น้ำตาเทียม หยอดตา เลือกยี่ห้อไหนดี

น้ำตาเทียม หยอดตา เลือกยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบครบทุกตัวเลือกจากนักทัศนมาตร ล่าสุด

น้ำตาเทียม คืออะไร ทำไมตาแห้งต้องใช้

ตาแห้งไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าตาแห้งเรื้อรังแล้วปล่อยทิ้งไว้ ผิวกระจกตาจะถูกกัดกร่อน เกิดรอยขีดข่วนระดับจุลทรรศน์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่รู้สึกได้ทุกวัน เปิดแอร์ก็แสบ จ้องจอก็พร่า ลืมตาตอนเช้าก็ยังรู้สึกมีทรายในตา

น้ำตาเทียม (Artificial Tears) คือสารน้ำสังเคราะห์ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนหรือเสริมฟิล์มน้ำตาธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นไขมัน ชั้นน้ำ และชั้นมิวซิน แต่ละยี่ห้อมีสูตรที่เน้นชั้นต่างกัน จึงเหมาะกับอาการตาแห้งที่ต่างกันด้วย

น้ำตาเทียม ยี่ห้อไหนดี – เปรียบเทียบตัวเลือกหลักในไทย ล่าสุด

ตลาดน้ำตาเทียมในไทยมีตัวเลือกหลักอยู่ประมาณ 5-6 กลุ่ม แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกัน สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกคือ ความรุนแรงของอาการ ความถี่ที่ใช้ต่อวัน และว่าใช้คอนแทคเลนส์อยู่หรือเปล่า

Systane Complete PF – ตัวเลือกสำหรับตาแห้งระดับปานกลางถึงรุนแรง

Systane Complete PF ใช้เทคโนโลยี POLYPROTECT ที่ครอบคลุมทั้งชั้นไขมันและชั้นน้ำของฟิล์มน้ำตาพร้อมกัน ข้อดีคือไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้บ่อยกว่า 4 ครั้งต่อวัน เพราะสารกันบูดประเภท benzalkonium chloride (BAK) ถ้าสะสมในตามากเกินไปจะยิ่งทำให้ผิวกระจกตาเสียหาย

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่นั่งหน้าจอนาน ตาแห้งจากแอร์ หรือหลังผ่าตัดเลสิค ที่ต้องหยอดบ่อยกว่าปกติ

TheraTears Lubricant – สูตรที่ใกล้เคียงน้ำตาธรรมชาติที่สุด

TheraTears ออกแบบโดยอิงสูตรอิเล็กโทรไลต์ให้ใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติมากที่สุด ใช้ 0.25% sodium carboxymethylcellulose เป็นสารหล่อลื่นหลัก ซึ่งมีค่า osmolarity ต่ำ ช่วยลด hyperosmolarity (ภาวะน้ำตามีความเค็มสูงเกินไป) ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการอักเสบในตาแห้ง

เหมาะสำหรับ: ตาแห้งระดับเบาถึงปานกลาง โดยเฉพาะผู้ใช้หน้าจอสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน

Refresh Optive PF – ตัวเลือกสำหรับตาแพ้ง่ายและหลังเลสิค

Refresh Optive PF มาในรูปแบบหลอดใช้ครั้งเดียว (Single-use vials) จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อน และไม่มี BAK เลย เหมาะกับผู้ที่ตาแพ้ง่ายมาก หรือผู้ที่เพิ่งผ่าตัดตาและแพทย์แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมบริสุทธิ์ที่สุด

ข้อด้อยเดียวคือต้นทุนสูงกว่าแบบขวดใหญ่ และเปิดแล้วต้องใช้ให้หมดภายในครั้งเดียว ห้ามเก็บค้างคืน

Thealoz Duo – น้ำตาเทียมที่ช่วยซ่อมแซมผิวกระจกตา

Thealoz Duo มีส่วนผสมสำคัญ 2 ตัวคือ Trehalose 3% และ Hyaluronic Acid 0.15% trehalose เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเซลล์บนผิวกระจกตาจากภาวะขาดน้ำ (Osmoprotection) ส่วน hyaluronic acid ช่วยดึงรั้งและกักเก็บน้ำไว้บนผิวตานาน 2-3 เท่าของน้ำตาเทียมทั่วไป

เหมาะสำหรับ: ตาแห้งระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่ผิวกระจกตาเริ่มเสียหายจากตาแห้งเรื้อรัง หรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์นาน

Hyabak – Hyaluronic Acid เข้มข้นสำหรับตาแห้งรุนแรง

Hyabak ใช้ sodium hyaluronate 0.15% ในรูปแบบ Preservative-Free โดยใช้ระบบ ABAK bottle ที่กรองอากาศให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าขวด จึงไม่ต้องใช้สารกันบูดแต่ขวดยังใช้ได้ถึง 3 เดือนหลังเปิด จุดเด่นคือ viscosity ที่พอดี ไม่หนาเกินจนพร่ามัว แต่เคลือบตาได้นาน เหมาะสำหรับตาแห้งระดับรุนแรงที่ต้องหยอดบ่อย

Systane Gel Drops – สำหรับตอนกลางคืนหรืออาการรุนแรงมาก

ถ้าตาแห้งมากจนตื่นมาตอนเช้าตาแห้งติดกัน หรือตาแห้งระหว่างนอนหลับ Systane Gel Drops คือตัวเลือก เพราะเนื้อสัมผัสหนากว่าน้ำตาเทียมทั่วไป เกาะผิวตาได้นานกว่า แต่อาจทำให้มองเห็นพร่าชั่วคราวหลังหยอด ไม่ควรใช้ขณะขับรถ

น้ำตาเทียม มีสารกันบูด vs ไม่มีสารกันบูด – ต่างกันอย่างไร ต้องเลือกแบบไหน

นี่คือจุดที่หลายคนสับสนมากที่สุด น้ำตาเทียมแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามสารกันบูด:

น้ำตาเทียมที่มีสารกันบูด (With Preservatives)

ใช้ benzalkonium chloride (BAK), thimerosal หรือ polyquad เป็นสารกันบูด ข้อดีคือราคาถูกกว่าและขวดใหญ่กว่า แต่ถ้าใช้เกิน 4 ครั้งต่อวัน หรือใช้ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ BAK จะสะสมและทำลายเซลล์เยื่อบุตา ทำให้ตาแห้งและอักเสบได้มากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับที่ต้องการ

ใช้ได้สำหรับ: ตาแห้งเบา หยอด 1-3 ครั้งต่อวัน ใช้เป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่อง

น้ำตาเทียมไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free)

ปลอดภัยกว่าสำหรับการใช้บ่อย มาในรูปแบบ single-use vials หรือขวดพิเศษที่กรองอากาศ เช่น ABAK system เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องหยอดตาบ่อยกว่า 4 ครั้งต่อวัน ผู้ที่ตาแพ้ง่าย และผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

น้ำตาเทียม หยอดตาถูกวิธี ทำอย่างไร

หยอดตาผิดวิธีก็เสียประโยชน์ ขั้นตอนที่ถูกต้อง:

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
  • เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดึงเปลือกตาล่างลง สร้าง “pocket” เล็กๆ
  • หยอดลงใน pocket นั้น 1-2 หยด ไม่ใช่หยอดลงบนกระจกตาตรงๆ
  • หลับตาเบาๆ 1-2 นาที ไม่กระพริบแรงๆ เพราะจะบีบน้ำตาออกก่อนซึม
  • กดมุมตาด้านในเบาๆ ช่วยให้น้ำตาเทียมไม่ไหลลงคอ (สำคัญมากสำหรับยาหยอดตาที่มีฤทธิ์ยา)
  • รอ 5-10 นาทีก่อนใส่คอนแทคเลนส์ถ้าต้องใส่

คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ ใช้น้ำตาเทียมได้ไหม ต้องเลือกแบบไหน

ใช้ได้ แต่ต้องเลือกให้ถูก น้ำตาเทียมที่มี BAK จะทำให้คอนแทคเลนส์เสื่อมและปล่อยสาร toxic เข้าตาได้ ต้องใช้สูตรที่ label ระบุชัดว่า “safe for contact lens” หรือ “Preservative-Free” เท่านั้น

ตัวเลือกที่ใส่คอนแทคได้เลยโดยไม่ต้องถอดก่อน: Hyabak, Thealoz Duo, Blink Contacts

ตัวเลือกที่ต้องถอดคอนแทคก่อนหยอด แล้วรอ 15 นาทีค่อยใส่คืน: น้ำตาเทียมที่มี BAK ทุกชนิด

ถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาเรื่องสายตาและการเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับสภาพตาของร้านตัดแว่นที่ไว้ใจได้ เพราะบางครั้งตาแห้งที่รักษาไม่หายอาจเกิดจากเลนส์สายตาที่ไม่พอดี ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำตา

ตาแห้งแค่ไหน ต้องหาหมอ ไม่ใช่ซื้อน้ำตาเทียมเอง

น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการ แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุ ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรพบจักษุแพทย์ ไม่ใช่แค่เพิ่มความถี่ในการหยอด:

  • ตาแดงทุกวัน นานกว่า 2 สัปดาห์
  • มองไม่ชัดแม้หยอดน้ำตาเทียมแล้ว
  • ปวดตาอย่างรุนแรง หรือตาแพ้แสงมากผิดปกติ
  • น้ำตาไหลตลอด แม้ตาจะแห้ง (Reflex tearing – อาการตาแห้งรุนแรงที่ทำให้ร่างกายสั่งผลิตน้ำตาในปริมาณมากผิดปกติ)
  • ต้องหยอดน้ำตาเทียมมากกว่า 6 ครั้งต่อวันถึงจะทนได้

สาเหตุของตาแห้งที่รักษาด้วยน้ำตาเทียมอย่างเดียวไม่ได้ เช่น Meibomian Gland Dysfunction (MGD) ซึ่งเป็นการอุดตันของต่อมไขมันเปลือกตา ต้องรักษาด้วยการอุ่นและนวดเปลือกตา หรือใช้ยาเฉพาะ เช่น cyclosporine ophthalmic emulsion (Restasis)

น้ำตาเทียม กับ การตัดแว่นสายตา มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอาการตาแห้งส่งผลต่อความแม่นยำในการวัดสายตาโดยตรง ถ้าตาแห้งก่อนเข้าตัดแว่น ค่าสายตาที่วัดได้อาจเพี้ยนไปได้ถึง 0.25-0.50 diopter ซึ่งหมายความว่าเลนส์ที่ได้จะไม่ตรงกับสายตาจริงๆ

นักทัศนมาตรที่มีประสบการณ์จะถามก่อนเสมอว่าตาแห้งไหม และถ้าแห้งจะให้หยอดน้ำตาเทียมก่อนการทดสอบ หรือนัดวัดสายตาใหม่ในวันที่ตาพักผ่อนเพียงพอและไม่แห้ง

ถ้าสวมคอนแทคเลนส์เป็นประจำ ควรถอดก่อนวัดสายตาอย่างน้อย 2 สัปดาห์สำหรับ soft lens และ 4 สัปดาห์สำหรับ rigid gas permeable lens เพื่อให้กระจกตาคืนรูปสมบูรณ์ก่อน

สำหรับการตัดแว่นสายตาให้ได้ผลที่ดีที่สุด ควรดูแลสุขภาพตาควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่เลือกเลนส์และกรอบอย่างเดียว กรอบแว่นพรีเมียมอย่าง Rayban หรือ Oakley ก็ให้ประโยชน์เต็มที่ได้ก็ต่อเมื่อเลนส์สายตาแม่นยำและตาไม่แห้งเรื้อรัง

สรุป เลือกน้ำตาเทียม หยอดตา ยี่ห้อไหนดีในปี ล่าสุด

อาการยี่ห้อแนะนำข้อสังเกต
ตาแห้งเบา หยอด 1-3 ครั้ง/วันTheraTears Lubricantสูตรอิเล็กโทรไลต์ใกล้เคียงธรรมชาติ
ตาแห้งบ่อย >4 ครั้ง/วันSystane Complete PFต้องใช้แบบไม่มีสารกันบูด
ตาแพ้ง่าย / หลังเลสิคRefresh Optive PFSingle-use vials ปลอดเชื้อที่สุด
ตาแห้งรุนแรง ผิวกระจกตาเสียหายThealoz DuoTrehalose ช่วยซ่อมแซมเซลล์
ใส่คอนแทคเลนส์Hyabakใส่คอนแทคได้เลยไม่ต้องถอด
ตาแห้งรุนแรงตอนกลางคืนSystane Gel Dropsห้ามใช้ขณะขับรถ

น้ำตาเทียมที่แพงกว่าไม่ได้ดีกว่าเสมอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือเลือกให้ตรงกับอาการ และถ้าหยอดมาหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น อาจถึงเวลาที่ต้องพบจักษุแพทย์เพื่อหาต้นเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่แค่บรรเทาอาการไปเรื่อยๆ

แหล่งอ้างอิง

  1. World Report on Vision (2019), World Health Organization (WHO)
  2. Prevalence of Refractive Error in the United States, 1999–2004 (2008), Archives of Ophthalmology
  3. Impact of polarized lenses on driving safety (2019), Journal of Safety Research
  4. Oakley, Inc. — Luxottica Brand Portfolio, EssilorLuxottica
ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรศาสตร์ได้ หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาหรือการมองเห็น กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง เนื้อหาในบทความอ้างอิงจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง ณ วันที่เผยแพร่ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าทางการแพทย์
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา