แว่นจักรยาน Oakley Jawbreaker Sutro Flak 2.0 XL เปรียบเทียบ

แว่นจักรยาน Oakley เลือกรุ่นไหนใน ล่าสุด – Jawbreaker, Sutro และ Flak 2.0 XL เปรียบเทียบตามสไตล์การปั่น

อัปเดตล่าสุด:

แว่นกันแดดสำหรับปั่นจักรยานไม่ใช่แค่เรื่องสไตล์แสงยูวีที่สะสมระหว่างขี่ 3-4 ชั่วโมงต่อวันสร้างความเสียหายต่อดวงตาได้มากกว่าการนั่งกลางแจ้งทั่วไปถึง 2 เท่าเพราะลมและฝุ่นทำให้หนังตากระพริบน้อยลงดวงตาเปิดรับแสงนานกว่าปกติ Oakley ออกแบบแว่นสำหรับนักปั่นโดยเฉพาะและใน ล่าสุด มี 3 รุ่นที่นักปั่นชาวไทยถามหามากที่สุดได้แก่ Jawbreaker, Sutro และ Flak 2.0 XL แต่ละรุ่นเหมาะกับสไตล์การปั่นที่ต่างกัน

ทำไมต้องเลือกแว่นจักรยาน Oakley โดยเฉพาะ

แว่นกีฬาทั่วไปกับแว่นจักรยาน Oakley ต่างกันตรงที่ออกแบบมาสำหรับ “ท่าก้มคอ” ของนักปั่นเมื่อนั่งขี่จักรยานสายตาจะมองผ่านส่วนบนของเลนส์แทนที่จะมองตรงทำให้เลนส์มาตรฐานตัดขอบภาพด้านบน Oakley แก้ปัญหานี้ด้วยเลนส์ที่สูงกว่าปกติมุมมองกว้างและระบบระบายอากาศที่ป้องกันฝ้าขณะออกแรงหนัก

เลนส์ Plutonite ของ Oakley ผ่านการทดสอบรับลูกเหล็ก 6 มิลลิเมตรที่ความเร็ว 164 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยไม่แตกมาตรฐานนี้สูงกว่า ANSI Z87.1 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของอุตสาหกรรมขณะที่ขาแว่นทำจากวัสดุ Unobtainium ที่ยิ่งมีเหงื่อยิ่งเกาะแน่นไม่เลื่อนขณะปั่นเร็ว

เปรียบเทียบ 3 รุ่นหลัก: Jawbreaker, Sutro, Flak 2.0 XL

คุณสมบัติJawbreakerSutroFlak 2.0 XL
ความกว้างกรอบ134 มม.136 มม.135 มม.
ความสูงเลนส์53 มม. (ใหญ่สุด)ใหญ่ครอบคลุมสูงXL เพิ่มขึ้นจาก Flak ปกติ
มุมมองกว้างกว่าปกติ 44%Shield ครอบแก้มSemi-rimless โล่ง
เปลี่ยนเลนส์ง่าย (Switchlock)ทำได้แต่ซับซ้อนกว่าง่าย (Switch lock)
Unobtainium ขาแว่นมีมีแค่ Sutro Liteมี
Asian Fitมี (High Bridge)มีมี
ราคาในไทย4,990 – 9,200 บาทราคาใกล้เคียงต่ำกว่า Jawbreaker
เหมาะกับRoad / RaceRoad + ชีวิตประจำวันทุกกิจกรรม

Oakley Jawbreaker – สำหรับนักปั่นจริงจัง

Oakley Jawbreaker ถือเป็นยอดนิยมของนักปั่นระดับโปรเลนส์สูง 53 มิลลิเมตรคือตัวเลขที่นักวิจัยได้จาก eye-tracking study ว่าให้มุมมองกว้างที่สุดสำหรับท่าขี่แบบก้มคอมุมมองรวมกว้างกว่าแว่นทั่วไปถึง 44% ระบบ Switchlock ให้เปลี่ยนเลนส์ได้ภายใน 30 วินาทีโดยไม่ใช้เครื่องมือเหมาะมากสำหรับการปั่นหลายช่วงแสงเช้า-กลางวัน-เย็น

ข้อควรรู้คือ Jawbreaker ออกแบบมาสำหรับ “ท่าปั่นเร็ว” โดยเฉพาะขาแว่นมีรูปทรงที่อาจกดศีรษะหลังสวม 1 ชั่วโมงขึ้นไปในบางคนถ้าปั่นระยะสั้น-กลางไม่มีปัญหาแต่ถ้าปั่นทริปยาว 6+ ชั่วโมงควรลองสวมก่อนตัดสินใจ

Oakley Sutro – ปั่นได้ใส่ไปไหนก็ดูดี

Oakley Sutro เป็นรุ่นที่โปรนักปั่นอย่าง Egan Bernal ทำให้ดังไปทั่วโลกเลนส์ Shield ขนาดใหญ่ครอบแก้มได้ดีระบายอากาศดีด้วยโครงกรอบเปิดเหมาะทั้งปั่นจักรยานและใส่ชีวิตประจำวันรุ่น Sutro Lite มีน้ำหนักเบากว่าและมี Unobtainium ที่ขาแว่นถ้างบพอควรเลือก Sutro Lite แทน base model

ข้อด้อยของ Sutro base คือขาแว่นไม่มี Unobtainium grip เหมือน Jawbreaker ทำให้อาจเลื่อนได้เล็กน้อยเมื่อเหงื่อออกมากเลนส์ยังเปลี่ยนได้แต่ขั้นตอนซับซ้อนกว่า Jawbreaker

Oakley Flak 2.0 XL – นักปั่น All-rounder

Flak 2.0 XL เป็นตัวเลือกที่นักวิจารณ์จากหลายสำนักยกให้เป็นอันดับ 1 สำหรับนักปั่น all-around ออกแบบ semi-rimless ให้มุมมองโล่งเฉพาะตรงที่ต้องการน้ำหนักเบาที่สุดในสามและสวมใส่ได้สบายแม้ขี่ยาว 6 ชั่วโมงขึ้นไปโดยไม่กดศีรษะราคายังต่ำกว่า Jawbreaker ทำให้คุ้มค่ามากขึ้น

ข้อแลกเปลี่ยนเดียวคือ coverage รอบด้านน้อยกว่า shield-style ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือแมลงมาก Jawbreaker ป้องกันได้ครอบคลุมกว่า

เลือกรุ่นไหนตามสไตล์การปั่น

  • Road Racing / ปั่นเร็วระยะสั้น-กลาง – Jawbreaker คือตัวเลือกที่ดีที่สุดมุมมองกว้างสุดเลนส์เปลี่ยนเร็ว
  • ทริประยะไกล 100 กม. ขึ้นไป – Flak 2.0 XL สวมสบายกว่าสำหรับการขี่นานไม่กดศีรษะ
  • Urban Cycling / ปั่นในเมือง + ใส่ทั่วไป – Sutro รูปทรงเหมาะกว่าดูดีทั้งบนจักรยานและในคาเฟ่
  • MTB / เส้นทาง Trail – Jawbreaker กับ Prizm Trail เป็นคู่ที่ดีที่สุดเห็นพื้นผิวถนนชัดขึ้น

เลนส์ Prizm สำหรับจักรยานเลือกสีไหน

ทุกรุ่นรองรับเลนส์ Prizm หลายแบบสำหรับการปั่นจักรยานมีสี่ตัวเลือกหลัก:

  • Prizm Road – เหมาะถนนกลางวันเพิ่มคอนทราสต์เส้นถนนและสัญญาณไฟ
  • Prizm Road Black – เหมือน Road แต่เข้มกว่าสำหรับวันแดดจัดสุดๆ
  • Prizm Trail – สำหรับเส้นทาง trail ไม่เข้มหรืออ่อนเกินไปมองเห็นพื้นผิวดิน
  • Prizm Low Light – ให้แสงผ่าน 70% สำหรับปั่นเช้ามืดหรือช่วงแสงน้อย

Asian Fit สำคัญไหมสำหรับคนไทย

สำคัญมาก Jawbreaker มี High Bridge Fit version ที่ปรับขาแว่นได้ 3 ระดับเหมาะกับสันดั้งจมูกต่ำของคนเอเชียป้องกันแว่นเลื่อนลงขณะปั่น Sutro และ Flak 2.0 XL ก็มี Asian Fit เช่นกันก่อนซื้อควรตรวจสอบว่ารุ่นที่สนใจเป็น Asian Fit หรือ Standard เพราะการ fit ที่ถูกต้องส่งผลต่อทั้งความสบายและประสิทธิภาพการกรองแสง

ราคาและจุดที่ควรระวังก่อนซื้อ

Oakley Jawbreaker ในไทยมีราคา 4,990-9,200 บาทขึ้นอยู่กับรุ่นและสีเลนส์ Prizm ราคาต่างกันได้มากเพราะเลนส์ Photochromic (ปรับแสงอัตโนมัติ) จะแพงกว่า Prizm ธรรมดาประมาณ 2,000-3,000 บาทควรซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองจาก ตัวแทนในไทย เพื่อรับประกัน 2 ปี

ถ้าต้องการตัดแว่นสายตาลงใน Oakley รุ่น OX Series (Crosslink, Flak XS, Metalink) สามารถตัดได้ที่ Siam Eyewear ซึ่งมีเครื่องตัดเลนส์ ZEISS 4 เครื่องความแม่นยำ 0.1 มิลลิเมตรรองรับทั้งเลนส์ single vision และ progressive

สรุป – ใช้ตารางนี้เลือกรุ่น

ถ้าปั่นแบบนี้รุ่นที่แนะนำ
Road race / ปั่นเร็วระยะกลางJawbreaker + Prizm Road
ทริปยาว 6+ ชั่วโมงFlak 2.0 XL + Prizm Road
Urban cycling + ใส่ชีวิตประจำวันSutro / Sutro Lite
MTB / TrailJawbreaker + Prizm Trail
ปั่นตอนเช้ามืดหรือแสงน้อยJawbreaker + Prizm Low Light

จากยอดขายที่ Siam Eyewear นักปั่นที่ขอคำแนะนำเกิน 8 ใน 10 คนเลือก Jawbreaker เป็นรุ่นแรกด้วยเหตุผลเรื่องมุมมองกว้างและระบบเปลี่ยนเลนส์ที่ยืดหยุ่นแต่ถ้าปั่นระยะไกลหรืองบจำกัด Flak 2.0 XL ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงในราคาที่เข้าถึงได้กว่า

แหล่งอ้างอิง

  1. ZEISS Vision Care — Progressive Lens Technology, Carl Zeiss AG
  2. Prizm Lens Technology — Oakley, Oakley, Inc.
  3. Comparison of progressive addition lenses by quantitative comparison of visual acuity, reading speed, and satisfaction (2009), Optometry and Vision Science
  4. Effect of photochromic spectacle lenses on visual performance in sunlight (2017), Clinical and Experimental Optometry
  5. Digital Eye Strain Report (2016), The Vision Council
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา