิ้นเดียวขนาดใหญ่จริงๆ แล้วทำความสะอาดง่ายกว่าเลนส์คู่ เพราะไม่มีช่องว่างระหว่างเลนส์สองชิ้นที่ฝุ่นและเหงื่อสะสม เพียงใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดก็สะอาดได้ทั้งชิ้นในเวลาไม่กี่วินาที

ความเข้าใจผิดสุดท้ายคือแว่น Shield ราคาแพงกว่าและไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบราคาต่อเลนส์ Prizm คุณภาพสูง 1 ชิ้น กับแว่นเลนส์คู่ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน Corridor A มีราคาที่แข่งขันได้ดีมาก และยังได้ความปลอดภัยจาก Shield ที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าตาได้ดีกว่า

ราคาและข้อมูลสำหรับตลาดไทย

Oakley Corridor A OO9248A-05 Matte Stonewash/Prizm Sapphire วางจำหน่ายที่ Siam Eyewear ในฐานะตัวแทนจำหน่าย แว่นกันแดด Oakley ในไทย สินค้ามาพร้อมกล่อง Oakley แท้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ และการรับประกันตามมาตรฐาน Oakley ทั่วโลก ผู้ใช้งานที่สนใจสามารถดูรายละเอียดสเปคและเปรียบเทียบรุ่นอื่นๆ ครบชุดได้ที่หน้า Oakley Siam Eyewear ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นกีฬาพร้อมให้คำแนะนำส่วนตัวว่ารุ่นไหนเหมาะกับโครงหน้าและการใช้งานของแต่ละคน

สำหรับผู้ที่ต้องการวัดสายตาก่อนตัดเลนส์กับกรอบ Oakley ทางร้านมีบริการวัดสายตาด้วย ZEISS เครื่อง i.Terminal 2 ที่วัดระยะ PD (Pupillary Distance) ได้แม่นยำ 0.1 มิลลิเมตร และให้คำแนะนำเลนส์ที่เหมาะกับค่าสายตาและกรอบที่เลือก รวมถึงอธิบายวิธีดูแลรักษาเลนส์ Prizm ให้ใช้ได้นานที่สุด

สรุป

Oakley Corridor A OO9248A คือแว่น Shield Lens ที่มาพร้อมความเข้าใจสรีระเอเชียอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การนำแว่นรุ่นตะวันตกมาลดขนาดสะพานจมูกนิดหน่อย แต่เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงรูปหน้าและการใช้งานของชาวเอเชียตั้งแต่ต้น น้ำหนัก 28 กรัม กรอบ O Matter ที่ทนทานไม่บิดในอากาศร้อน เลนส์ Prizm Sapphire VLT 41% ที่ใช้ได้ดีในหลายสภาพแสงตลอดทั้งวัน ระบบ Unobtanium ที่จับยึดแน่นยิ่งขึ้นเมื่อเจอเหงื่อ และ Asian Fit ที่ปรับโครงสร้างทั้งกรอบให้เข้ากับใบหน้าคนไทยจริงๆ ทำให้ Corridor A เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นและไลฟ์สไตล์กลางแจ้งของคนไทยได้อย่างตรงจุด

สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่า Corridor A หรือรุ่นอื่นในซีรีส์ Oakley เหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากกว่า สามารถเปรียบเทียบกับ Oakley Sutro ที่เน้นประสิทธิภาพกีฬาเต็มรูปแบบ หรือดูภาพรวมแว่งทุกรุ่นได้ที่หน้า Oakley ทั้งหมดที่ Siam Eyewear

คู่มือการดูแลรักษา Corridor A ให้ใช้งานได้ยาวนาน

การทำความสะอาดเลนส์ Prizm Sapphire อย่างถูกวิธี

เลนส์ Prizm Sapphire มีชั้น Coating หลายชั้นที่ให้สมบัติพิเศษ ได้แก่ ชั้น Anti-Reflective ลดแสงสะท้อน ชั้น Hydrophobic ไล่น้ำและเหงื่อ และชั้น Oleophobic ไล่น้ำมันจากผิวหนัง วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องคือใช้น้ำสะอาดล้างก่อน จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ให้มาพร้อมแว่นเช็ดเบาๆ ห้ามใช้กระดาษทิชชู ผ้าฝ้าย หรือผ้าที่หยาบ เพราะจะขีดข่วนชั้น Coating ทำให้เลนส์ขุ่นมัวถาวร

สำหรับคราบเหงื่อที่สะสมบนกรอบและขาแว่ง ล้างด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ Unobtanium ทนต่อสบู่และน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป ไม่เสื่อมสภาพง่าย การดูแลรักษาสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสมบัติ Grip ของ Unobtanium คงอยู่ได้นาน

การเก็บรักษาและป้องกันความเสียหาย

ห้ามทิ้งแว่นไว้ในรถที่จอดกลางแดด แม้ O Matter จะทนความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกทั่วไป แต่อุณหภูมิภายในรถที่จอดกลางแดดในไทยอาจสูงถึง 70 ถึง 80 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้ Coating ของเลนส์ Prizm เริ่มเสื่อมสภาพและเกิด Crazing หรือรอยแตกแก้ว เก็บในกล่องแว่นทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน

หากต้องใช้งานในน้ำทะเล ล้างด้วยน้ำจืดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำทะเล เกลือและแร่ธาตุในน้ำทะเลสะสมในร่องนูตและขาแว่งได้ง่าย และอาจทำให้โลหะส่วนประกอบเช่น ตัวยึด Icon และสกรูเริ่มเสื่อมสภาพในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oakley Corridor A

Corridor A ใส่ขับมอเตอร์ไซค์ได้ไหม

Corridor A ใช้ขับมอเตอร์ไซค์ได้ในระดับ Urban หรือขับในเมือง เพราะ Shield Lens ให้การป้องกันลมและฝุ่นดีกว่าแว่นเลนส์คู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม Corridor A ไม่ใช่แว่งที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ความเร็วสูงหรือ Motocross ที่ควรใช้ Oakley Goggle หรือ Oakley SI Ballistic M Frame 2.0 ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่า

Corridor A ต่างจาก Corridor รุ่น Standard อย่างไร

Corridor A (Asian Fit) ต่างจาก Corridor รุ่น Standard ในด้านสะพานจมูกที่ต่ำกว่า มุมเอียงของเลนส์ที่มากขึ้น และความโค้งของขาแว่งที่ปรับสำหรับโครงกะโหลกเอเชีย หากซื้อผ่านช่องทางในไทย Siam Eyewear นำเข้าเฉพาะรุ่น Asian Fit (ตัว A) ที่เหมาะกับผู้ใช้งานชาวไทยโดยตรง ไม่ต้องกังวลว่าจะได้รุ่น Standard ที่ใส่ไม่พอดี

ใส่กับหน้ารูปทรงไหนได้บ้าง

Shield Lens ขนาดใหญ่เหมาะกับหน้าทรงรี (Oval) หน้าทรงหัวใจ (Heart) และหน้าทรงสามเหลี่ยมกลับ (Inverted Triangle) มากที่สุด เพราะช่วยเพิ่มสัดส่วนให้ดูสมดุลขึ้น สำหรับหน้าทรงกลม (Round) อาจดูใหญ่เกินไปเล็กน้อย แต่ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าและความชอบส่วนตัว แนะนำให้ลองใส่ก่อนตัดสินใจ

Prizm Sapphire มีรุ่น Polarized ไหม

Prizm Sapphire มีทั้งรุ่น Non-Polarized และ Polarized ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย รุ่น Polarized จะมี VLT ต่ำกว่าเล็กน้อยและเพิ่มการกรองแสงสะท้อน (Glare) จากผิวน้ำ ถนน และกระจกรถยนต์ได้ถึง 99% เหมาะมากสำหรับกิจกรรมริมน้ำในไทยที่แสงสะท้อนจากผิวทะเลรุนแรงในช่วงเที่ยง Corridor A OO9248A-05 เป็นรุ่น Non-Polarized แต่ยังให้ความคมชัดที่ดีมากในสภาพแสงทั่วไป

ทำไมแว่น Oakley ถึงเหมาะกับคนไทยมากกว่าแบรนด์ทั่วไป

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Oakley ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มนักกีฬาและผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งในไทยคือความจริงจังในการพัฒนาเทคโนโลยีเลนส์ แว่นกีฬาแบรนด์ทั่วไปใช้เลนส์ที่กรองแสงแบบทั่วไปโดยไม่มีการปรับให้เหมาะกับกิจกรรมเฉพาะ แต่ Prizm ของ Oakley ถูกพัฒนาร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จาก US Ski and Snowboard Team NASA และ US Olympic Committee ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ห่างชั้นจากเลนส์กีฬาทั่วไปในตลาดอย่างมาก

ยิ่งกว่านั้น Oakley เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ระดับโลกที่ลงทุนพัฒนา Asian Fit อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การนำสินค้าตะวันตกมาติดป้าย “Asian” แต่เป็นการ R&D กับกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียจริงๆ ผลลัพธ์คือแว่นที่ใส่ได้จริง ไม่หล่น ไม่กด และให้ประสิทธิภาพที่รับรองในสภาพอากาศและสรีระของชาวเอเชียโดยเฉพาะ

ผู้ใช้งานที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแว่นกีฬา Oakley รุ่นอื่นนอกจาก Corridor A เช่น Sutro Lite, Flight Jacket, Jawbreaker หรือ Radar EV Path สามารถดูข้อมูลเปรียบเทียบครบถ้วนได้ที่หน้า แว่นจักรยาน Oakley และ แว่นวิ่ง Oakley ที่รวบรวมข้อมูลการเลือกแว่นตามกิจกรรมไว้อย่างครบถ้วนสำหรับผู้ใช้งานชาวไทย

สำหรับผู้ที่ต้องการวัดสายตาก่อนตัดเลนส์กับกรอบ Oakley Corridor A Siam Eyewear ให้บริการวัดสายตาฟรีด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ZEISS พร้อมคำแนะนำเรื่องเลนส์ที่เหมาะกับค่าสายตาและกรอบกีฬาที่เลือก

นอกจาก Corridor A แล้ว Oakley ยังมี PLAZMA A ที่ใช้เลนส์ Photochromic ปรับสีอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายในสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งสองรุ่นเป็น Asian Fit และมีในคอลเลกชันของ Siam Eyewear ในปี 2026

แหล่งอ้างอิง

  1. Impact of polarized lenses on driving safety (2019) — Journal of Safety Research
  2. Prizm Lens Technology — Oakley — Oakley, Inc.
  3. ZEISS Vision Care — Progressive Lens Technology — Carl Zeiss AG
  4. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017) — Clinical and Experimental Optometry
  5. ANSI Z87.1-2020 — Occupational and Educational Personal Eye and Face Protection — American National Standards Institute
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

แชทกับเรา