color blindness testing equipment and optometry charts

ตาบอดสี คืออะไร ตรวจได้ยังไง – คู่มือทั้งหมดปี 2026

ตาบอดสี คืออะไร ตรวจได้ยังไง – คู่มือทั้งหมดปี 2026

ตาบอดสีเป็นภาวะที่คนไทยหลายคนเผชิญกันโดยไม่รู้ตัว มีการศึกษาพบว่าประมาณ 1 ใน 12 ผู้ชายและ 1 ใน 255 ผู้หญิงในประเทศไทยมีภาวะตาบอดสีในระดับหนึ่ง ในบทความนี้เราจะพาทุกคนเข้าใจถึงตาบอดสีทุกประการตั้งแต่สาเหตุอย่างไรไปจนถึงการตรวจวินิจฉัยและการจัดการในชีวิตประจำวัน สำหรับท่านที่ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติm สามารถติดต่อแพทย์ตาผู้เชี่ยวชาญได้ที่นี่

สาเหตุและกลไกการเกิดตาบอดสี

ตาบอดสี (Color Blindness) เป็นภาวะที่ตาไม่สามารถตรวจจับสีได้อย่างถูกต้อง โดยปกติมนุษย์จะมีเซลล์รับแสงในจอตา 2 ชนิดคือโรด (Rods) คอน (Cones) ซึ่งโรดมีหน้าทับในการมองเห็นในที่แสงน้อย ส่วนคอนเป็นเซลล์ที่มีหน้าทับในการมองเห็นสี โดยคอนจะมี 3 ประเภทคือคอนตรวจจับสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน

ผู้ที่มีตาบอดสีจะมีการผิดปกติของคอนในจอตา ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสีได้อย่างถูกต้อง ภาวะนี้ส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม โดยยีนที่ควบคุมการสร้างโปรตีนของคอนผิดปกติ โดยมีโอกาสเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเนื่องจากยีนควบคุมสีอยู่บนโครโมโซมเอกซ์ (X chromosome)

ประเภทและระดับความรุนแรงของตาบอดสี

ตาบอดสีแบ่งออกเป็นหลายชนิดตามความผิดปกติของคอน โดยแบ่งตามความรุนแรงและชนิดของสีที่ผิดปกติ

1. ตาบอดสีแดงเขียว (Protanopia)

เป็นตาบอดสีที่พบบ่อยที่สุด คนที่มีภาวะนี้จะมีการผิดปกติของคอนตรวจจับสีแดง ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสีแดงและสีเขียวได้อย่างถูกต้อง ผู้ป่วยจะมองสีแดงเหมือนสีน้ำตาลหรือส้ม และสีเขียวอาจดูคล้ายสีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน

ในคนไทย ประมาณ 1% ของผู้ชายและ 0.01% ของผู้หญิงจะมีตาบอดสีแดงเขียวในระดับสูง (protanopia)

2. ตาบอดสีเขียวน้ำเงิน (Deuteranopia)

เป็นตาบอดสีที่พบบ่อยเป็นอันดับสอง คนที่มีภาวะนี้จะมีการผิดปกติของคอนตรวจจับสีเขียว ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสีเขียวและสีแดงได้อย่างถูกต้อง ผู้ป่วยจะมองสีเขียวเหมือนสีเหลือง และสีแดงอาจดูคล้ายสีน้ำตาล

ในคนไทย ประมาณ 1% ของผู้ชายและ 0.01% ของผู้หญิงจะมีตาบอดสีเขียวน้ำเงินในระดับสูง (deuteranopia)

3. ตาบอดสีน้ำเงิน (Tritanopia)

เป็นตาบอดสีที่พบได้น้อยกว่า คนที่มีภาวะนี้จะมีการผิดปกติของคอนตรวจจับสีน้ำเงิน ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสีฟ้าและสีเหลืองได้อย่างถูกต้อง ภาวะนี้สามารถพบได้ใ้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้เท่ากัน

4. ตาบอดสีบางส่วน (Anomalous Trichromacy)

เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดของตาบอดสี คนที่มีภาวะนี้มีคอนที่ตรวจจับสีผิดปกติแต่ยังมีฤทธิ์บ้าง โดยจะมี 3 แบบคือ:

  • Protanomaly: คอนตรวจจับสีแดงผิดปกติ
  • Deuteranomaly: คอนตรวจจับสีเขียวผิดปกติ
  • Tritanomaly: คอนตรวจจับสีน้ำเงินผิดปกติ

ผู้ป่วยที่มีตาบอดสีบางส่วนสามารถมองเห็นสีได้แต่มีความละเอียดในการแยกแยะสีน้อยกว่าคนปกติ

การวินิจฉัยตาบอดสีแบบละเอียด

การตรวจวินิจฉัยตาบอดสีสามารถทำได้หลายวิธี โดยแพทย์ตาจะพิจารณาจากประวัติการรักษาและการทดสอบทางการแพทย์

การทดสอบไอโชตาสต์ (Ishihara Test)

เป็นการทดสอบตาบอดสีที่รู้จักกันดีที่สุด โดยใช้แผ่นทดสอบที่มีจุดสีต่างๆ ซึ่งคนปกติจะสามารถอ่านตัวเลขที่ซ่อนอยู่ได้ ในขณะที่คนที่มีตาบอดสีอาจไม่สามารถเห็นหรือแยกแยะตัวเลขนั้นได้

การทดสอบนี้เหมาะสำหรับการตรวจสอบในเด็กและผู้ใหญ่ โดยสามารถตรวจพบตาบอดสีในระดับต่างๆ ได้

การทดสอบ Farnsworth-Munsell 100 Hue Test

เป็นการทดสอบที่ละเอียดมากกว่า โดยให้ผู้ทดสอบจัดลำดับแท่งสีให้เรียงจากสีอ่อนไปหาสีหนักหรือจากสีเดียวกันแต่ความเข้มต่างกัน ผลการทดสอบจะแสดงในรูปของกราฟพบว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติในการแยกแยะสีรอบใด

การทดสอบแอนไฮโดรปอนสตักส์ (Anomaloscope)

เป็นการทดสอบที่แม่นยำที่สุด โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะที่ให้ผู้ทดสอบปรับสีแดงและสีเขียวให้เท่ากับสีเหลืองที่กำหนด คนที่มีตาบอดสีแดงเขียวจะไม่สามารถทำให้สีเท่ากันได้

การตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ (Computerized Color Vision Test)

ในปัจจุบัน การตรวจตาบอดสีสามารถทำได้ผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์ทดสอบตาบอดสีที่ละเอียดและมีมาตรฐานสูง วิธีนี้มีข้อดีคือสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วและมีผลที่แม่นยำ

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการทำงาน

คนที่มีตาบอดสีมักจะเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตประจำวัน โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของตาบอดสี

การเดินทางและการสังคม

การจัดการสัญญาณไฟจราจรเป็นเรื่องที่คนที่มีตาบอดสีเผชิญกันบ่อยที่สุด โดยเฉพาะสัญญาณไฟแดงและเขียวที่อาจดูคล้ายกันสำหรับคนที่มีตาบอดสีแดงเขียว

ทางแก้ไขคือการใช้สัญญาณไฟที่มีรูปทรงต่างกัน (ไฟแดวมีรูปแบบที่ต่างจากไฟเขียว) หรือใช้การตรวจสอบเวลาจากสัญญาณไฟสีเหลืองที่ปรากฏก่อนหน้า

การอ่านและการเรียนรู้

ในการเรียน การแยกแยะสีสำคัญอย่างยิ่งในหัวข้อที่ต้องใช้สี เช่น แผนที่ภูมิศาสตร์ แผนภูมิในวิทยาศาสตร์ หรือการใช้สีในการทำแท่งประจุไฟ

การศึกษาพบว่าเด็กที่มีตาบอดสีอาจมีปัญหาในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และศิลปะ โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษา

การทำงานอาชีพ

บางอาชีพต้องการการมองเห็นสีที่แม่นยำ เช่น ศัลยแพทย์ นักเคมี ช่างภาพ หรือนักออกแบบกราฟิก คนที่มีตาบอดสีรุนแรงอาจจำกัดในการเลือกอาชีพเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของงานในโลกปัจจุบันสามารถทำได้โดยคนที่มีตาบอดสี โดยเฉพาะหากมีเครื่องมือช่วยเหลือที่เหมาะสม

เทคโนโลยีช่วยเหลือและการปรับตัว

แม้ว่าตาบอดสียังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและปรับตัวได้หลายวิธีเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น

เทคโนโลยีช่วยเหลือสมัยใหม่

ในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือคนที่มีตาบอดสีได้ดี เช่น:

  • แอปสมาร์ทโฟนที่สามารถตรวจจับสีได้และอ่านชื่อสีให้ฟัง
  • แว่นตาที่ติดตั้งฟิลเตอร์สีเฉพาะเพื่อช่วยแยกแยะสี
  • ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ปรับแต่งสีให้มองเห็นได้ชัดขึ้น

การฝึกฝนและการพัฒนาทักษะ

บางคนสามารถฝึกสมาธิการมองเห็นสีได้ โดยเฉพาะในระดับที่ตาบอดสีไม่รุนแรง การฝึกฝนสามารถทำได้ผ่านการทดสอบต่อๆ กันและการสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว

การใช้สีที่แตกต่างกัน

ในบางกรณี การเลือกใช้สีที่มีความแตกต่างกันมาก เช่น สีน้ำเงืองมากกับสีม่วงเข้ม สามารถช่วยให้คนที่มีตาบอดสีสามารถแยกแยะได้ดีขึ้น หรือการใช้แว่นตาที่มีเทคโนโลยีช่วยเหลือพิเศษจาก แบรนด์ Oakley ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

การป้องกันและการดูแลรักษาสุขภาพตา

สำหรับตาบอดสีที่เกิดจากพันธุกรรม ยังไม่สามารถป้องกันได้ แต่สามารถประเมินและจัดการตั้งแต่เด็กเล็กเพื่อให้เด็กได้พัฒนาทางด้านการเรียนรู้อย่างเหมาะสม

สำหรับตาบอดสีที่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น โรคตาอื่นๆ หรือผลข้างเคียงจากยา สามารถป้องกันได้โดย:

  • ตรวจสอบสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ
  • ระมัดระวังการใช้ยาที่อาจส่งผลต่อการมองเห็นสี
  • สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกัน UV ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพตา

การสร้างความเข้าใจในสังคมไทย

ในสังคมไทย คนที่มีตาบอดสีอาจเผชิญกับการเข้าใจผิดหลายอย่าง เช่น ถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่สามารถทำงานได้หรือไม่สามารถเรียนรู้ได้ดี

การศึกษาและการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับตาบอดสีสำคัญอย่างยิ่งในการลดการเข้าใจผิดในสังคม คนที่มีตาบอดสีสามารถทำงาน ศึกษา และมีชีวิตที่สมบูรณ์ได้เช่นเดียวกับคนปกติ

บทสรุปและข้อมูลสำคัญ

ตาบอดสีเป็นภาวะที่เกิดจากการผิดปกติของการตรวจจับสีในจอตา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม แม้ว่าจะไม่สามารารักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถจัดการและปรับตัวให้มีชีวิตที่ดีได้ผ่านเทคโนโลยีช่วยเหลือและการเข้าใจในสังคม

การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เด็กเล็กช่วยให้เตรียมพร้อมในการพัฒนาทางการศึกษาและการทำงานในอนาคต ในขณะเดียวกัน การศึกษาและการให้ข้อมูลที่ถูกต้องในสังคมยังคงมีความสำคัญในการสร้างความเข้าใจและการยอมรับต่อคนที่มีตาบอดสี

หากสงสัยว่าตนหรือลูกมีปัญหาเรื่องการมองเห็นสี แนะนำให้ไปพบแพทย์ตาเพื่อการตรวจสอบและให้คำแนะนำที่เหมาะสม การรู้ทันและจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ทุกคนมีโอกาสพัฒนาไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

ข้อมูลสำหรับการติดต่อ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยและการจัดการตาบอดสี สามารถติดต่อ แพทย์ตาผู้เชี่ยวชาญเรื่องสายตาที่มาตรฐาน เพื่อการปรึกษาและตรวจสอบสุขภาพตาอย่างสมบูรณ์

การมีสุขภาพตาที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะมีปัญหาการมองเห็นสีหรือไม่ การดูแลตาตั้งแต่เด็กเล็กจะช่วยให้เตรียมพร้อมสำหรับอนาคที่สวยงาม

แหล่งอ้างอิง

  1. World Report on Vision (2019), World Health Organization (WHO)
  2. Prevalence of Refractive Error in the United States, 1999–2004 (2008), Archives of Ophthalmology
  3. Ultraviolet Radiation and the Eye: an Epidemiologic Study (1988), Transactions of the American Ophthalmological Society
  4. UV Radiation and the Eye (2011), Clinical and Experimental Ophthalmology
ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรศาสตร์ได้ หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาหรือการมองเห็น กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง เนื้อหาในบทความอ้างอิงจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง ณ วันที่เผยแพร่ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าทางการแพทย์
ZEISS Certified Partner

เลนส์คุณภาพจากเยอรมนี

รับประกันค่าสายตา 90 วัน

เปลี่ยนเลนส์ฟรีถ้าค่าสายตาไม่ตรง

ของแท้ 100%

พร้อมใบรับประกัน 1 ปี

ชำระเงินปลอดภัย

บัตรเครดิต / โอนเงิน / ผ่อน 0%

All Languages Welcome แชทกับเรา