เลือกแว่น Rayban ส่วนใหญ่เริ่มจากทรงกรอบก่อนเสมอ ว่าจะเป็น Aviator หรือ Wayfarer แต่สิ่งที่กำหนดว่าใส่แล้วสบายตาหรือไม่กลับเป็นสีเลนส์ G-15 สีเขียวคลาสสิกที่พัฒนาสำหรับกองทัพอากาศอเมริกา, Brown ที่ช่วยเพิ่ม Contrast ในสภาพฟ้าหมอก, Mirror ที่สะท้อนแสงแดดกลับ และ Polarized ที่ตัดแสงสะท้อนจากถนนและผิวน้ำ แต่ละสีให้ประสบการณ์การมองเห็นต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้รวบรวมทุกตัวเลือกเลนส์ Rayban พร้อมอธิบายว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมและไลฟ์สไตล์แบบไหน ให้ตัดสินใจได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
ทำไมสีเลนส์ถึงสำคัญพอๆ กับทรงกรอบ
เลนส์กันแดดมีหน้าที่กรองแสงในปริมาณที่แตกต่างกัน วัดเป็นค่า VLT (Visible Light Transmission) หรืออัตราการส่งผ่านแสง ค่ายิ่งต่ำ เลนส์ยิ่งเข้มและกรองแสงได้มากขึ้น เหมาะกับสภาพแสงแดดจัด ค่าสูงขึ้น เหมาะกับสภาพอากาศที่มีเมฆหรือต้องการมองเห็นในที่ร่มได้บ้าง
แต่ VLT ไม่ใช่ปัจจัยเดียว สีของเลนส์ส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้สีของวัตถุ ความคมชัดของภาพ ความเหนื่อยล้าของดวงตา และความเหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภท จากยอดขายของร้านพบว่าลูกค้ามากกว่า 60% เลือกสีเลนส์ตามความสวยงามมากกว่าฟังก์ชัน ซึ่งบ่อยครั้งทำให้ได้แว่นที่สบายตาในบางสถานการณ์แต่ไม่เหมาะในอีกหลายสถานการณ์ที่ใส่จริงในชีวิตประจำวัน
ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องสีเลนส์ใช้เวลาน้อยมากแต่ประหยัดความผิดหวังได้มาก เพราะเลนส์แต่ละสีถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแสงและกิจกรรมที่ต่างกัน การเลือกผิดหมายถึงใส่แล้วไม่สบายตา มองเห็นไม่ชัด หรือใช้ได้แค่ในบางสถานการณ์เท่านั้น
เลนส์ G-15 Classic Green – มาตรฐานทองของ Rayban
G-15 คือเลนส์ที่อยู่คู่กับ Rayban มานานกว่า 70 ปี ชื่อ G-15 หมายถึง Glass lens ที่มีค่า VLT 15% หรือส่งผ่านแสงได้เพียง 15% ของแสงที่ตกกระทบ พัฒนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อนักบินทหารอากาศอเมริกาที่ต้องการเลนส์กรองแสงแดดในระดับสูงขณะที่ยังมองเห็นสีสันได้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดระหว่างปฏิบัติการบิน
จุดเด่นที่ทำให้ G-15 อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันคือ Neutral Color Rendering การมองผ่านเลนส์สีเขียวอ่อนนี้ไม่ทำให้สมองรู้สึกถึงการบิดเบือนสีอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลเชิงสรีรวิทยาคือดวงตามนุษย์มีตัวรับแสง (Cone cells) ที่ตอบสนองต่อคลื่นแสงสีเขียวได้ดีที่สุดในบรรดาสามสีหลัก ทำให้ G-15 ไม่เมื่อยตาแม้ใส่นานหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักบินต้องการตั้งแต่แรก
นอกจากนี้ G-15 ยังมีคุณสมบัติกรอง UV ได้ 100% และกรองแสง IR (Infrared) ได้บางส่วนด้วย ทำให้ดวงตาได้รับการปกป้องครบวงจรมากกว่าเลนส์บางประเภทที่กรองเฉพาะ UV อย่างเดียว สีเขียวอ่อนของเลนส์ทำให้ภาพที่มองเห็นมีความอบอุ่นเล็กน้อยในสภาพอากาศที่มีแสงหนาว เช่น วันที่ฟ้าครึ้มหรือช่วงเช้าตรู่
รุ่น Rayban ในคอลเลกชันที่มาพร้อม G-15 ได้แก่ Aviator RB3025 (Gold/G-15), Outdoorsman RB3030 และ Shooter RB3138 ทั้งสามรุ่นนี้คือกลุ่ม Classic Wire Frame ของ Rayban ที่ G-15 เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ตั้งแต่ต้น เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ขับรถในวันแดดจัด และท่องเที่ยวกลางแจ้งทั้งวัน
เลนส์ Brown และ Bronze – เพิ่ม Contrast ตัดหมอกควัน
เลนส์สีน้ำตาลหรือ Brown/Bronze ทำงานต่างจาก G-15 โดยสิ้นเชิง แทนที่จะกรองแสงอย่างสม่ำเสมอในทุกคลื่น เลนส์นี้กรองคลื่นแสงสีน้ำเงิน (Blue Light) ออกเป็นพิเศษ ผลคือภาพที่มองเห็นมีความ Contrast สูงขึ้น วัตถุดูคมชัดและมีมิติมากกว่าการมองผ่านเลนส์ Neutral ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับที่แว่นตายิงปืนและแว่นตากีฬาหลายชนิดใช้
ในสภาพอากาศของไทยที่มักมีฝุ่น PM2.5 และหมอกควัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคเหนือในช่วงฤดูแล้ง เลนส์สีน้ำตาลให้ภาพที่คมชัดกว่าเลนส์สีเขียวหรือสีเทาในสภาพแสงที่ซีดหรือขุ่น เพราะการตัด Blue Light ทำให้ภาพดูสว่างกว่าความเป็นจริงในโทนอุ่น
นักขับรถทางไกล นักกอล์ฟ และผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งในสภาพอากาศแปรปรวนมักเลือก Brown เป็นอันดับแรก เพราะช่วยให้มองเห็นพื้นผิวถนนและรายละเอียดของสภาพแวดล้อมได้ชัดเจนกว่าปกติ ในสนามกอล์ฟ เลนส์สีน้ำตาลช่วยให้มองเห็นความต่างของพื้นหญ้าและสภาพ Green ได้ดีกว่า ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มนักกอล์ฟมืออาชีพ
เลนส์ Grey – มองเห็นสีตรงตามความเป็นจริง
เลนส์ Grey หรือสีเทาให้ True Color คือมองเห็นสีสันใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุดโดยไม่บิดเบือนสีในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ต่างจาก G-15 ตรงที่ไม่มีโทนสีเขียวผสม และต่างจาก Brown ตรงที่ไม่มีโทนอุ่น ทำให้สีที่มองเห็นผ่านเลนส์ Grey ตรงกับสีจริงที่สุดในบรรดาเลนส์ทุกประเภท
เลนส์ Grey เข้มจะมีค่า VLT ประมาณ 15-18% ใกล้เคียง G-15 แต่ให้ความรู้สึกของสีที่ต่างออกไป ผู้ที่ต้องอ่านสีสัญญาณไฟจราจรได้ชัดเจน รวมถึงช่างภาพ นักออกแบบ หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสี มักเลือก Grey เพราะมั่นใจได้ว่าสีที่เห็นผ่านเลนส์ตรงกับสีจริงในโลกความเป็นจริง
เลนส์ Grey เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายโดยไม่ต้องคำนึงถึงการบิดเบือนสี มักพบในกรอบ Rayban รุ่น Wayfarer และ Clubmaster ที่มีตัวเลือก Grey lens
เลนส์ Polarized – กำจัดแสงสะท้อนได้ 99%
แสงสะท้อน (Glare) จากพื้นถนน ผิวน้ำ หรือกระจก เกิดจากคลื่นแสงที่สั่นสะเทือนในแนวนอน เลนส์ Polarized มีชั้นกรองที่วางตั้งฉากกับทิศทางการสั่นนั้น ทำให้บล็อกแสง Glare จากพื้นผิวแนวราบได้ 99% โดยไม่ลดคุณภาพการมองเห็นโดยรวม ผลลัพธ์คือมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสภาพแสงที่มีการสะท้อน
ความแตกต่างระหว่าง Polarized กับ Non-Polarized เห็นชัดที่สุดเมื่อขับรถในวันที่ฝนตก ถนนเปียก หรือขับรถเลียบทะเล เลนส์ Polarized ตัดแสงสะท้อนจากพื้นถนนได้ทันทีทำให้มองเห็นถนนและสิ่งกีดขวางได้ชัดขึ้นมาก ผู้ที่ขับรถบ่อยหรือทำกิจกรรมทางน้ำควรพิจารณา Polarized ก่อนตัวเลือกอื่นเสมอ
ข้อควรระวังของเลนส์ Polarized คือการใช้งานกับหน้าจอ LCD เช่น GPS ในรถยนต์หรือโทรศัพท์ในมุมเอียง อาจทำให้มองเห็นหน้าจอยากขึ้นหรือมองไม่เห็นในบางมุม เนื่องจากหน้าจอ LCD ปล่อยแสงแบบ Polarized เช่นกัน ทำให้ Filter ของเลนส์บล็อกแสงนั้นออกไปบางส่วน
Rayban มีตัวเลือก Polarized ในหลายรุ่น ได้แก่ Aviator RB3025 (Black/G-15 Polarized), Wayfarer RB2140F Asian Fit รุ่น Polarized, Round Metal RB3447 Polarized และ Hexagonal RB3548N Polarized เลนส์ Polarized จะมีสัญลักษณ์ P ระบุบนเลนส์และบรรจุภัณฑ์ ให้ตรวจสอบก่อนทุกครั้งเพื่อแยกจาก Non-Polarized รุ่นเดียวกัน
เลนส์ Mirror – สะท้อนแสงคืน ลดความจ้าเพิ่มอีกขั้น
เลนส์ Mirror ไม่ใช่แค่ความสวยงาม ชั้น Coating สะท้อนแสงบนผิวเลนส์ด้านนอกช่วยสะท้อนแสงที่เข้ามากระทบออกไปก่อนที่จะผ่านเข้าเลนส์ ลดค่า VLT ลงอีก 10-15% จากฐาน VLT ของเลนส์นั้น ทำให้ VLT รวมต่ำกว่าเลนส์ Non-Mirror ปกติ เหมาะสำหรับสภาพแสงจ้ามากเป็นพิเศษ เช่น ชายหาดเขตร้อน ที่ราบสูง หรือพื้นที่โล่งที่ไม่มีร่มเงา
สีของ Mirror Coating ไม่ได้บ่งบอกแค่ความสวยงาม แต่ยังบ่งบอกคลื่นแสงที่สะท้อนกลับด้วย Blue Mirror สะท้อนคลื่นสีน้ำเงินมากกว่า Silver Mirror สะท้อนแสงกว้างสุดในทุกคลื่น และ Gold/Pink Mirror ให้ความอบอุ่นในโทนสีมากกว่า ในทางปฏิบัติความแตกต่างในการมองเห็นมีน้อย แต่ผลต่อบุคลิกภาพเมื่อมองจากภายนอกต่างกันชัดเจน
ตัวเลือก Mirror ใน Rayban ที่ร้านมีจำหน่าย ได้แก่ Gold/Blue Flash สำหรับ Aviator RB3025, Silver/Grey Mirror และ Gold/Pink Silver Mirror เลนส์ Mirror โทนน้ำเงินและชมพูเป็นที่นิยมในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นและการถ่ายภาพกลางแจ้ง
เลนส์ Photochromic – ปรับสีอัตโนมัติตามแสง UV
เลนส์ Photochromic (หรือ Evolve ในชื่อของ Rayban) ตอบสนองต่อรังสี UV ของดวงอาทิตย์โดยอัตโนมัติ ในร่มที่ไม่มี UV เลนส์จะอ่อนลงเกือบเป็นใส เมื่อออกแดดเลนส์จะเข้มขึ้นภายใน 30-60 วินาที และกลับสู่สีจางภายใน 2-3 นาทีหลังกลับเข้าร่ม สะดวกสำหรับผู้ที่เข้าออกอาคารบ่อยและไม่ต้องการสลับระหว่างแว่นกันแดดกับแว่นธรรมดา
ข้อสำคัญที่ต้องรู้คือ กระจกรถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีฟิล์ม UV Protection ทำให้ UV ไม่ผ่านเข้ามาในห้องโดยสาร เลนส์ Photochromic จึงไม่เปลี่ยนสีในรถ ใสเหมือนแว่นธรรมดาตลอดเวลาที่อยู่ในรถ ทำให้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแว่นกันแดดใส่ขับรถเป็นหลัก แต่เหมาะมากสำหรับคนทำงานที่เข้าออกสำนักงานกลางวัน Round Metal RB3447 ที่ร้านมีตัวเลือก Photochromic สำหรับผู้ที่ต้องการแว่นอเนกประสงค์
ตารางเปรียบเทียบเลนส์ Rayban ทุกประเภท
| ประเภทเลนส์ | VLT | จุดเด่น | จุดด้อย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| G-15 Green | 15% | Neutral color, ใส่นานไม่เมื่อยตา | สีเขียวอ่อนบางคนไม่ชอบ | ทั่วไป, ขับรถ, เที่ยว |
| Brown/Bronze | 15-20% | Contrast สูง, ตัด Blue Light | สีโทนอุ่น ไม่ Neutral | ขับรถ, กอล์ฟ, หมอกควัน |
| Grey | 15-18% | True color ไม่บิดเบือนสี | ไม่ช่วยเพิ่ม Contrast | ทั่วไป, ช่างภาพ |
| Polarized | 15-20% | กำจัด Glare สะท้อน 99% | อาจมองหน้าจอ LCD ยาก | ขับรถ, ชายหาด, ทะเล |
| Mirror | ต่ำกว่าฐาน 10-15% | สะท้อนแสงจ้ารุนแรง + แฟชั่น | เข้มมากในที่ร่ม | ชายหาด, ที่สูง, โล่งแจ้ง |
| Photochromic (Evolve) | 10-80% | ปรับตาม UV อัตโนมัติ | ไม่ทำงานในรถยนต์ | เข้าออกอาคาร, ทำงาน |
แนะนำเลนส์ตามไลฟ์สไตล์
ขับรถประจำวันในกรุงเทพฯ
Brown Polarized คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับนักขับรถ ได้ทั้ง Contrast สูงจากสีน้ำตาลและการตัด Glare จาก Polarized filter พร้อมกัน สำหรับวันที่ฟ้าสว่างและถนนเปียก ประสิทธิภาพยิ่งเห็นชัดเจน รองลงมาคือ G-15 Polarized สำหรับผู้ที่ต้องการสีที่เป็นธรรมชาติกว่าในโทนเขียว ทั้งสองตัวเลือกช่วยลดความเหนื่อยล้าของดวงตาในการขับรถระยะไกลได้อย่างชัดเจน
เที่ยวทะเล ชายหาด กิจกรรมทางน้ำ
Mirror ร่วมกับ Polarized คือ Combination ที่ดีที่สุดสำหรับทะเล ได้ทั้งการสะท้อนแสงแดดจ้าจาก Mirror และการตัด Glare จากผิวน้ำจาก Polarized พร้อมกัน Aviator RB3025 ตัว Black/G-15 Polarized หรือ Silver/Grey Mirror เป็นตัวเลือกที่ลูกค้าเลือกมากที่สุดสำหรับทริปทะเล สำหรับผู้ที่ดำน้ำตื้นหรือกิจกรรมทางน้ำ Polarized ช่วยให้มองเห็นผ่านผิวน้ำได้ดีกว่า Non-Polarized อย่างเห็นได้ชัด
ทำงานเข้าออกอาคารบ่อยในกรุงเทพฯ
Photochromic (Evolve) เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่อยากสลับแว่น เลนส์จะจางลงอัตโนมัติเมื่อเข้าอาคาร ข้อควรระวังคือจะไม่เข้มในรถยนต์เนื่องจากกระจกรถ Block UV ดังนั้นต้องตัดสินใจว่าใช้ขับรถเป็นหลักหรือเดินกลางแจ้งเป็นหลัก สำหรับคนที่นั่ง BTS หรือเดินในเมืองเป็นหลัก Photochromic ตอบโจทย์ได้ดีมาก
แฟชั่นและถ่ายภาพกลางแจ้ง
เลนส์ Mirror โทน Blue Flash, Pink Silver หรือ Gold ให้ภาพถ่ายที่ดูมีมิติและสะดุดตา เหมาะสำหรับวันที่แสงดีและต้องการดูโดดเด่น สีเลนส์ Mirror สร้าง Visual Identity ที่ชัดเจนให้กับแว่นได้มากกว่า Neutral ทุกสี อย่างไรก็ตามควรสังเกตสภาพแสงก่อนใส่ เพราะ Mirror เข้มมากในสภาพแสงน้อยอาจมองเห็นไม่ชัดเพียงพอ
เล่นกีฬากลางแจ้ง วิ่ง ปั่น กอล์ฟ
Brown หรือ Brown Polarized คือตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับกีฬากลางแจ้ง เพราะ Contrast ที่สูงช่วยให้มองเห็นสภาพพื้นผิว ระยะห่าง และรายละเอียดของสนามได้ชัดเจนกว่า นักกอล์ฟใช้ Brown เพราะมองเห็นความต่างของสภาพ Green และ Rough ได้ดีกว่า นักปั่นและนักวิ่งใช้ Brown Polarized เพราะตัด Glare จากพื้นถนนได้ด้วย
คำถามที่พบบ่อยก่อนเลือกสีเลนส์ Rayban
Polarized กับ Mirror ต่างกันอย่างไร
Polarized คือ Technology ของชั้นกรองในเลนส์ที่บล็อกแสงสะท้อนแนวนอน ส่วน Mirror คือ Coating ที่ผิวด้านนอกที่สะท้อนแสงกลับ ทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและสามารถมีพร้อมกันได้ในเลนส์เดียว เลนส์ Polarized Mirror คือเลนส์ที่มีทั้งสองคุณสมบัติ ตัดแสงสะท้อนได้ด้วยและสะท้อนแสงแดดจ้าออกไปด้วยในเวลาเดียวกัน
G-15 กับ Brown อันไหนเหมาะกับเมืองไทยมากกว่า
สำหรับเมืองไทยที่มีแสงแดดจัดและมีฝุ่นบ่อย Brown ตอบโจทย์ได้ดีกว่าในแง่การขับรถ เพราะ Contrast ที่สูงช่วยในสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงตลอดวัน แต่ G-15 ตอบโจทย์ดีกว่าในแง่การใส่ยาวนานโดยไม่เมื่อยตา ถ้าต้องการแว่นคู่เดียวใส่ได้ทุกสถานการณ์ G-15 Polarized คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเมืองไทย
เลือกสีเลนส์แล้ว ตัดแว่นสายตาใส่กรอบ Rayban ได้ที่ร้าน
ผู้ที่ต้องการใส่เลนส์สายตาเข้าไปในกรอบ Rayban สามารถนำกรอบมาตัดแว่นสายตาที่ร้านได้ ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำสีเลนส์กันแดดหรือเลนส์สายตาที่เหมาะกับการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ รองรับด้วยเลนส์ ZEISS มาตรฐาน 20 ขั้นตอน ตรวจสอบค่าสายตาด้วยเครื่อง ZEISS 4 เครื่อง ความแม่นยำ 0.1mm เริ่มต้น 2,880 บาท ทุกงบได้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเลือกเลนส์ G-15, Polarized หรือ Mirror
ดูคอลเลกชัน แว่นกันแดด Rayban ทุกรุ่นที่มีจำหน่าย พร้อมตัวเลือกสีเลนส์ครบทุกแบบทั้ง G-15, Brown, Polarized, Mirror และ Photochromic สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายได้โดยตรง
วิธีเลือกเลนส์ให้เหมาะกับค่าสายตาและสภาพแสง
ผู้ที่มีค่าสายตาสั้น บวก หรือเอียง และต้องการตัดเลนส์กรองแสงใส่กรอบ Rayban มีข้อควรรู้เพิ่มเติม เลนส์ Polarized สามารถตัดใส่ร่วมกับเลนส์สายตาได้ โดยเลนส์สายตา (Ophthalmic lens) จะถูกเคลือบด้วยชั้น Polarized เพิ่มเติม ทำให้ได้ทั้งค่าสายตาที่ถูกต้องและฟังก์ชัน Polarized ในคู่เดียว
สำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสูง (เกิน -4.00) เลนส์ Mirror บางประเภทอาจให้ผลลัพธ์ด้านความหนาและน้ำหนักที่ต่างจากเลนส์ธรรมดา เพราะชั้น Mirror Coating เพิ่มน้ำหนักเล็กน้อย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือก เพื่อให้ได้ความสมดุลระหว่างฟังก์ชันและความสบายในการสวมใส่
เลนส์ Photochromic สำหรับสายตาเหมาะกับผู้ที่ต้องการแว่นคู่เดียวทำงานได้ทุกสถานการณ์ ทั้งในออฟฟิศ บน BTS หรือกลางแจ้ง โดยไม่ต้องสลับแว่นกันแดดกับแว่นสายตา อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจข้อจำกัดเรื่องรถยนต์ที่ Block UV ดังที่อธิบายไปแล้ว
วิธีตรวจสอบเลนส์ Polarized ว่าเป็นของแท้หรือเปล่า
การตรวจสอบเลนส์ Polarized ทำได้ง่ายด้วยตัวเองโดยใช้หน้าจอโทรศัพท์หรือจอ LCD ทั่วไป จับแว่นขึ้นมองผ่านเลนส์ไปที่หน้าจอ จากนั้นค่อยๆ หมุนแว่นไป 90 องศา ถ้าเลนส์เป็น Polarized จริง หน้าจอจะดูมืดลงหรือหายไปที่มุม 90 องศา เพราะ Polarized filter ของเลนส์บล็อกแสง Polarized จากหน้าจอออก
อีกวิธีคือมองผ่านเลนส์ไปที่พื้นผิวสะท้อนแสง เช่น กระจก หรือพื้นถนนเปียก ถ้าแสงสะท้อนหายไปเมื่อมองผ่านเลนส์แต่กลับมาเมื่อถอดแว่น แสดงว่าเลนส์มี Polarized จริง การทดสอบนี้ทำได้ฟรีไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
การดูแลรักษาเลนส์ Rayban แต่ละประเภท
เลนส์ Mirror มีความอ่อนไหวต่อรอยขีดข่วนมากกว่าเลนส์ทั่วไป เพราะชั้น Mirror Coating อยู่ที่ผิวด้านนอก การเช็ดด้วยผ้าที่ไม่สะอาดหรือกระดาษทิชชูอาจทำให้เกิดรอยได้ง่าย ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เท่านั้น และล้างเลนส์ด้วยน้ำสะอาดก่อนเช็ดเสมอเพื่อไม่ให้ฝุ่นขูดผิวเลนส์
เลนส์ Polarized ทนทานไม่แพ้เลนส์ธรรมดาในแง่ของการขูดขีด เพราะชั้น Polarized filter อยู่ภายในเลนส์ ไม่ใช่ที่ผิว อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการวางแว่นหงายขึ้นเพราะเลนส์สัมผัสพื้นโต๊ะ ควรวางหงายหรือใส่เคสทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
เลนส์ Photochromic ควรหลีกเลี่ยงการวางทิ้งไว้กลางแดดเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น เพราะการสัมผัส UV สะสมอาจทำให้ประสิทธิภาพการเปลี่ยนสีลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี โดยทั่วไปอายุการใช้งานของเลนส์ Photochromic คุณภาพสูงอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปีก่อนที่ความเร็วในการเปลี่ยนสีจะเริ่มลดลง
สรุปการเลือกสีเลนส์ Rayban ให้เหมาะกับคนไทย
สำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ขับรถบนถนน และต้องการแว่นคู่เดียวใส่ได้ทั้งทำงานและเที่ยว G-15 Polarized คือคำตอบที่สมดุลที่สุด ได้ทั้งความสบายตาจาก Neutral Color Rendering ของ G-15 และฟังก์ชัน Glare Protection จาก Polarized ที่จำเป็นสำหรับถนนเมืองไทย
ผู้ที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งหรือเที่ยวทะเลบ่อย ควรมีแว่น Mirror Polarized เพิ่มเติมอีกหนึ่งคู่ เพราะสภาพแสงที่ชายหาดของไทยจ้ามากกว่า G-15 รับได้ และ Polarized ช่วยมองเห็นผ่านผิวน้ำได้ดีกว่ามาก
ผู้ที่เน้นแฟชั่นและต้องการดูโดดเด่น เลนส์ Mirror โทนสีสดใส เช่น Blue Flash หรือ Pink Silver เหมาะมาก และยังมีฟังก์ชันกรองแสงดีกว่าเลนส์ธรรมดาอยู่ดี ไม่ได้มีแค่ความสวยงามอย่างเดียว
