น้ำตาเทียม หยอดตา เลือกยี่ห้อไหนดี

น้ำตาเทียม หยอดตา เลือกยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบครบทุกตัวเลือกจากนักทัศนมาตร 2026

น้ำตาเทียม คืออะไร ทำไมตาแห้งต้องใช้

ตาแห้งไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าตาแห้งเรื้อรังแล้วปล่อยทิ้งไว้ ผิวกระจกตาจะถูกกัดกร่อน เกิดรอยขีดข่วนระดับจุลทรรศน์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่รู้สึกได้ทุกวัน เปิดแอร์ก็แสบ จ้องจอก็พร่า ลืมตาตอนเช้าก็ยังรู้สึกมีทรายในตา

น้ำตาเทียม (Artificial Tears) คือสารน้ำสังเคราะห์ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนหรือเสริมฟิล์มน้ำตาธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นไขมัน ชั้นน้ำ และชั้นมิวซิน แต่ละยี่ห้อมีสูตรที่เน้นชั้นต่างกัน จึงเหมาะกับอาการตาแห้งที่ต่างกันด้วย

น้ำตาเทียม ยี่ห้อไหนดี – เปรียบเทียบตัวเลือกหลักในไทย 2026

ตลาดน้ำตาเทียมในไทยมีตัวเลือกหลักอยู่ประมาณ 5-6 กลุ่ม แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกัน สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกคือ ความรุนแรงของอาการ ความถี่ที่ใช้ต่อวัน และว่าใช้คอนแทคเลนส์อยู่หรือเปล่า

Systane Complete PF – ตัวเลือกสำหรับตาแห้งระดับปานกลางถึงรุนแรง

Systane Complete PF ใช้เทคโนโลยี POLYPROTECT ที่ครอบคลุมทั้งชั้นไขมันและชั้นน้ำของฟิล์มน้ำตาพร้อมกัน ข้อดีคือไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้บ่อยกว่า 4 ครั้งต่อวัน เพราะสารกันบูดประเภท benzalkonium chloride (BAK) ถ้าสะสมในตามากเกินไปจะยิ่งทำให้ผิวกระจกตาเสียหาย

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่นั่งหน้าจอนาน ตาแห้งจากแอร์ หรือหลังผ่าตัดเลสิค ที่ต้องหยอดบ่อยกว่าปกติ

TheraTears Lubricant – สูตรที่ใกล้เคียงน้ำตาธรรมชาติที่สุด

TheraTears ออกแบบโดยอิงสูตรอิเล็กโทรไลต์ให้ใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติมากที่สุด ใช้ 0.25% sodium carboxymethylcellulose เป็นสารหล่อลื่นหลัก ซึ่งมีค่า osmolarity ต่ำ ช่วยลด hyperosmolarity (ภาวะน้ำตามีความเค็มสูงเกินไป) ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการอักเสบในตาแห้ง

เหมาะสำหรับ: ตาแห้งระดับเบาถึงปานกลาง โดยเฉพาะผู้ใช้หน้าจอสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน

Refresh Optive PF – ตัวเลือกสำหรับตาแพ้ง่ายและหลังเลสิค

Refresh Optive PF มาในรูปแบบหลอดใช้ครั้งเดียว (Single-use vials) จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อน และไม่มี BAK เลย เหมาะกับผู้ที่ตาแพ้ง่ายมาก หรือผู้ที่เพิ่งผ่าตัดตาและแพทย์แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมบริสุทธิ์ที่สุด

ข้อด้อยเดียวคือต้นทุนสูงกว่าแบบขวดใหญ่ และเปิดแล้วต้องใช้ให้หมดภายในครั้งเดียว ห้ามเก็บค้างคืน

Thealoz Duo – น้ำตาเทียมที่ช่วยซ่อมแซมผิวกระจกตา

Thealoz Duo มีส่วนผสมสำคัญ 2 ตัวคือ Trehalose 3% และ Hyaluronic Acid 0.15% trehalose เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเซลล์บนผิวกระจกตาจากภาวะขาดน้ำ (Osmoprotection) ส่วน hyaluronic acid ช่วยดึงรั้งและกักเก็บน้ำไว้บนผิวตานาน 2-3 เท่าของน้ำตาเทียมทั่วไป

เหมาะสำหรับ: ตาแห้งระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่ผิวกระจกตาเริ่มเสียหายจากตาแห้งเรื้อรัง หรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์นาน

Hyabak – Hyaluronic Acid เข้มข้นสำหรับตาแห้งรุนแรง

Hyabak ใช้ sodium hyaluronate 0.15% ในรูปแบบ Preservative-Free โดยใช้ระบบ ABAK bottle ที่กรองอากาศให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าขวด จึงไม่ต้องใช้สารกันบูดแต่ขวดยังใช้ได้ถึง 3 เดือนหลังเปิด จุดเด่นคือ viscosity ที่พอดี ไม่หนาเกินจนพร่ามัว แต่เคลือบตาได้นาน เหมาะสำหรับตาแห้งระดับรุนแรงที่ต้องหยอดบ่อย

Systane Gel Drops – สำหรับตอนกลางคืนหรืออาการรุนแรงมาก

ถ้าตาแห้งมากจนตื่นมาตอนเช้าตาแห้งติดกัน หรือตาแห้งระหว่างนอนหลับ Systane Gel Drops คือตัวเลือก เพราะเนื้อสัมผัสหนากว่าน้ำตาเทียมทั่วไป เกาะผิวตาได้นานกว่า แต่อาจทำให้มองเห็นพร่าชั่วคราวหลังหยอด ไม่ควรใช้ขณะขับรถ

น้ำตาเทียม มีสารกันบูด vs ไม่มีสารกันบูด – ต่างกันอย่างไร ต้องเลือกแบบไหน

นี่คือจุดที่หลายคนสับสนมากที่สุด น้ำตาเทียมแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามสารกันบูด:

น้ำตาเทียมที่มีสารกันบูด (With Preservatives)

ใช้ benzalkonium chloride (BAK), thimerosal หรือ polyquad เป็นสารกันบูด ข้อดีคือราคาถูกกว่าและขวดใหญ่กว่า แต่ถ้าใช้เกิน 4 ครั้งต่อวัน หรือใช้ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ BAK จะสะสมและทำลายเซลล์เยื่อบุตา ทำให้ตาแห้งและอักเสบได้มากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับที่ต้องการ

ใช้ได้สำหรับ: ตาแห้งเบา หยอด 1-3 ครั้งต่อวัน ใช้เป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่อง

น้ำตาเทียมไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free)

ปลอดภัยกว่าสำหรับการใช้บ่อย มาในรูปแบบ single-use vials หรือขวดพิเศษที่กรองอากาศ เช่น ABAK system เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องหยอดตาบ่อยกว่า 4 ครั้งต่อวัน ผู้ที่ตาแพ้ง่าย และผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

น้ำตาเทียม หยอดตาถูกวิธี ทำอย่างไร

หยอดตาผิดวิธีก็เสียประโยชน์ ขั้นตอนที่ถูกต้อง:

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
  • เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดึงเปลือกตาล่างลง สร้าง “pocket” เล็กๆ
  • หยอดลงใน pocket นั้น 1-2 หยด ไม่ใช่หยอดลงบนกระจกตาตรงๆ
  • หลับตาเบาๆ 1-2 นาที ไม่กระพริบแรงๆ เพราะจะบีบน้ำตาออกก่อนซึม
  • กดมุมตาด้านในเบาๆ ช่วยให้น้ำตาเทียมไม่ไหลลงคอ (สำคัญมากสำหรับยาหยอดตาที่มีฤทธิ์ยา)
  • รอ 5-10 นาทีก่อนใส่คอนแทคเลนส์ถ้าต้องใส่

คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ ใช้น้ำตาเทียมได้ไหม ต้องเลือกแบบไหน

ใช้ได้ แต่ต้องเลือกให้ถูก น้ำตาเทียมที่มี BAK จะทำให้คอนแทคเลนส์เสื่อมและปล่อยสาร toxic เข้าตาได้ ต้องใช้สูตรที่ label ระบุชัดว่า “safe for contact lens” หรือ “Preservative-Free” เท่านั้น

ตัวเลือกที่ใส่คอนแทคได้เลยโดยไม่ต้องถอดก่อน: Hyabak, Thealoz Duo, Blink Contacts

ตัวเลือกที่ต้องถอดคอนแทคก่อนหยอด แล้วรอ 15 นาทีค่อยใส่คืน: น้ำตาเทียมที่มี BAK ทุกชนิด

ถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาเรื่องสายตาและการเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับสภาพตาของร้านตัดแว่นที่ไว้ใจได้ เพราะบางครั้งตาแห้งที่รักษาไม่หายอาจเกิดจากเลนส์สายตาที่ไม่พอดี ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำตา

ตาแห้งแค่ไหน ต้องหาหมอ ไม่ใช่ซื้อน้ำตาเทียมเอง

น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการ แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุ ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรพบจักษุแพทย์ ไม่ใช่แค่เพิ่มความถี่ในการหยอด:

  • ตาแดงทุกวัน นานกว่า 2 สัปดาห์
  • มองไม่ชัดแม้หยอดน้ำตาเทียมแล้ว
  • ปวดตาอย่างรุนแรง หรือตาแพ้แสงมากผิดปกติ
  • น้ำตาไหลตลอด แม้ตาจะแห้ง (Reflex tearing – อาการตาแห้งรุนแรงที่ทำให้ร่างกายสั่งผลิตน้ำตาในปริมาณมากผิดปกติ)
  • ต้องหยอดน้ำตาเทียมมากกว่า 6 ครั้งต่อวันถึงจะทนได้

สาเหตุของตาแห้งที่รักษาด้วยน้ำตาเทียมอย่างเดียวไม่ได้ เช่น Meibomian Gland Dysfunction (MGD) ซึ่งเป็นการอุดตันของต่อมไขมันเปลือกตา ต้องรักษาด้วยการอุ่นและนวดเปลือกตา หรือใช้ยาเฉพาะ เช่น cyclosporine ophthalmic emulsion (Restasis)

น้ำตาเทียม กับ การตัดแว่นสายตา มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอาการตาแห้งส่งผลต่อความแม่นยำในการวัดสายตาโดยตรง ถ้าตาแห้งก่อนเข้าตัดแว่น ค่าสายตาที่วัดได้อาจเพี้ยนไปได้ถึง 0.25-0.50 diopter ซึ่งหมายความว่าเลนส์ที่ได้จะไม่ตรงกับสายตาจริงๆ

นักทัศนมาตรที่มีประสบการณ์จะถามก่อนเสมอว่าตาแห้งไหม และถ้าแห้งจะให้หยอดน้ำตาเทียมก่อนการทดสอบ หรือนัดวัดสายตาใหม่ในวันที่ตาพักผ่อนเพียงพอและไม่แห้ง

ถ้าสวมคอนแทคเลนส์เป็นประจำ ควรถอดก่อนวัดสายตาอย่างน้อย 2 สัปดาห์สำหรับ soft lens และ 4 สัปดาห์สำหรับ rigid gas permeable lens เพื่อให้กระจกตาคืนรูปสมบูรณ์ก่อน

สำหรับการตัดแว่นสายตาให้ได้ผลที่ดีที่สุด ควรดูแลสุขภาพตาควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่เลือกเลนส์และกรอบอย่างเดียว กรอบแว่นพรีเมียมอย่าง Rayban หรือ Oakley ก็ให้ประโยชน์เต็มที่ได้ก็ต่อเมื่อเลนส์สายตาแม่นยำและตาไม่แห้งเรื้อรัง

สรุป เลือกน้ำตาเทียม หยอดตา ยี่ห้อไหนดีในปี 2026

อาการยี่ห้อแนะนำข้อสังเกต
ตาแห้งเบา หยอด 1-3 ครั้ง/วันTheraTears Lubricantสูตรอิเล็กโทรไลต์ใกล้เคียงธรรมชาติ
ตาแห้งบ่อย >4 ครั้ง/วันSystane Complete PFต้องใช้แบบไม่มีสารกันบูด
ตาแพ้ง่าย / หลังเลสิคRefresh Optive PFSingle-use vials ปลอดเชื้อที่สุด
ตาแห้งรุนแรง ผิวกระจกตาเสียหายThealoz DuoTrehalose ช่วยซ่อมแซมเซลล์
ใส่คอนแทคเลนส์Hyabakใส่คอนแทคได้เลยไม่ต้องถอด
ตาแห้งรุนแรงตอนกลางคืนSystane Gel Dropsห้ามใช้ขณะขับรถ

น้ำตาเทียมที่แพงกว่าไม่ได้ดีกว่าเสมอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือเลือกให้ตรงกับอาการ และถ้าหยอดมาหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น อาจถึงเวลาที่ต้องพบจักษุแพทย์เพื่อหาต้นเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่แค่บรรเทาอาการไปเรื่อยๆ

แหล่งอ้างอิง

  1. World Report on Vision (2019) — World Health Organization (WHO)
  2. Prevalence of Refractive Error in the United States, 1999–2004 (2008) — Archives of Ophthalmology
  3. Impact of polarized lenses on driving safety (2019) — Journal of Safety Research
  4. Oakley, Inc. — Luxottica Brand Portfolio — EssilorLuxottica
ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรศาสตร์ได้ หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาหรือการมองเห็น กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง เนื้อหาในบทความอ้างอิงจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง ณ วันที่เผยแพร่ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าทางการแพทย์
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

แชทกับเรา