eyecare featured

เลนส์กรองแสงสีฟ้าช่วยลดล้าตาได้จริงไหม

ถ้าถามตรงๆ เลย เลนส์กรองแสงสีฟ้าช่วยให้บางคนที่จ้องจอนานสบายตาขึ้นได้ แต่ไม่ได้แก้ล้าตาจากจอทั้งหมด เพราะถ้าค่าสายตายังไม่ตรง ระยะจอไม่เหมาะ หรือพักตาน้อย อาการก็ยังมาอยู่ดี ในร้าน Siam Eyewear เรามักเริ่มจากดูค่าสายตา ระยะใช้งาน และนิสัยหน้าจอจริงก่อน แล้วค่อยคุยว่าเลนส์แบบไหนคุ้มกับงานของแต่ละคน

คำตอบตรงๆ คือ ถ้าล้าตามาจากการเพ่งหน้าจอทั้งวัน เลนส์ชนิดนี้ช่วยให้บางคนสบายตาขึ้น แต่ถ้าปัญหาหลักคือค่าสายตาคลาด แสงสะท้อนแรง หรือระยะจอไม่พอดี การแก้ที่ต้นเหตุจะเห็นผลกว่า ในร้าน Siam Eyewear เรามักดูตั้งแต่ค่าสายตา จุดสวมกรอบ ไปจนถึงชั่วโมงใช้งานหน้าจอ เพื่อแยกให้ชัดว่าอาการมาจากอะไร

ล้าตาจากจอเกิดจากอะไร และเลนส์ช่วยได้แค่ไหน

ล้าตาจากจอไม่ได้เกิดจากแสงสีฟ้าอย่างเดียว คนที่นั่งหน้าจอนานมักกะพริบตาน้อยลง เพ่งใกล้นานเกินไป และเจอแสงสะท้อนจากจอหรือไฟห้องพร้อมกัน ZEISS อธิบายกลุ่มอาการ digital eyestrain ไว้ชัดว่ามีทั้งตาแห้ง เคืองตา มองเบลอ ปวดหัว และตึงรอบดวงตา ดังนั้นเลนส์กรองแสงสีฟ้าจึงเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ตัวแก้ทุกอาการ

ถ้าจะเปรียบแบบร้านแว่น เลนส์กรองแสงสีฟ้าเหมือนฟิลเตอร์ที่ช่วยลดภาระบางช่วงของแสงจากจอ ส่วนการวัดสายตาเหมือนตั้งศูนย์เครื่องให้ตรงก่อนเริ่มงาน ถ้าตั้งค่าผิด ต่อให้ฟิลเตอร์ดีแค่ไหน ภาพก็ยังล้าอยู่ดี คนทำงานหน้าจอวันละ 6-10 ชั่วโมงจึงควรดูทั้งเลนส์ ทั้งระยะใช้งาน และทั้งไฟในห้องพร้อมกัน

เลนส์กรองแสงสีฟ้าต่างจากเลนส์ใสปกติยังไง

เลนส์ใสปกติเน้นความชัดและค่าสายตาที่แม่น ส่วนเลนส์กรองแสงสีฟ้าจะเพิ่มคุณสมบัติที่ช่วยลดแสงบางช่วงจากหน้าจอให้ผ่านเข้าตาน้อยลง ZEISS BlueGuard ระบุว่าเลนส์แบบนี้บล็อก blue light ได้สูงสุดราว 40% และยังคงให้ภาพใสในชีวิตจริงได้ ข้อดีคือคนที่สลับอ่านเอกสาร ประชุมออนไลน์ และเปิดจอนานๆ มักรู้สึกสบายตากว่า

แต่เลนส์กรองแสงสีฟ้าไม่ได้ชนะทุกสถานการณ์ ถ้าผู้ใช้งานไม่มีอาการกับแสงสะท้อน และค่าสายตายังตรง เลนส์ใสคุณภาพดีพร้อมสารเคลือบลดสะท้อนอาจพอแล้ว ผลที่รู้สึกได้ในออฟฟิศจริงมักเกิดจากหลายอย่างรวมกัน เช่น ค่าสายตา ระยะจอ ไฟในห้อง และการพักตา ร้านแว่นที่คุยงานจริงจะเช็กชุดนี้ก่อนเลือกเลนส์

คนทำงานหน้าจอควรเลือกเลนส์แบบไหนมากกว่ากัน

ถ้าทำงานหน้าจอเกือบทั้งวัน จุดเริ่มไม่ควรเป็นคำว่า blue light filter อย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากค่าสายตาและระยะใช้งานก่อน คนที่นั่งจอใกล้ราว 50-70 ซม. มักได้ประโยชน์จากเลนส์ที่คำนวณให้เหมาะกับระยะกลางและใกล้มากกว่าเลนส์ทั่วไป ส่วนคนที่ใส่แว่นเดิมแล้วต้องหรี่ตา ขยับจอเข้าออก หรือปวดท้ายทอย ควรตรวจสายตาใหม่ก่อนเลือกเลนส์

ถ้าอยากเลือกให้ตรง ร้านแว่นมักดู 4 เรื่องพร้อมกัน คือค่าสายตาปัจจุบัน ระยะมองจอ ชั่วโมงใช้งานต่อวัน และอาการที่เจอจริง ถ้าใช้คอมพ์ทั้งวันกับแสงสำนักงานค่อนข้างแรง เลนส์กรองแสงสีฟ้าร่วมกับสารเคลือบลดสะท้อนมักเป็นตัวเลือกที่มีเหตุผล ถ้าใช้งานสลับประชุม เดินทาง และอ่านเอกสาร เลนส์ที่คุมภาพรวมได้ดีกว่าจะใช้งานง่ายกว่า

ในร้าน Siam Eyewear ขั้นตอนที่ใช้จริงคือเช็กความต้องการก่อน แล้วค่อยดูค่าสายตา ฟิตกรอบ และวัดจุดสวมเลนส์ให้ตรง ผู้เชี่ยวชาญเลนส์ ZEISS จะดูว่าดั้งแว่น ความสูงกรอบ และองศาที่มองจอสัมพันธ์กันไหม เรื่องพวกนี้มีผลกับความสบายตาแทบไม่แพ้ชนิดของเลนส์

เมื่อไรควรใช้เลนส์กรองแสงสีฟ้า และเมื่อไรควรวัดสายตาก่อน

ใช้เลนส์กรองแสงสีฟ้าเมื่อมีงานหน้าจอหนัก รู้สึกไม่สบายตาเวลาอยู่หน้าไฟขาวหรือจอสว่าง และอยากได้ตัวช่วยเสริมที่เข้ากับเลนส์สายตาจริง แต่ถ้าอาการหลักคือมองเบลอ สลับโฟกัสยาก ปวดหัวตอนเย็น หรือถอดแว่นบ่อยกว่าปกติ จุดแรกที่ควรทำคือวัดสายตาใหม่ก่อน เลนส์ดีแค่ไหนก็ไม่ชนะค่าสายตาที่คลาด

มีเช็กลิสต์ง่ายๆ 4 ข้อ ถ้าตอบว่าใช่หลายข้อ การคุยเรื่องเลนส์สำหรับงานจอจะคุ้มขึ้น คือ 1) ใช้จอเกินวันละหลายชั่วโมง 2) นั่งหน้าจอระยะเดิมซ้ำๆ 3) มีอาการตาล้าหลังเลิกงาน 4) ค่าสายตาเดิมอาจเริ่มไม่พอดี ถ้าตรงมากกว่า 2 ข้อ ให้เริ่มจากวัดสายตาและทดลองฟิตเลนส์ก่อนซื้อ

บางวันตัวปัญหาไม่ใช่แสงสีฟ้าอย่างเดียว แต่เป็นแสงสะท้อนจากมือถือ โน้ตบุ๊ก และหลอดไฟในห้อง ถ้าเปรียบง่ายๆ เลนส์กรองแสงสีฟ้าเหมือนร่มช่วยกันแสงบางส่วน แต่ถนนขรุขระยังต้องซ่อมอยู่ดี นี่คือเหตุผลที่ร้านแว่นต้องดูทั้งเลนส์และพฤติกรรมใช้งานพร้อมกัน

ราคาและความคุ้มค่าควรมองยังไง

ราคาเลนส์กรองแสงสีฟ้าไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะขึ้นกับค่าสายตา โครงสร้างเลนส์ การเคลือบผิว และกรอบที่เลือก ถ้าต้องใช้งานหน้าจอทุกวัน ค่าเลนส์ที่สูงขึ้นเล็กน้อยอาจคุ้มกว่าการฝืนใส่เลนส์ที่ไม่เหมาะหลายเดือน เพราะความล้าที่สะสมทำให้ทำงานช้าลงและเมื่อยง่ายขึ้น ร้านแว่นที่คุยตรงเรื่องการใช้งานจะช่วยประเมินว่าเพิ่มงบตรงไหนคุ้มสุด

อีกจุดที่ควรดูคือความสบายตอนลองจริง ใส่แล้วอ่านแชตบนมือถือได้ไหม มองไกลในห้องประชุมไหวไหม และก้มดูคีย์บอร์ดแล้วไม่ต้องเงยซ้ำบ่อยหรือเปล่า คำตอบพวกนี้สำคัญกว่าป้ายว่าเป็น blue light filter หรือไม่ เพราะของที่ใช่จริงคือของที่ช่วยให้ทำงานทั้งวันแล้วตาไม่ฝืน

สรุปแบบใช้ตัดสินใจได้ทันที

เลนส์กรองแสงสีฟ้าช่วยลดล้าตาได้จริงในบางคน โดยเฉพาะคนที่จ้องหน้าจอนานและไวต่อแสงสะท้อน แต่ไม่ควรหวังให้มันแก้ทุกอย่าง เพราะล้าตามักเกิดจากหลายสาเหตุพร้อมกัน การเลือกเลนส์จึงต้องเริ่มจากวัดสายตา เช็กระยะใช้งาน และดูพฤติกรรมหน้าจอเป็นหลัก

ถ้าจะใช้กฎสั้นๆ ให้จำแบบนี้ เลนส์กรองแสงสีฟ้าเหมาะเมื่อมีงานจอหนักและต้องการตัวช่วยเสริม ส่วนเลนส์ใสทั่วไปเหมาะเมื่อค่าสายตาตรงและอาการไม่ได้ชัดมาก ถ้าไม่แน่ใจ ให้ให้ร้านช่วยฟิตแว่นและวิเคราะห์หน้างานจริงก่อนตัดสินใจ จะได้เลนส์ที่ใช้แล้วรู้สึกต่าง ไม่ใช่แค่ดูดีบนสเปก

อ่านต่อเรื่องการตัดแว่นและวัดสายตาได้ที่ ตัดแว่นสายตา และ วัดสายตา เพื่อเทียบแนวทางร้านที่เน้นฟิตติ้งจริง เพราะงานจอทั้งวันมักต้องเริ่มจากการตั้งค่าตาให้ตรงก่อนเสมอ

ผู้ใช้งานที่อยากได้คำแนะนำแบบเป็นขั้นตอน ร้านแว่นที่ดีจะไม่รีบขายเลนส์ แต่จะถามระยะจอ ชั่วโมงใช้งาน และอาการที่เจอจริงก่อน แล้วค่อยเสนอเลนส์กรองแสงสีฟ้าหรือเลนส์ใสคุณภาพดีให้ตรงกับชีวิตประจำวัน

แหล่งอ้างอิง

  1. ZEISS Vision Care - Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
  2. Digital Eye Strain Report (2016), The Vision Council
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา